โน้ตบุ๊ค Apple

คุณสามารถยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ (เวลาที่แบตเตอรี่จะใช้งานได้ก่อนต้องชาร์จใหม่) และอายุแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คให้ยาวนานสูงสุดได้ด้วยการดูแลเอาใจใส่เพียงเล็กน้อย โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ ใช้โน้ตบุ๊ค Apple ในสภาพอุณหภูมิที่เหมาะสม (ดู "ช่วงอุณหภูมิ
ที่เหมาะกับโน้ตบุ๊ค") และอย่าทิ้งเครื่องไว้ในท้ายรถที่จอดอยู่กลางแดดร้อน

อุปกรณ์ Apple แบบพกพาของคุณทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิ 10°C ถึง 35°C

ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะกับโน้ตบุ๊ค
โน้ตบุ๊ค Apple จะทำงานได้ดีที่สุด
ที่อุณหภูมิ 10° ถึง 35°C และเมื่อ
ไม่ใช้งาน คุณควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิ -13°F ถึง 113°F หรือ 10°C ถึง 35°C และ -25°C ถึง 45°C ตามลำดับ แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรเก็บ Mac ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องมากที่สุด (22°C)

โน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ของคุณ

โน้ตบุ๊ค Apple ใหม่ของคุณมีสารเคมีชนิดพิเศษภายในแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ให้ยาวนานย่ิงขึ้น โดยแบตเตอรี่ที่
มาพร้อม MacBook Pro หรือ MacBook Air นี้ได้รับการออกแบบ
มาให้สามารถชาร์จและคายประจุได้ถึง 1,000 รอบก่อนที่ความจุจะลดลงเหลือ 80% จากความจุเดิม นอกจากนี้ เทคโนโลยี Adaptive Charging
ยังช่วยลดการเสื่อมสภาพ จึงทำให้แบตเตอรี่มีอายุยาวนานถึง 5 ปี ดังนั้นเมื่อเสียบปลั๊กอุปกรณ์ครั้งแรก คุณควรดูให้แน่ใจว่าได้ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม และเรียกใช้งาน Software Update เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องของคุณใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด
โดยหลังจากนั้น Apple จะออกอัพเดทใหม่เป็นระยะๆ ซึ่งอาจช่วยให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้น

การดูแลรักษาทั่วไป

สิ่งสำคัญในการดูแลรักษาแบตเตอรี่ลิเธียมอย่างถูกวิธี คือการทำให้อิเล็กตรอนใน
แบตเตอรี่เคลื่อนไหวเป็นครั้งคราว โดย Apple ไม่แนะนำให้เสียบปลั๊กอุปกรณ์ค้างไว้
ตลอดเวลา ตัวอย่างการใช้งานที่เหมาะสมที่สุดคือ คนที่เดินทางไปกลับและใช้โน้ตบุ๊ค
ขณะอยู่บนรถไฟ เมื่อมาถึงที่ทำงานจึงเสียบปลั๊กชาร์จ วิธีนี้จะช่วยให้แบตเตอรี่มี
ประจุไฟฟ้าหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่หากคุณใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่ทำงาน
และเก็บโน้ตบุ๊คไว้ใช้ตอนเดินทางซึ่งไม่ค่อยบ่อยนัก Apple แนะนำให้ชาร์จและคาย
ประจุแบตเตอรี่อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ซึ่งถ้าอยากให้เราช่วยเตือน คุณก็สามารถ
เพิ่มเรื่องที่อยากให้เตือน ใน iCal ของเดสก์ท็อปได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่แบตเตอรี่ที่คุณใช้เก็บไฟได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของคุณอีกต่อไป คุณสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ หากโน้ตบุ๊คของคุณเป็นแบบมีแบตเตอรี่ในตัว ควรขอรับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่จากผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple เท่านั้น

การเก็บรักษาเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน

หากคุณคิดว่าจะไม่ใช้โน้ตบุ๊คนานกว่า 6 เดือน Apple แนะนำให้คุณเก็บแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟไว้ที่ 50% เพราะหากคุณเก็บเครื่องหลังจากใช้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง จะส่งผลให้แบตเตอรี่นั้นเข้าสู่สถานะคายประจุหมด และอาจไม่สามารถเก็บไฟได้อีกต่อไป
ในทางตรงข้าม หากคุณเก็บแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟไว้เต็มเป็นระยะเวลานาน ความจุของแบตเตอรี่อาจลดลงได้ ซึ่งหมายความ
ว่าแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานสั้นลง ข้อสำคัญคือ คุณควรเก็บโน้ตบุ๊คและแบตเตอรี่ไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม (ดู "ช่วง
อุณหภูมิที่เหมาะกับโน้ตบุ๊ค")

การตั้งค่าที่เหมาะสม

คุณสามารถเลือกวิธีการใช้งานโน้ตบุ๊ค Apple ในแบบที่จะช่วยยืดระยะเวลา
การใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานสูงสุดได้

  • พลังงาน: แผงควบคุม Energy Saver มีการตั้งค่ามากมายที่เป็น
    ตัวกำหนดระดับการใช้พลังงานสำหรับ MacBook Pro หรือ MacBook Air ของคุณ โดยอุปกรณ์ของคุณจะทราบทันทีเมื่อมีการเสียบปลั๊ก และจะปรับการทำงานให้สอดคล้องกัน เมื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เครื่องจะหรี่แสงหน้าจอ และใช้ส่วนประกอบอื่นๆ เฉพาะเท่าที่จำเป็น แต่หากคุณเปลี่ยนแปลงการตั้งค่านี้เพื่อให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ของคุณจะหมดเร็วขึ้น
  • ความสว่าง: หรี่แสงหน้าจอลงในระดับต่ำสุดที่ยังคงมองเห็นได้สบายตา เพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุด เช่น เมื่อคุณกำลังดู DVD บนเครื่องบินในขณะที่ไฟปิดหมดทุกดวง คุณอาจไม่ต้องใช้ความสว่างเต็มที่
  • ระบบไร้สาย AirPort: AirPort ใช้พลังงานมาก แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายอยู่ก็ตาม คุณสามารถปิดคุณสมบัตินี้ได้ในแผงควบคุมเพื่อประหยัดพลังงาน
  • ระบบไร้สาย Bluetooth: ในทำนองเดียวกัน คุณสามารถปิด Bluetooth เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานสูงสุดได้ เพราะหากเปิดไว้แต่ไม่ใช้งานก็ยังคงมีการใช้พลังงานอยู่นั่นเอง
  • แอพพลิเคชั่นและอุปกรณ์ต่อพ่วง: ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วง และปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อไม่ใช้งาน และนำแผ่น CD และ DVD ออกจากเครื่องทุกครั้งหากไม่ใช้