ก่อนที่เราจะคิดใส่อะไรลงไป เราคิดก่อนว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไรกลับมาบ้าง

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ เราได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ iPad ที่ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสนุก ทำงาน เรียนรู้ สร้างสรรค์ และติดต่อสื่อสาร ดังนั้น เมื่อถึงเวลาออกแบบ เราจึงเริ่มต้นด้วยการคิดถึงจุดประสงค์ของ iPad Air เป็นอันดับแรกว่า จะถืออย่างไร นำไปใช้ทำอะไร และพกพาไปที่ไหน แล้วเราก็สร้าง iPad ขึ้นมาจากแนวคิดที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้เป็นสำคัญ ถึงแม้ iPad Air จะทรงพลังและมีความสามารถสูงขึ้นมาก แต่ก็กลับบางลงและมีรูปทรงที่เพรียวยิ่งกว่าเดิม จึงสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้ทำ และเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น

บางครั้งดีไซน์ที่ดีที่สุด คือสิ่งที่คุณแทบไม่สังเกตเห็นด้วยซ้ำ

เราเชื่อว่าคอนเทนต์ของคุณควรเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ
และสิ่งอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่ควรปรากฏออกมาให้เห็น แม้แต่ตัวอุปกรณ์เอง

สิ่งที่วิเศษที่สุดตอนถือก็คือ การที่คุณจะลืมไปเลยว่ากำลังถืออยู่ในมือ

iPad Air นั้นบางและเบาอย่างน่าอัศจรรย์ เราสามารถลดขนาดเครื่องลงได้เกือบถึงหนึ่งในสี่เมื่อเทียบกับ iPad
รุ่นก่อนโดยอาศัยกระบวนการทำงานที่ละเอียดประณีตหลายขั้นตอน แค่วินาทีแรกที่คุณหยิบเครื่องขึ้นมา คุณจะสัมผัสได้ทันทีถึงความทนทาน ที่มาพร้อมกับโครงสร้างแบบ Unibody ชิ้นเดียวอันสวยหรูที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความเรียบง่ายให้กับตัวเครื่อง เราได้นำความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการผลิตอุปกรณ์ที่มีตัวเครื่อง Unibody แบบชิ้นเดียวมาใช้ รวมถึงกลั่นกรองขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างได้เต็มประสิทธิภาพและมีความแม่นยำที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือ iPad Air ที่ให้ความรู้สึกน่าทึ่งเมื่อถือไว้ในมือ และสามารถพกติดตัวคุณไปได้โดยสะดวกทุกที่

หนักไม่ถึง 500 กรัม บาง 7.5 มิลลิเมตร

เพรียวบางกว่ารุ่นก่อน 24%

เราลดขนาดส่วนประกอบหลายชิ้นให้บางลงในระดับเศษเสี้ยวมิลลิเมตร ซึ่งเมื่อลดความหนาได้ เราก็สามารถออกแบบ iPad Air ให้บางและเบากว่าเดิมได้
–17% กระจก, –70% เซ็นเซอร์สัมผัส, –20% จอภาพ Retina, –25% แบตเตอรี่, 23% ตัวเครื่อง Unibody แบบชิ้นเดียว

สิ่งที่คุณมองไม่เห็น ก็สำคัญไม่แพ้สิ่งที่คุณเห็น

สุดยอดจอภาพ Retina จะสะกดทุกสายตาได้มากกว่าครั้งไหนๆ เพราะ iPad Air มีกรอบด้านข้างจอภาพที่บางกว่าเดิม ซึ่งทำให้ความกว้างโดยรวมน้อยลง ในขณะที่จอภาพยังคงมีขนาดเท่าเดิม ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ความแตกต่างกลับไม่น้อยเลยทีเดียว และคุณเองก็จะเห็นได้ในทันทีที่เปิดหน้าจอขึ้นมา เพราะจอภาพที่สวยงามอยู่แล้ว จะโดดเด่นสะดุดตายิ่งกว่าเคย ซึ่งแน่นอนว่าสายตาของคุณก็จะถูกสะกดไว้กับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือคอนเทนต์ของคุณนั่นเอง

นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ยังทำงานร่วมกับจอภาพใหม่ได้อย่างชาญฉลาด โดย iPad Air นั้นใช้อัลกอริทึมป้องกันการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าคุณแค่วางนิ้วโป้งไว้บนจอภาพเฉยๆ ขณะถืออยู่ในมือ หรือคุณต้องการโต้ตอบกับหน้าจอ Multi-Touch จริงๆ นี่คือตัวอย่างอันเยี่ยมยอดในการแสดงให้เห็นว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Apple ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับคุณ

จอภาพ 9.7 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536

ทุกรายละเอียดได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด

เพียงหยิบ iPad Air ขึ้นมา คุณก็จะสัมผัสได้ทันทีถึงความสมดุล นั่นเป็นเพราะทุกอย่างใน iPad
ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตจากการคิดพิจารณาอย่างพิถีพิถัน ด้วยความที่ทุกรายละเอียดมีเป้าหมายชัดเจน ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จึงเป็น iPad ที่ประณีตที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แรงขึ้นสองเท่าในพื้นที่ที่น้อยลง เหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว

