เต็มประสิทธิภาพทั้งวัน

ตั้งแต่เปิดเครื่องจนหมดวัน

โปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นที่ 5 ใน MacBook Air จะช่วยให้คุณมีเวลา
ทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น และยิ่งเมื่อรวมกับคุณสมบัติต่างๆ ที่ชาญฉลาดและทรงประสิทธิภาพแล้ว ก็เหมือนกับว่าคุณมีขุมพลังอันน่าทึ่ง
อยู่ในมือ ที่มาในขนาดที่เบาจนรู้สึกเหมือนแทบไม่ได้ถืออะไร

แบตเตอรี่อึดนานถึง 12 ชั่วโมง

แรงดีไม่มีตกตลอดวัน

เนื่องจาก MacBook Air ใช้ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชทั้งหมดที่มีขนาด
กะทัดรัด จึงทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อใช้งาน
ร่วมกับสถาปัตยกรรม Intel Core รุ่นที่ 5 ที่ประหยัดพลังงานแล้ว แบตเตอรี่รุ่นนี้
จึงให้ตัวเลขของระยะเวลาการใช้งานที่น่าประทับใจ เพราะเพียงชาร์จแค่ครั้งเดียว MacBook Air ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง เรียกได้ว่ามีพลังงานเพียงพอให้คุณท่องเว็บหรือดูภาพยนตร์ iTunes ได้ตลอดทั้งวัน และ
เมื่อ MacBook Air พักการทำงานนานกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป เครื่องก็จะเข้าสู่
โหมดสแตนด์บาย
เพื่อประหยัดแบตเตอรี่และสามารถอยู่ได้นานถึง 30 วัน1

โปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นที่ 5

เมื่อประสิทธิภาพมาเจอกับความอึด

MacBook Air ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i5 และ i7 รุ่นที่ 5 โดยสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสุดยอดนี้
ได้รับการออกแบบมาให้ใช้พลังงานน้อยลง แต่ยังคงประสิทธิภาพระดับสูงไว้ ซึ่งแปลว่า นอกจากจะช่วยให้คุณทำ
ทุกอย่างได้ตามต้องการแล้ว ยังทำได้นานยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์ Intel HD Graphics 6000
ยังมีประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่าเดิม ซึ่งคุณจะรู้สึกได้เป็นพิเศษ
ในเวลาที่เล่นเกมและทำงานที่เน้นกราฟิกหนักๆ

Wi-Fi 802.11ac

นี่แหละ นิยามของคำว่าเร็ว

MacBook Air รองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac ที่เร็วแบบสุดๆ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อกับสถานีฐาน 802.11ac รวมถึง AirPort Extreme และ AirPort Time Capsule ผลที่ได้ก็คือระบบไร้สายที่เร็วยิ่งกว่า Wi-Fi 802.11n ถึง 3 เท่า2 รวมไปถึงขอบเขตสัญญาณ Wi-Fi ที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และด้วยเทคโนโลยี Bluetooth คุณสามารถเชื่อมต่อ MacBook Air กับอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth ได้ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงหรือหูฟัง ซึ่งถึงแม้จะไม่มีสาย
การเชื่อมต่อก็ทำได้อย่างไร้ปัญหา

อัตรารับส่งข้อมูล Wi-Fi

1300 Mbps
802.11ac
450 Mbps
802.11n
54 Mbps
802.11g

ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ
แฟลชทั้งหมดที่เร็วสุดๆ

เตรียมตัว ระวัง เสร็จ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ MacBook Air ตอบสนองการทำงานได้ไวก็คือการออกแบบที่ใช้
ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชทั้งเครื่อง ซึ่งไม่เพียงทำให้ MacBook Air มีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวกกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปเท่านั้น แต่ยังทำให้เข้าถึงข้อมูล
ได้รวดเร็วกว่า และนอกจากตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชชนิด PCIe จะจุข้อมูลได้สูงสุดถึง 512GB3 แล้ว ยังเร็วกว่า
ฮาร์ดไดรฟ์ 5400 rpm ที่ใช้ในโน้ตบุ๊คทั่วไปถึง 17 เท่า4 ดังนั้นเมื่อคุณเปิดหน้าจอขึ้นมา MacBook Air จึงพร้อมเริ่ม
ทำงานได้แทบจะในทันที
และแม้จะอยู่ในโหมดสแตนด์บายมานานนับเดือน หน้าจอก็เปิดติดทันที

