การออกแบบ มากความสามารถ
จนคุณไม่อยากวาง
ซึ่งต่อให้ไม่วาง ก็ไม่
รู้สึกว่าหนักหนาอะไร

สิ่งแรกที่คุณจะรู้สึกได้ทันทีก็คือความบางและเบา
อย่างเหลือเชื่อ เพราะ iPad Air 2 นั้นบางเฉียบเพียง
6.1 มิลลิเมตร แถมยังหนัก
ไม่ถึง 450 กรัมด้วยซ้ำไป
ดังนั้นการที่คุณจะถือไปไหนมาไหนด้วย
มือเดียวจึง
กลายเป็นเรื่องปกติที่จะทำได้ง่ายๆ แล้วก็สบายๆ

ความฉลาดล้ำทำให้บาง
ส่วนความแข็งแรงนั้นต้อง
ยกให้ตัวเครื่องแบบ Unibody

ย้อนกลับไปตอนเปิดตัวเมื่อ 5 ปีที่แล้ว iPad รุ่นแรกนั้นเรียกได้ว่าเป็นผู้วางมาตรฐานแห่งความบาง
และเบา
นับแต่นั้นมา iPad แต่ละรุ่นก็บางและเบาลงเรื่อยๆ ซึ่งที่เป็นไปได้ก็เพราะตัวเครื่องอะลูมิเนียม Unibody สุดทนทาน
ที่ทำให้ iPad Air 2 ไม่สูญเสียความแข็งแรงไปแม้แต่น้อยกับการพยายามทำ
ตัวเครื่องให้บางลง เพราะแค่วินาทีแรก
ที่คุณหยิบเครื่องขึ้นมา คุณก็จะสัมผัสได้ถึง
ความแข็งแกร่งและความทนในทันที

เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับรุ่นก่อนหน้านี้

437 กรัม
บาง 6.1 มม.

ไม่ใช่แค่จอภาพที่บางลง
แต่ยังเป็นจอภาพที่สวยงามด้วย

จอภาพใน iPad รุ่นก่อนหน้านี้ประกอบด้วย 3 ส่วนแยกจากกัน แต่ iPad Air 2 เปลี่ยนทั้งหมด
นั้นใหม่ด้วยการผสานทั้ง 3 เลเยอร์ให้เหลือเพียงหนึ่งเดียว จึงทำให้แต่ละเลเยอร์ไม่มีช่องว่าง
และเมื่อไม่มีช่องว่างก็ไม่มีแสงสะท้อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ สีสันที่สวยสดกว่าเดิม คอนทราสต์
ที่ยอดเยี่ยมกว่า ส่วนภาพที่ได้ก็คมชัดยิ่งกว่าและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้นด้วย

  • กระจกจอภาพ
  • เซ็นเซอร์สัมผัส
  • LCD
  • จอภาพแบบ Full
    Lamination
จอภาพขนาด 9.7 นิ้ว
ความละเอียด 2048×1536
3.1 ล้านพิกเซล

คอนเทนต์ของคุณ
อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว

ตอนนี้เลเยอร์ LCD จะใกล้กับดวงตา
(และนิ้ว) ของคุณยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น
เมื่อคุณสัมผัสหน้าจอ คุณจะรู้สึกราวกับ
ได้สัมผัสคอนเทนต์ของคุณจริงๆ ขณะที่ทุกสิ่ง
ที่คุณทำ ไม่ว่าจะเล่นเกม ท่องเว็บ
หรือแม้แต่เพลิดเพลินไปกับรูปภาพและวิดีโอ คุณก็จะรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดและเต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้นด้วย

