เราได้ขยายนิยามของคำว่ามินิให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

iPad mini ได้รับการออกแบบมาให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า iPad เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อเราคิดกันว่าจะปรับปรุงอะไรดีให้กับ iPad mini ใหม่ คำตอบเดียวที่ได้ก็คือ ทุกอย่าง เราได้ใส่จอภาพ Retina, ชิพ A7, โปรเซสเซอร์ร่วม M7, ระบบไร้สายที่ล้ำสมัย และอื่นๆ อีกมากมายลงในตัวเครื่องขนาดเล็ก เพื่อให้ iPad mini มีขุมพลังและความสามารถที่เต็มเปี่ยม แต่ยังคงความงามและขนาดที่กะทัดรัดไว้เช่นเคย

พิกเซลกว่า 3 ล้านพิกเซลเข้าไปอยู่ในพื้นที่ 7.9 นิ้วได้อย่างไร คำตอบคือ อย่างชาญฉลาดแล้วก็มีชีวิตชีวาสุดๆ

การนำจอภาพ Retina มาใช้กับ iPad mini
ทำให้เราต้องมองหาวิธีที่จะบรรจุความละเอียด
3.1 ล้านพิกเซลจาก iPad 9.7 นิ้วมาไว้ในจอภาพขนาดเพียง 7.9 นิ้วให้ได้ ด้วยความที่ตามปกติ
ทุกพิกเซลในจอภาพจะส่องสว่างตามสัญญาณต่างๆ ที่คอยบอก ดังนั้น เมื่อจอภาพมีความละเอียดถึง
2048 x 1536 ทั้งพิกเซลและสัญญาณที่มีจำนวน

มากขึ้นจึงอยู่ใกล้กันยิ่งกว่าเดิมบนระนาบเดียวกัน

และอาจทำให้เกิดการทับซ้อนของสัญญาณจนส่งผล

ต่อคุณภาพของภาพได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างใน

iPad mini จะดูคมชัดสวยงาม วิศวกรของ Apple จึง

ยกพิกเซลขึ้นไปอยู่อีกระนาบหนึ่งเพื่อเป็นการแยก

พิกเซลออกจากระนาบของสัญญาณ จนในที่สุด

ความหนาแน่นของพิกเซลได้เพิ่มขึ้นเป็น 326 พิกเซล

ต่อนิ้ว ซึ่งเป็นความหนาแน่นที่สายตาของมนุษย์

ไม่สามารถแยกแยะแต่ละพิกเซลได้ ทุกสิ่งจึงดูมี

รายละเอียด มีชีวิตชีวา และคมชัดอย่างเหลือเชื่อ

3.1 ล้านพิกเซล ความละเอียด 2048 x 1536

เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดภายใน ส่วนภายนอกยังคงมินิเท่าเดิม

เพราะ iPad mini ได้รับการออกแบบมาให้เปี่ยมไปด้วย
ประสิทธิภาพ มากกว่าจะเป็นแค่ iPad ย่อส่วน ดังนั้น
ถึงจะเล็ก แต่ถ้าได้ลองใช้ จะรู้เลยว่าไม่ได้เล็กอย่างที่คิด
เพราะนอกเหนือจากจอภาพ Retina แล้ว เรายังอัดแน่น
ทั้งขุมกำลังและความสามารถมาให้อย่างเต็มๆ ในขณะที่
iPad mini ยังคงความเล็กสมบูรณ์แบบไว้เช่นเคย
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าเราได้ออกแบบใหม่หมดในเกือบ
ทุกชิ้นส่วน และลดแม้เพียงเศษเสี้ยวมิลลิเมตรในทุกๆ จุด
ที่เป็นไปได้เพื่อให้ iPad mini ยังคงความเบาและบาง อีกทั้ง
ยังคงให้ความรู้สึกเหมือน iPad ทุกอย่าง จะต่างก็แค่ตรง
ที่ว่าเป็นรุ่นมินิเท่านั้น

จอภาพขนาด 7 นิ้ว
แท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว
จอภาพขนาด 7.9 นิ้ว
iPad mini

iPad mini มีขนาดเล็ก ถือมือเดียวได้พอเหมาะ
แต่มีจอภาพใหญ่กว่าแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วถึง 35%

ประสิทธิภาพดีขึ้น 4 เท่าในขนาดเท่าเดิม เหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว

เพียงถือไว้ในมือ คุณจะรู้สึกถึงความยอดเยี่ยมของ iPad mini ซึ่งความน่าประทับใจนี้ไม่ต่าง
ไปจากความยอดเยี่ยมของประสิทธิภาพการทำงานเลย ถึงแม้ว่า iPad mini จะบางและเบามาก
แต่เราสามารถใส่ขุมพลังและเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายไว้ภายในได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ทุกอย่างเริ่มต้นจากชิพ A7 ใหม่

