คืองานศิลปะชิ้นเอกในทุกพิกเซล

iMac ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดมาโดยตลอด และยังได้ยกระดับเทคโนโลยี
เหล่านั้นให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพื่อการสร้างสุดยอดคอมพิวเตอร์ออลอินวันที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ซึ่งจอภาพ Retina ก็ถือเป็น
สิ่งที่ยืนยันในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดใน
ด้านความหนาแน่นของพิกเซล เพื่อให้คุณมองเห็นทุกรายละเอียดได้
อย่างชัดเจนครบถ้วนแม้แต่ในจุดเล็กๆ นอกจากนี้เรายังได้ตั้งคำถาม
กับทุกๆ วิธีที่ใช้ในการออกแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งสุดยอดของงานดีไซน์ที่ผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวพอดี ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ จอภาพบางเฉียบเหลือเชื่อที่มีสีสันและคอนทราสต์สวยงาม
ซึ่งจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้านเลยก็ว่าได้

จอภาพ Retinaความแม่นยำ 14.7 ล้านครั้ง

ทุกมิลลิเมตรของจอภาพ Retina ได้รับการออกแบบ พัฒนา
และสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตรงตามระดับมาตรฐาน
ซึ่งทั้ง 14.7 ล้านพิกเซลคงเป็นข้อพิสูจน์ที่ทำให้คุณเห็นได้อย่างชัดเจน แผงจอภาพที่บางเพียง 1.4 มม. นั้นได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงดวงตาของมนุษย์ เพื่อให้ทุกการโต้ตอบให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะว่าไปแล้วความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดนี่แหละ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด iMac จอภาพ Retina 4K รุ่น 21.5 นิ้วขึ้นมา ซึ่งสามารถแสดงสีสันได้มากกว่าด้วยความแม่นยำที่สูงขึ้น
ไม่ต่างอะไรกับจอภาพ Retina 5K เลยทีเดียว

iMac รุ่น 21.5 นิ้ว 9.4 ล้านพิกเซล
iMac รุ่น 27 นิ้ว 14.7 ล้านพิกเซล

ถาดสีที่มากขึ้น ให้สีสันสมจริง
ดูราวกับมีชีวิตบนหน้าจอ

สีสันสวยสดอันเป็นเอกลักษณ์หลากหลายเฉดสีที่คุณเห็นในชีวิตจริงนั้น
เป็นสีที่คุณอาจจะไม่เคยได้เห็นบนหน้าจอของคุณมาก่อน แต่ด้วยขอบเขตสีที่กว้างขึ้น คุณจึงสามารถมองเห็นสีสันในชีวิตจริงเหล่านี้
บนจอภาพ Retina ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น และมากกว่าจอภาพทั่วไปถึง 25% เลยทีเดียว คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นสี
ในยามพระอาทิตย์ตกริมชายหาด หรือสีเสื้อของทีมฟุตบอลสุดโปรด คุณก็จะเห็นสีสันเหล่านั้นได้
เหมือนกับที่ตาของคุณมองเห็นจริงๆ บนจอภาพ
ที่สวยงามสดใสยิ่งกว่าที่เคยมีมา

สีสันเพิ่มมากขึ้น 25%
ส่วนความน่าทึ่ง 100%

ถ้าอยากเห็นสีสันอย่างที่เห็นในชีวิตจริงแล้วล่ะก็ คงต้องเติมเฉดสี
ที่ขาดหายไปนั้นให้เต็ม และคำตอบก็อยู่ที่การขยายขอบเขตสีให้
กว้างขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ Retina ได้แซงหน้าจอภาพ sRGB แบบปกติ
ไปไกลด้วยคุณสมบัติการรองรับขอบเขตสีใหม่หมดในระดับ P3
และที่ทำได้นั้นก็เพราะเราเลิกใช้ LED
สีขาวแบบมาตรฐานในจอภาพ
Retina และเปลี่ยนมาใช้ LED ฟอสฟอรัสสีแดง-เขียวที่ล้ำสมัยแทน
ทำให้สามารถแสดงสีทั้งสาม ซึ่งได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน
ออกมาได้อย่างเท่าเทียมกัน และถ่ายทอดสีสันอย่างที่เห็นใน
ชีวิตจริงออกมาได้สมดุลและแม่นยำยิ่งขึ้น

สีตอนที่คุณถ่าย
คือสีเดียวกับที่คุณเห็น

กล้องหลายๆ ตัว รวมถึง DSLR และกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพ
สามารถเก็บบันทึกสีสันได้มากกว่าขอบเขตสีแบบ sRGB ที่
ใช้กัน
โดยทั่วไปอยู่พอสมควร และยิ่งมีขอบเขตสีแบบ P3 ใหม่
ที่กว้างกว่า
จอภาพ Retina ของ iMac ก็ยิ่งสามารถถ่ายทอดสีสันในชีวิตจริง
ออกมาบนหน้าจอได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่เชื่อ
ลองกลับไปแต่งไฟล์ภาพ
RAW ที่เคยทำไปแล้วอีกรอบ แล้ว
คุณจะได้พบกับเฉดสีที่ไม่เคยเห็น
มาก่อนในภาพนั้นอย่างแน่นอน