แท็บเล็ตที่มีแสงสะท้อน
น้อยอย่างเหลือเชื่อ

iPad Air 2 นั้นเคลือบด้วยสารกัน
แสงสะท้อนที่ออกแบบ
มาโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดแสงสะท้อนลงถึง 56%
ผลคือ เราได้หนึ่งในแท็บเล็ตที่มีแสงสะท้อนน้อยที่สุด
ในโลก เรียกได้ว่าไม่ว่าจะในสภาพแวดล้อมแบบไหน
จะที่ออฟฟิศ ห้องเรียน หรือกลางแจ้ง ทุกสิ่งบน
จอภาพก็จะคมชัดและอ่านง่ายกว่าที่เคย

เงิน เทาสเปซเกรย์ และทอง
สามสีเมทัลลิกที่สวยงาม
ยอดเยี่ยมไม่แพ้กับตัว iPad เอง

นักออกแบบของเราใส่ใจกับด้านหลังของ iPad ไม่น้อยไปกว่าด้านหน้า ตัวเครื่องอะลูมิเนียมชุบผิวของ
iPad Air 2 จึงมาพร้อมกับสีเมทัลลิกสุดหรูให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และสีทอง

สำคัญทุกรายละเอียดไม่เว้นแม้แต่ในระดับไมครอน

ขอบมุมที่ลาดเอียงของตัวเครื่องอะลูมิเนียม Unibody นั้นได้ผ่าน
การเจียระไนขอบด้วยเพชร
ผลึกเดี่ยว จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อน
เพียง
ไม่กี่ไมครอน (ในขณะที่เส้นผมมนุษย์มีขนาดราว 75 ไมครอน
โดยประมาณ) ซึ่งถึงแม้ว่ารายละเอียด
ที่ลึกลงไปถึงระดับนี้อาจดู
ไม่จำเป็น แต่สำหรับเรา ทุกรายละเอียดนี่แหละคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็ม
สู่ประสบการณ์โดยรวมที่เหนือกว่า

iPad ที่โลกทั้งโลกพร้อมจะรัก

เราตระหนักถึงผลกระทบที่ผลิตภัณฑ์ของเรามีต่อโลกเสมอ และ
เราก็ทราบดีว่าผลกระทบนั้นจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งาน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์
ของ Apple เกือบทุกประเภทจึงผลิตจากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้สูง อย่างเช่น อะลูมิเนียม รวมถึงเป็นสาเหตุที่เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อ
ไม่ให้มีสารที่เป็นอันตรายอยู่ในชิ้นส่วนต่างๆ ของเรา

iPad Air 2 คือตัวอย่างที่ดีที่สุด เพราะตัวเครื่องอะลูมิเนียมนั้น
มีอัตราการนำกลับไปรีไซเคิลได้สูง และ iPad Air ทุกเครื่อง
ก็ปลอดสารหน่วงการติดไฟในกลุ่มโบรมีน (BFR), เบริลเลียม
และโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) เรียกได้ว่า Apple เป็นหนึ่งใน
องค์กรที่มีมาตรฐานการใช้วัสดุ
ปลอดสาร BFR และ PVC ที่
เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม และเราก็คาดหวังมาตรฐานใน
ระดับเดียวกันจากซัพพลายเออร์ของเรา ดังนั้นเราจึงทำ
แม้กระทั่งแยกชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ออกเป็นชิ้นๆ ในห้องแล็บที่
คูเปอร์ติโน แล้วทดสอบส่วนประกอบเหล่านั้นโดยใช้วิธีต่างๆ
มากมาย เช่น การทำ Fluorescence Spectroscopy ด้วย
รังสีเอกซเรย์ และ Ion Chromatography เป็นต้น ทั้งหมดนี้
เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์
ทุกชิ้นที่วางจำหน่ายเป็นไปตาม
มาตรฐาน
ด้านสิ่งแวดล้อม

Apple กับสิ่งแวดล้อม
จอภาพ LCD ปลอดสารปรอท
กระจกจอภาพปลอดสารอาร์เซนิก
ปลอดสาร BFR
ปลอดสาร PVC
ปลอดสารเบริลเลียม
ตัวเครื่องอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้