บอกได้เลยว่าชิพ A7 ใหม่กินขาด เพราะนี่คือชิพที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา และยังประหยัดพลังงานมากที่สุดด้วย โดย A7 นำสถาปัตยกรรมระดับเดสก์ท็อป 64 บิต
มาใส่ไว้ใน iPad ซึ่งหมายความว่า iPad mini พูดภาษาเดียวกันกับระบบคอมพิวเตอร์ล้ำสมัยส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ชิพ A7 จะมอบประสิทธิภาพการทำงานของ CPU ที่เร็วขึ้น 4 เท่า และประสิทธิภาพของกราฟิกที่แรงขึ้นถึง 8 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สิ่งที่ได้คือ ขุมพลังสุดแรงและประสิทธิภาพสุดล้ำในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเพียง 340 กรัม ซึ่งคุณถือมือเดียวได้สบายๆ

เราเลือกออกแบบชิพของเราเอง เพราะเราสามารถ
ตัดสินใจได้ว่าต้องการให้ชิพมีฟังก์ชั่นการทำงานอย่างไรบ้าง และใส่ฟังก์ชั่นนั้นลงไปในแต่ละวงจรและแต่ละชิ้นส่วนได้เลย วิธีนี้ช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์ของเราทั้งบางและเบา แต่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน นี่คือหนึ่งในข้อได้เปรียบของการออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยตัวเอง เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทั้งบางและทรงพลังขนาดนี้ได้ คือการลงทุนและใส่ใจในส่วนประกอบหลักที่นำมาใช้สร้างตั้งแต่แรกเริ่ม

 M7 ตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่มากด้วยประสิทธิภาพ

โปรเซสเซอร์ร่วม M7 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ iPad mini ทั้งทรงพลังและประหยัดพลังงาน เราออกแบบ M7 มาเพื่อวัดการเคลื่อนไหวของ iPad mini โดยเก็บข้อมูลจากไจโรสโคป อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และเข็มทิศ ซึ่งเป็น
การแบ่งเบาภาระของชิพ A7 และเก็บรวบรวมข้อมูล
การเคลื่อนไหวจาก iPad mini เพื่อให้แอพสามารถปรับ
ฟังก์ชั่นการทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ และเนื่องจาก M7 ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับงานด้านนี้
โดยเฉพาะ จึงใช้พลังงานน้อยกว่าชิพ A7 และยังช่วย
แบ่งเบาหน้าที่ เพื่อให้ A7 ไปเน้นการทำงานด้านอื่นได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ดังนั้น ผลที่ได้จึงไม่ใช่แค่ประสบการณ์
การใช้ iPad ที่ดียิ่งขึ้น แต่การใช้งานแบตเตอรี่ก็ยัง
ยาวนานด้วย

ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่มากกว่าเดิม

iPad mini มีตัวเครื่องบางเพียง 7.5 มม. แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับ
ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม iPad mini ได้รับการออกแบบให้พกพาง่าย จึงมีสายอากาศสองสาย
เพื่อรองรับ MIMO (Multiple-Input Multiple-Output) ซึ่งเร็วกว่า Wi-Fi 802.11n ถึง 2 เท่า และในรุ่น
Wi-Fi + Cellular ยังใช้งานกับสัญญาณไร้สายในย่านความถี่ต่างๆ ได้มากขึ้น และรองรับเครือข่ายทั่วโลกได้มากกว่าเดิม iPad mini จึงพร้อมให้คุณเชื่อมต่อในที่ต่างๆ ได้มากกว่าที่เคย1 นอกจากนี้ ยังมีกล้อง iSight ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล
และกล้อง FaceTime HD ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ดีกว่าเดิมเพื่อให้วิดีโอคอลได้คมชัดยิ่งขึ้น2 และไมโครโฟนคู่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียง และลดเสียงรบกวนรอบข้างในระหว่างที่คุณถ่ายวิดีโอหรือใช้ FaceTime อีกด้วย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเทคโนโลยีทั้งหมดนี้รวมอยู่ในตัวเครื่องสวยหรูที่ทั้งเบาและหยิบถือได้ง่ายเครื่องนี้แล้ว

กล้อง FaceTime HD กล้อง iSight ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล ไมโครโฟนคู่ สายอากาศคู่สำหรับ MIMO

ไม่มีรายละเอียดไหนที่เล็กเกินไป

เพียงหยิบ iPad mini ขึ้นมา คุณก็จะสัมผัสได้ทันทีถึงความสมดุล นั่นเป็นเพราะทุกอย่างใน iPad
ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตจากการคิดพิจารณาอย่างพิถีพิถัน ด้วยความที่ทุกรายละเอียดมีเป้าหมายชัดเจน ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จึงเป็น iPad mini ที่ประณีตอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สร้างมาเพื่อกันและกัน

iOS 7 และ iPad mini ไม่เพียงแต่ออกแบบมาให้ทำงานได้ดีเท่านั้น แต่ยังออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อให้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งานทั้งสองส่วนเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ทุกอย่างใน iOS 7 นั้นเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อ เช่นเดียวกับตัว iPad mini เอง