การสร้างชั้นฟิลม์แบบออร์แกนิก
การจัด
ตำแหน่ง
ด้วยแสง
ตัวควบคุมจังหวะเวลา
ฟิล์มชดเชยแสง

วิศวกรรมเหนือนวัตกรรม
ยังมีนวัตกรรม
แล้วก็นวัตกรรม

ในขั้นตอนการออกแบบจอภาพ Retina นั้น
เราได้ทำการปรับแต่งเลเยอร์ทั้ง 23 ชั้นที่
ประกอบรวมกันเป็นแผงจอภาพซึ่งบางเพียง 1.4 มม. อย่างละเอียดและแม่นยำ และเรายังพัฒนาต่อยอดจากกระบวนการนั้นสู่อีกขั้นของความล้ำหน้า ไม่เพียงแต่เพิ่มความละเอียดให้สูงขึ้นเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงการปรับปรุงคุณภาพของทั้งจอภาพ iMac ให้เหนือชั้นยิ่งกว่าที่เคย นอกเหนือจากรายละเอียดที่ถ่ายทอดได้ครบถ้วนอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว คุณจะเห็นสีดำที่ดำกว่าเดิม สีสันที่สดใสกว่าที่เคย และภาพที่สมจริงราวกับหลุดออกมาจากหน้าจอยังไงยังงั้น

แผงจอภาพ
บางเพียง
1.4 มม.

การบรรเลงประสิทธิภาพการทำงานที่ระดับ 14.7 ล้านพิกเซล

ตัวควบคุมจังหวะเวลาที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
ตัวควบคุมจังหวะเวลาหรือ “TCON”
คือมันสมองของจอภาพ ซึ่งคอยบอก
แต่ละพิกเซลว่าต้องทำอะไรเมื่อไหร่
ปัญหาก็คือ แม้แต่ตัวควบคุมจังหวะ
เวลาอันทรงพลังที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้
ก็ไม่สามารถจัดการกับจำนวนพิกเซล
มหาศาลบน iMac จอภาพ Retina 4K
และ 5K ได้ เราจึงต้องสร้างตัวควบคุม
จังหวะเวลาขึ้นมาใหม่ ในรูปแบบชิพ
ที่แรงสุดขีดเพียงตัวเดียวที่สามารถ
ควบคุมการทำงานได้สูงสุดถึง
14.7 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว

ตัวควบคุมจังหวะเวลา

เปิดทางให้กับคุณภาพของสัญญาณ

การสร้างชั้นฟิลม์แบบออร์แกนิก จอภาพ Retina นั้นมาพร้อมกับพิกเซลจำนวนมหาศาล และเพื่อให้แต่ละพิกเซลสามารถสื่อสารกันได้อย่างชัดเจน เราจึงต้องใช้เทคโนโลยี การสร้างชั้นฟิลม์แบบออร์แกนิก หรือ "Overpass" เทคโนโลยีดังกล่าวจะแยกพิกเซลออกจากสัญญาณที่คอยบอกให้พิกเซลสว่างเมื่อไหร่และอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “สัญญาณแทรกข้าม (Cross-Talk)” หรือสัญญาณรบกวนที่อาจส่งผลให้พิกเซลอยู่ใกล้กันมากเกินไป โดยวิธีนี้จะช่วยรักษาคุณภาพของภาพบนหน้าจอเอาไว้ขณะกำลังส่งสัญญาณ

การสร้างชั้นฟิลม์แบบออร์แกนิก

ให้ภาพเหมือนที่เห็นในโลกจริง
ไม่ว่าจะจากมุมไหนๆ

การจัดตำแหน่งด้วยแสง เพื่อปรับปรุงคอนทราสต์เวลามองตรงๆ ให้ดียิ่งขึ้น เราได้ใช้กระบวนการสุดล้ำที่เรียกว่า
การจัดตำแหน่งด้วยแสง หรือ Photo Alignment กระบวนการนี้
จะมีการฉายแสง UV เพื่อสร้างพื้นผิว
ที่มีความสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นฟิล์ม
ที่เคลือบบน TFT และฟิลเตอร์สีขึ้นมา ดังนั้นเมื่อมีการใช้โมเลกุลผลึกเหลว โมเลกุลเหล่านั้นก็จะเรียงตัวในแบบที่ควรเป็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ โมเลกุลที่เรียงตัวกันได้ดีขึ้นกว่าเดิมจะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นคอนทราสต์ได้ดีขึ้น
เมื่อมองหน้าจอตรงๆ