เพียงถือไว้ในมือ คุณจะรู้สึกถึงความยอดเยี่ยมของ iPad Air ซึ่งความน่าประทับใจนี้ไม่ต่างไปจากความยอดเยี่ยมของประสิทธิภาพการทำงานเลย ถึงแม้ว่า iPad Air จะบางและเบามาก
แต่เราสามารถใส่ขุมพลังและเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายไว้ภายในได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ชิพ A7

ทุกอย่างเริ่มต้นจากชิพ A7 ใหม่

บอกได้เลยว่าชิพ A7 ใหม่กินขาด เพราะนี่คือชิพที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา และยังประหยัดพลังงานมากที่สุดด้วย โดย A7 นำสถาปัตยกรรมระดับเดสก์ท็อป 64 บิตมาใส่ไว้ใน iPad ซึ่งหมายความว่า iPad Air พูดภาษาเดียวกันกับระบบคอมพิวเตอร์ล้ำสมัยส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น ชิพ A7 ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ CPU และกราฟิกใน iPad Air มีความเร็วสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 2 เท่า สิ่งที่ได้คือ ขุมพลังสุดแรงและประสิทธิภาพสุดล้ำในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดที่มีน้ำหนักไม่ถึง 500 กรัม

เราเลือกออกแบบชิพของเราเอง เพราะเราสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการให้ชิพมีฟังก์ชั่นการทำงานอย่างไรบ้าง และสามารถใส่ฟังก์ชั่นนั้นลงไปในแต่ละวงจรและแต่ละชิ้นส่วนได้เลย วิธีนี้ช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์ของเราทั้งบางและเบา ทั้งยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน นี่คือหนึ่งในข้อได้เปรียบของการออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยตัวเอง เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทั้งบางและทรงพลังขนาดนี้ได้ คือการลงทุนและความใส่ใจในส่วนประกอบหลักที่นำมาใช้สร้างตั้งแต่แรกเริ่ม

โปรเซสเซอร์ร่วม M7

M7 ตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่มากด้วยประสิทธิภาพ

โปรเซสเซอร์ร่วม M7 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ iPad Air ทั้งทรงพลังและประหยัดพลังงาน เราออกแบบ M7 มาเพื่อวัดการเคลื่อนไหวของ iPad Air โดยเก็บข้อมูลจากไจโรสโคป อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และเข็มทิศ ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระของชิพ A7 และเก็บรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวจาก iPad Air เพื่อให้แอพสามารถปรับฟังก์ชั่นการทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ และเนื่องจาก M7
ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับงานด้านนี้โดยเฉพาะ จึงใช้พลังงานน้อยกว่าชิพ A7 และยังช่วยแบ่งเบาหน้าที่ เพื่อให้ A7 ไปเน้นการทำงานด้านอื่นได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ผลที่ได้จึงไม่ใช่แค่ประสบการณ์การใช้ iPad ที่ดียิ่งขึ้น แต่การใช้งานแบตเตอรี่ก็ยังยาวนานด้วย

กล้อง FaceTime HD กล้อง iSight ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล ไมโครโฟนคู่ สายอากาศคู่สำหรับ MIMO

ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่มากกว่าเดิม

iPad Air มีตัวเครื่องบางเพียง 7.5 มม. แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับ
ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม iPad Air ได้รับการออกแบบมาให้พร้อมพกพาไปได้ทุกที่ จึงมีสายอากาศคู่เพื่อรองรับ MIMO (Multiple-input Multiple-output) เพื่อประสิทธิภาพ Wi-Fi 802.11n ที่สูงขึ้นถึง 2 เท่า และในรุ่น Wi-Fi + Cellular ยังใช้งานกับสัญญาณไร้สายในย่านความถี่ต่างๆ ได้มากขึ้น และรองรับเครือข่ายทั่วโลกได้มากกว่าเดิม iPad Air จึงพร้อมให้คุณเชื่อมต่อในที่ต่างๆ ได้มากกว่าเคย1 นอกจากนี้ยังมีกล้อง iSight ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล และกล้อง FaceTime HD ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อการวิดีโอคอลที่คมชัดยิ่งขึ้น2 ทั้งยังมีไมโครโฟนคู่ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียง และลดเสียงรบกวนรอบข้างในระหว่างที่คุณถ่ายวิดีโอหรือใช้ FaceTime อีกด้วย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเทคโนโลยีทั้งหมดนี้รวมอยู่ในตัวเครื่องสวยหรูที่ทั้งเบาและหยิบถือได้ง่ายเครื่องนี้แล้ว