Thunderbolt 2 และ USB 3

ให้การเชื่อมต่อทรงพลังมากยิ่งขึ้น

เชื่อมต่อ MacBook Air ของคุณกับอุปกรณ์ต่างๆ และจอภาพด้วยพอร์ต Thunderbolt 2 ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า และไม่ได้หมด
เพียงเท่านี้ เพราะ MacBook Air ยังมาพร้อมกับพอร์ต USB 3 อีก 2 พอร์ต คุณจึงสามารถ
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB 3 ใหม่ล่าสุด และอุปกรณ์ USB 2 ของคุณได้อีกด้วย เพียง
เชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น MacBook Air ก็จะเปลี่ยนจากสุดยอดโน้ตบุ๊ค
เพื่อการพกพามาเป็นอุปกรณ์ทำงานที่มีทุกอย่างครบครันในทันที

จอภาพ กล้อง และไมค์

สุดประทับใจในทุกรายละเอียด

ใช้ FaceTime ใน MacBook Air เพื่อโทรหา iPhone 4 หรือใหม่กว่า รวมถึง iPad, iPod touch หรือ Mac เครื่องอื่นที่มี FaceTime สำหรับ Mac

จอภาพแบ็คไลท์แบบ LED
หลายล้านพิกเซล
แต่บางแค่ไม่กี่มิลลิเมตร

MacBook Air มาพร้อมจอภาพ
ที่มีความบางเพียง 4.86 มิลลิเมตร (0.19 นิ้ว) และให้ความละเอียดถึง
1440 x 900 พิกเซล ยิ่งเมื่อบวกกับ
แผงแบ็คไลท์ LED ที่จะทำให้สีสันมีความสว่างสดใสจากขอบจรดขอบด้วยแล้ว
ไม่ว่าคุณจะปรับแต่งภาพ ตกแต่ง
งานนำเสนอ หรือรับชมภาพยนตร์
สิ่งที่คุณเห็นในจอก็จะทำให้คุณหลงรักได้ในทันที

กล้อง FaceTime HD
ความละเอียด 720p
ชัดๆ แบบซึ่งๆ หน้า

ให้เพื่อนๆ และทุกคนในครอบครัวเห็นหน้าคุณชัด
ยิ่งขึ้นด้วยกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 720p ที่จะให้ทุกคนได้ประทับใจไปกับทุกๆ รอยยิ้ม
แม้จะมาจากอีกซีกโลก และด้วยภาพแบบไวด์สกรีน
ไม่จำเป็นต้องเบียดกันก็คุยพร้อมกันได้หลายคนทันที

ไมโครโฟนคู่
แล้วทุกอย่างก็จะเสียงดังฟังชัด

ไมโครโฟนคู่ใน MacBook Air เหมาะมากเวลาที่คุณอยากจะพูดอะไรให้ใครสักคนฟัง ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพูดคุยผ่าน FaceTime ไมโครโฟนก็จะลดเสียงรบกวนจากด้านหลังโน้ตบุ๊ค และเมื่อคุณใช้คุณสมบัติ "การป้อนตามคำบอก" ไมโครโฟนทั้งคู่
ก็จะสร้างแนวเสียงที่สามารถปรับแต่งได้อย่าง
ชาญฉลาด
เพื่อตรวจจับเสียงพูดของคุณ
แทนที่จะจับเสียงรบกวนรอบๆ