iOS 7 ได้รับการปรับแต่งมาให้เหมาะกับ iPad mini จึงมีอะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านกระบวนการคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ iPad มอบให้ได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น แผงของศูนย์ควบคุมได้รับ
การจัดวางในแนวนอนเพื่อให้อ่านง่าย ในแอพกล้อง
ปุ่มชัตเตอร์จะวางอยู่ด้านข้างของหน้าจอ แทนที่จะอยู่
ด้านล่าง เพราะว่านั่นคือตำแหน่งนิ้วโป้งในขณะถือ iPad mini การเอาใจใส่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้ iOS 7
ไม่เพียงแต่สวยงามเมื่อได้เห็นเท่านั้น แต่ยังรู้สึกสวยงาม
ในประสบการณ์ที่ได้สัมผัสอีกด้วย

ไอเดียที่โดดเด่น ย่อมคู่ควรกับสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กัน

เมื่อคุณมีอุปกรณ์ที่ทั้งเล็กและเบาอย่าง iPad mini คุณก็คงไม่อยากจะใส่อะไรเข้าไปแล้ว
ทำให้เครื่องเทอะทะขึ้น เราจึงออกแบบ iPad mini Smart Cover และ Smart Case เพื่อสวมใส่
และปกป้อง iPad mini ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และทั้งสองอย่างก็ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วย
ความแม่นยำและความเอาใจใส่ไม่แพ้ตัว iPad mini เอง

Smart Cover

Smart Cover ทำขึ้นจากโพลียูรีเทนชิ้นเดียว มีบานพับฝังอยู่ด้านในอย่างเรียบหรู ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะให้เข้ากับรูปทรงที่บางเฉียบของ iPad mini โดยมีให้เลือกถึง 6 สีสันสดใส และไม่เพียงแต่ปกป้อง iPad mini เท่านั้น แต่ Smart Cover ยังสามารถปลุก iPad mini เมื่อเปิดออก และพักการทำงานเมื่อปิดด้วย นอกจากนี้ Smart Cover ยังสามารถพับเป็นรูปทรงต่างๆ ได้หลายแบบเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเวลาต้องการอ่าน ดู พิมพ์ หรือโทร FaceTime และยังถอดออกได้ง่าย คุณจึงสามารถติดเข้ากับเครื่องและดึงออกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

Smart Case

Smart Case เป็นวิธีที่เพรียวบางที่สุดในการปกป้อง iPad mini ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง วัสดุทำจากหนังย้อมอนิลีนที่สวยงามเพื่อให้สีสันมีความโดดเด่น โดย
มีให้เลือกถึง 6 เฉดสีสวยสด และยังรู้สึกดีเมื่อได้ถืออยู่
ในมือ แถมยังมีการออกแบบให้ขอบบาง สอดคล้อง
กับความบางเฉียบของตัว iPad mini นอกจากนี้
Smart Case จะปลุก iPad mini เมื่อเปิดออกและพักการทำงานเมื่อปิด และสามารถพับเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเหมือนกับ Smart Cover คุณจึงตั้งวาง iPad mini ในตำแหน่งที่เหมาะกับความต้องการได้

ออกแบบมาเพื่อส่งผลดีกับโลก โดยส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด


Apple ตระหนักถึงผลกระทบที่ผลิตภัณฑ์ของเรามี
ต่อโลกเสมอ และเราทราบดีว่าผลกระทบนั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องหลังจากผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งาน และนั่นคือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์ของ Apple เกือบทุกประเภท ผลิตจากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้สูง อย่างเช่น อะลูมิเนียม และเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีสารที่เป็นอันตรายในชิ้นส่วนต่างๆ

iPad mini คือตัวอย่างที่ดีที่สุด ตัวเครื่องอะลูมิเนียมนั้น
สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้สูง และiPad mini ทุกเครื่อง 
ก็ปลอดสารหน่วงการติดไฟในกลุ่มโบรมีน (BFR) และ
โพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) เรียกได้ว่า Apple เป็นหนึ่ง

ในองค์กรที่มีมาตรฐานการใช้วัสดุปลอดสาร BFR

และ PVC ที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม และเราก็

คาดหวังมาตรฐานระดับเดียวกันจากซัพพลายเออร์

ของเรา ดังนั้น เราจึงทำแม้กระทั่งแยกชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์

ออกเป็นชิ้นๆ ในห้องแล็บที่คูเปอร์ติโน แล้วทดสอบ
ส่วนประกอบเหล่านั้นโดยใช้วิธีต่างๆ มากมาย เช่น

การทำ Fluorescence Spectroscopy ด้วยรังสีเอกซเรย์

และ Ion Chromatography เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้

แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเราเป็นไปตามมาตรฐาน

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • จอภาพ LCD ปลอดสารปรอท

  • กระจกจอภาพปลอดสารอาร์เซนิก

  • ปลอดสาร BFR

  • ปลอดสาร PVC

  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของ Apple ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้ที่ เว็บไซต์ Apple กับสิ่งแวดล้อม