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สร้างมาเพื่อกันและกัน

iOS 7 และ iPad Air ไม่เพียงแต่ออกแบบมาให้ทำงาน
ได้ดีเท่านั้น แต่ยังออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อให้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งานทั้ง
สองส่วนเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ทุกอย่างใน iOS 7 นั้น
เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อ เช่นเดียวกับตัว iPad Air เอง

iOS 7 ได้รับการปรับแต่งมาให้เหมาะกับ iPad Air จึงมี
อะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านกระบวนการคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ iPad มอบให้ได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น แผงของศูนย์ควบคุมได้รับ
การจัดวางในแนวนอนเพื่อให้อ่านง่าย ในแอพกล้อง
ปุ่มชัตเตอร์จะวางอยู่ด้านข้างของหน้าจอ แทนที่จะอยู่
ด้านล่าง เพราะว่านั่นคือตำแหน่งนิ้วโป้งในขณะถือ iPad
การเอาใจใส่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้ iOS 7
ไม่เพียงแต่สวยงามเมื่อได้เห็นเท่านั้น แต่ยังรู้สึกสวยงาม
ในประสบการณ์ที่ได้สัมผัสอีกด้วย

ไอเดียที่โดดเด่น ย่อมคู่ควรกับสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กัน

เมื่อคุณมีอุปกรณ์ที่ทั้งบางและเบาอย่าง iPad Air คุณก็คงไม่อยากจะใส่อะไรเข้าไปแล้วทำให้เครื่องเทอะทะขึ้น เราจึงออกแบบ Smart Cover และ Smart Case สำหรับ iPad Air เพื่อสวมใส่และปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ และทั้งสองอย่างก็ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยความแม่นยำและความใส่ใจไม่แพ้ตัว iPad Air เอง

Smart Cover

Smart Cover ทำขึ้นจากโพลียูรีเทนชิ้นเดียว มีบานพับชนิดใหม่ฝังอยู่ด้านในอย่างเรียบหรู ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะให้เข้ากับรูปทรงที่บางเฉียบของ iPad Air โดยมีให้เลือกถึง 6 สีสันสดใส และไม่เพียงแต่ปกป้อง iPad Air เท่านั้น แต่ Smart Cover ยังสามารถปลุก iPad Air เมื่อเปิดออก และพักการทำงานเมื่อปิดด้วย นอกจากนี้ Smart Cover ยังสามารถพับเป็นรูปทรงต่างๆ ได้หลายแบบเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเวลาต้องการอ่าน ดู พิมพ์ หรือโทร FaceTime และยังถอดออกได้ง่าย คุณจึงสามารถติดเข้ากับเครื่องและดึงออกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

Smart Case

Smart Case เป็นวิธีที่เพรียวบางที่สุดในการปกป้อง iPad Air ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง วัสดุทำจากหนังย้อมอนิลีนที่สวยงามเพื่อให้สีสันมีความโดดเด่น โดยมีให้เลือกถึง 6 เฉดสีสวยสด และยังรู้สึกดีเมื่อได้ถืออยู่ในมือ นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบใหม่ให้มีรูปทรงที่เพรียวบางยิ่งขึ้น โดย Smart Case จะปลุก iPad Air เมื่อเปิดออกและพักการทำงานเมื่อปิด และสามารถพับเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเหมือนกับ Smart Cover คุณจึงตั้งวาง iPad Air ในตำแหน่งที่เหมาะกับความต้องการได้

ออกแบบมาเพื่อส่งผลดีกับโลก โดยส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด


Apple ตระหนักถึงผลกระทบที่ผลิตภัณฑ์ของเรามีต่อโลกเสมอ และเราทราบดีว่าผลกระทบนั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องหลังจากผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งาน และนั่นคือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์ของ Apple เกือบทุกประเภท ผลิตจากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้สูง เช่น อะลูมิเนียม และเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีสารที่เป็นอันตรายในชิ้นส่วนต่างๆ

iPad Air คือตัวอย่างที่ดีที่สุด ตัวเครื่องอะลูมิเนียมนั้นสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้สูง และ iPad Air ทุกเครื่องก็ปลอดสารหน่วงการติดไฟในกลุ่มโบรมีน (BFR) และโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) เรียกได้ว่า Apple เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีมาตรฐานการใช้วัสดุปลอดสาร BFR และ PVC ที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม และเราก็คาดหวังมาตรฐานในระดับเดียวกันจากซัพพลายเออร์ของเรา ดังนั้น เราจึงทำแม้กระทั่งแยกชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ออกเป็นชิ้นๆ ในห้องแล็บที่คูเปอร์ติโน แล้วทดสอบส่วนประกอบเหล่านั้นโดยใช้วิธีต่างๆ มากมาย เช่น การทำ Fluorescence Spectroscopy ด้วยรังสีเอกซเรย์และ Ion Chromatography เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่วางจำหน่ายเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

  • จอภาพ LCD ปลอดสารปรอท

  • กระจกจอภาพปลอดสารอาร์เซนิก

  • ปลอดสาร BFR

  • ปลอดสาร PVC

  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของ Apple ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้ที่เว็บไซต์ Apple กับสิ่งแวดล้อม