ฟิล์มชดเชยแสง จอภาพดีๆ แบบนี้ย่อมดึงดูดผู้คนให้มาล้อมวง และด้วยขนาดมหึมานี้แล้วด้วย แม้ว่าจะกำลังมองไปที่ตรงกลางของหน้าจอ คุณก็สามารถมองเห็นรายละเอียดภาพที่มุมจอได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคอนทราสต์จะสมบูรณ์แบบจากทุกมุมมอง เราได้ใช้ฟิล์มชดเชยแสงซึ่งจะควบคุมวิธีที่แสงออกมาจากจอภาพ สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสก็คือ
จอภาพที่แสดงสีสันได้สมจริง
ยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะมองจาก
มุมไหนก็ตาม

ฟิล์มชดเชยแสง
การจัด
ตำแหน่ง
ด้วยแสง
ฟิล์มชดเชยแสง
การจัด
ตำแหน่ง
ด้วยแสง

ตัวเครื่องถึงจะบางแค่
5 มิลลิเมตร
แต่ก็เป็นขนาดที่พอดี
สำหรับการทำสิ่ง
ที่ยิ่งใหญ่

iMac เครื่องแรกได้ปฏิวัติวงการด้วยการเป็นคอมพิวเตอร์
ที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ไม่ว่าจะ
ทั้งจอภาพ โปรเซสเซอร์
กราฟิก พื้นที่เก็บข้อมูล หน่วยความจำ และอื่นๆ อีกหลาย
อย่าง ก็ล้วนรวมอยู่ในตัวเครื่องที่เรียบแต่ล้ำสไตล์เครื่องนี้
วันนี้ iMac มาพร้อมกับจอภาพเดสก์ท็อปอันล้ำสมัยในแบบ
ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา และยังอัดแน่นไปด้วย
เทคโนโลยีการทำงานขั้นสูงใหม่ล่าสุดที่ใส่มา
ให้แบบ
เต็มเปี่ยม ทั้งหมดนี้ยังรวมอยู่ในตัวเครื่องที่มีขอบหน้าจอ
บางเพียง 5 มม. เท่านั้น

ขอบหน้าจอบาง 5 มม.

ดีไซน์แบบไร้รอยต่อ

หนึ่งในความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่วิศวกรของเราต้องเผชิญจากตัวเครื่อง iMac ก็คือการประกอบด้านหน้าและด้านหลังเข้าด้วยกัน เพราะตัวเครื่องนั้นบางจนไม่สามารถเชื่อมชิ้นส่วนด้วยกรรมวิธีแบบเดิมๆ ได้ เราจึง
ใช้กระบวนการเชื่อมภายใต้แรงเสียดทาน หรือที่เรียกว่า Friction-stir Welding ซึ่งเป็นการผสานความร้อนสูง
ที่เกิดจากแรงเสียดทานเข้ากับแรงดันเพื่อเชื่อมโมเลกุล
ของพื้นผิวอะลูมิเนียมสองชิ้นเข้าด้วยกัน จึงทำให้
ปราศจากรอยต่อ มีความแม่นยำ และ
แข็งแกร่งเป็นพิเศษ

สิ่งแวดล้อมiMac กับโลก

ประหยัดพลังงาน

iMac จอภาพ Retina ทั้งรุ่น 21.5 นิ้ว และ 27 นิ้ว มาพร้อมจอภาพที่มีความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา กราฟิก
อันทรงพลัง และระบบปฏิบัติการบนเดสก์ท็อปที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก แต่ทั้งสองรุ่นกลับใช้พลังงานเพียง 1.2 วัตต์เท่านั้น
ในโหมดพักเครื่อง

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

iMac ปลอดจากสารพิษหลายอย่าง เช่น
สารปรอท อาร์เซนิก เบริลเลียม วัสดุที่มี
สารหน่วงการติดไฟ (BFR) และโพลีไวนิล

คลอไรด์ (PVC) และยังทำมาจากวัสดุ
อย่างอะลูมิเนียมและกระจก ซึ่งมีโอกาสที่

จะนำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
มากกว่าด้วย นอกจากนี้ ฐานของ iMac
นั้นทำมาจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 30% และ
ตัวลำโพงของ iMac ก็ทำมาจากพลาสติก
ใช้แล้วที่ผ่านการรีไซเคิลถึง 30% อีกด้วย

ออกแบบมา
อย่างรับผิดชอบ

ความมุมานะของเราทำให้ iMac
มีคุณสมบัติที่เหนือกว่ามาตรฐาน ENERGY STAR 6.1 ของ EPA ซึ่งกำหนดค่าการใช้พลังงานขั้นต่ำไว้อย่างเข้มงวด และยังได้รับมาตรฐานระดับ Gold ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจาก EPEAT ที่วัดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์โดยพิจารณาจากความสามารถในการนำกลับไปรีไซเคิล ระดับพลังงานที่ใช้ ตลอดจนวิธีการออกแบบและผลิต*