แทร็คแพด Multi-Touch

จับมือเป็นหนึ่งเดียวกับ macOS

เพราะคำสั่งนิ้ว Multi-Touch ใน macOS ช่วยให้คุณทำทุกอย่างใน
MacBook Air ได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
ใกล้ชิด และสนุกยิ่งกว่าเดิม เราจึงออกแบบแทร็คแพด Multi-Touch นี้ให้มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะแก่การวาดนิ้ว ไม่ว่าจะปัดด้วยสามนิ้วเพื่อเรียก Mission Control ขึ้นมา หรือหนีบนิ้วทั้งสี่เข้าหากันเพื่อเปิดดูแอพทั้งหมดใน Launchpad และการตอบสนองต่อคำสั่งนิ้วก็ยังไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติและสมจริงอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลื่อนเว็บเพจขึ้นลง หรือปัดนิ้วเพื่อสลับไปมาระหว่างแอพแบบเต็มจอแต่ละตัว ก็เหมือนคุณกำลังสัมผัสกับ
สิ่งที่อยู่บนจอ
ด้วยมือของคุณเองจริงๆ

คีย์บอร์ดแบ็คไลท์

ไม่มีคำว่า พิมพ์พลาด

แม้ว่า MacBook Air จะมีขนาดเล็กกะทัดรัดอย่างเหลือเชื่อแต่ก็มาพร้อม
คีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน เพื่อให้คุณยังคงพิมพ์ได้อย่างสบายและเป็นธรรมชาติ และยังมีแสงไฟแบ็คไลท์ส่องใต้ปุ่มของคีย์บอร์ด
คุณจึงพิมพ์ได้ง่ายแม้ในที่ที่แทบจะไม่มีแสง นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบที่มีอยู่ในเครื่องจะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของ
แสงรอบข้าง และปรับความสว่างของจอภาพและคีย์บอร์ดโดยอัตโนมัติ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะนั่งจิบกาแฟอยู่กลางแจ้ง หรืออยู่บนเครื่องบิน
เที่ยวดึกที่มีแสงไฟสลัวๆ คุณก็สามารถใช้งานได้ด้วยความสว่าง
ที่เหมาะสมในทุกสภาพแวดล้อม

ในตัวเครื่อง Unibody แบบชิ้นเดียว
มีลำโพงสเตอริโอหนึ่งคู่ซ่อนอยู่

iCloud

รูป เพลง เอกสาร และอื่นๆ ของคุณ
บนทุกเครื่องของคุณ

iCloud จัดเก็บคอนเทนต์ของคุณ และช่วยให้คุณฟังเพลง ดูภาพถ่าย ปฏิทิน
รายชื่อผู้ติดต่อ เอกสาร และอื่นๆ ได้จากเครื่องใดก็ตามที่คุณใช้อยู่ ดังนั้นหากคุณถ่ายภาพด้วย iPhone หรือเปลี่ยนแปลงนัดหมายการประชุมผ่าน iPad คุณก็จะแน่ใจได้ว่า iCloud จะช่วยให้ทุกอย่างไปปรากฏบนเครื่อง Mac ของคุณเช่นกัน นอกจากนี้ยังทำงานได้จากทั้งสองทาง นั่นคือคุณสามารถสร้างรายการ
สิ่งที่ต้องทำใน Mac แล้วไปแก้ไขใน iPhone ได้ด้วย5

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iCloud

เหมือนกับมีทีมผู้เชี่ยวชาญของคุณเอง

Mac เครื่องใหม่ทุกเครื่องมาพร้อมกับคำแนะนำระดับมืออาชีพ บริการและ
ความช่วยเหลือที่
ได้รับรางวัล รวมถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์จากทั่วโลก

บริการช่วยเหลือจาก AppleCare

Mac ทุกเครื่องมาพร้อมบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 90 วัน และการ
รับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 1 ปี แต่หากคุณซื้อ AppleCare Protection Plan
คุณก็จะสามารถขยายความคุ้มครองได้เป็น 3 ปี นับจากวันที่ซื้อ Mac