ชัดเจนว่านี่คือโน้ตบุ๊คที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีของเรา

ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Retina ที่ปฏิวัติวงการ สถาปัตยกรรมแบบ Flash โปรเซสเซอร์ Intel รุ่นที่ 4
ดีไซน์บางเบาที่โดดเด่นทั้งในรุ่น 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว และยิ่งเมื่อคุณสมบัติทุกอย่างมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว
แน่นอนว่า นี่คือการพาโน้ตบุ๊คก้าวไปสู่มิติใหม่ และจะพาคุณไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

จอภาพ Retina มุมมองความละเอียดหลายล้านพิกเซล

เมื่อจอภาพอัดแน่นไปด้วยพิกเซลมากมายมหาศาลกว่า 4 ล้านพิกเซลในรุ่น 13 นิ้ว และกว่า 5 ล้านพิกเซลในรุ่น 15 นิ้ว สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสก็คือผลลัพธ์อันน่าทึ่ง เพราะความหนาแน่นของพิกเซลที่สูงถึงขนาดนี้จะทำให้นัยน์ตาของคุณไม่อาจแยกแยะแต่ละพิกเซลออกจากกันได้ จึงให้มิติใหม่ของภาพที่สมจริงขึ้นอีกระดับ อีกทั้งความละเอียด 2560 x 1600 ที่คุณจะต้องทึ่งใน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และความละเอียด 2880 x 1800 ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันใน MacBook Pro รุ่น 15 นิ้วนั้น ก็จะช่วยให้คุณเห็นภาพความละเอียดสูงได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยความแม่นยำระดับพิกเซลต่อพิกเซล แม้แต่ตัวหนังสือก็ยังดูคมชัดจนคุณรู้สึกราวกับว่ากำลังอ่านอีเมล เว็บเพจ และเอกสารบนกระดาษที่พิมพ์ออกมาจริงๆ

นอกจากนี้ จอภาพ Retina ยังลดแสงสะท้อนลงด้วย
แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดสีสันและคุณภาพได้อย่างเหลือเชื่อเช่นเดิม หรืออย่างอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูง ก็จะช่วยให้สีดำนั้นดำสนิทกว่าเดิมและสีขาวนั้นขาวกว่าเดิม และสีสันอื่นๆ ก็จะจัดจ้านและสดใส ทั้งยังมีเทคโนโลยี IPS ที่ช่วยให้คุณรับชมทุกอย่างได้ในมุมมองที่กว้างถึง 178 องศา คุณจึงมองเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนไม่ว่าจะมองจากมุมไหน จนเชื่อได้ว่าคุณจะต้องหลงรักทุกสิ่งที่คุณเห็น

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 15 นิ้ว ความละเอียด 2880 x 1800, MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600, HDTV 60 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว มีความละเอียดมากกว่า HDTV เกือบ 2 ล้านพิกเซล และแน่นอนว่ารุ่น 15 นิ้วย่อมมีความละเอียดมากกว่าถึง 3 ล้านพิกเซล

ดูภาพที่ความละเอียดของจอภาพ Retina ขนาด 15 นิ้ว

Intel inside CORE i5 โปรเซสเซอร์ Intel แบบพกพารุ่นที่ 4 Dual-core และ Quad-core ที่ทรงพลังเอาเรื่อง

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพของแอพที่ต้องใช้
ทรัพยากรเครื่องสูงได้อย่างเต็มที่ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i5 หรือ Intel Core i7
แบบ Dual-core รุ่นที่ 4 ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าคุณสามารถพกกล้องไปได้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน
คุณก็สามารถนำสตูดิโอถ่ายรูปดิจิตอลติดตัวไปด้วยได้เช่นกัน นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Hyper-Threading ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยให้แต่ละคอร์จัดการงานต่างๆ
ได้พร้อมกัน และด้วยความเร็วสูงสุดถึง 3.0GHz, แคช L3 แบบใช้ร่วมกันที่ความจุสูงสุด 4MB และ Turbo Boost ที่เพิ่มความเร็วได้ถึง 3.5GHz โปรเซสเซอร์เหล่านี้จึงพร้อมรับมือกับทุกเรื่อง

ส่วน MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 15 นิ้วนั้น ก็มาพร้อมขุมพลังที่จะช่วยให้คุณทำอะไรได้เหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิม อย่างโปรเซสเซอร์ Intel Core i7 แบบ Quad-core รุ่นที่ 4 ก็ช่วยให้ MacBook Pro มีประสิทธิภาพเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา คุณจึงสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
แม้กระทั่งงานที่ซับซ้อนที่สุดในแอพระดับมืออาชีพอย่าง Final Cut Pro ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 2.8GHz, แคช L3 แบบใช้ร่วมกันขนาด 6MB และ Turbo Boost ที่เพิ่มความเร็วได้สูงสุด 4.0GHz และทุกรุ่นยังมาพร้อมกับหน่วยความจำ 1600MHz ขนาด 16GB ที่เร็วสุดๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว พร้อมที่จะลุยไปกับคุณในทุกเรื่องที่คุณต้องการและในทุกที่ที่คุณไปเสมอ

กราฟิกแบบ Iris และ Iris Pro
ประสิทธิภาพการแสดงผลแบบไร้ที่ติ

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้วนั้น มาพร้อม Intel Iris Graphics ซึ่งเหมาะสำหรับงานทั่วไปและยังรับมือกับแอพครีเอทีฟที่เน้นการใช้งานด้านกราฟิกได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูรูปภาพในอัลบั้มขนาดใหญ่ ก็ทำได้ง่ายๆ เล่นเกมด้วยรายละเอียดอันน่าทึ่ง หรือแม้แต่ต่อกับจอภาพภายนอกอีกหนึ่งหรือสองจอก็ยังได้ สิ่งเหล่านี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ประสิทธิภาพไม่เคยเล็กตาม

ในขณะที่ MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ก็มีจอภาพสุดมหัศจรรย์ที่มาพร้อมขุมพลังด้านกราฟิก
ที่คู่ควรกัน อย่างโปรเซสเซอร์ Intel Core i7 รุ่นที่ 4 ที่มาพร้อม Iris Pro Graphics ที่มี
หน่วยความจำแบบฝังในตัวขนาด 128MB ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานที่เน้นใช้
โปรเซสเซอร์และกราฟิก ด้วยการทำหน้าที่เป็นแคชความเร็วสูง แต่ถ้าต้องการกราฟิกที่
แรงยิ่งขึ้นไปอีก ขอแนะนำให้เลือกรุ่น 15 นิ้วที่รวมเอาพลังของ Iris Pro Graphics และ
NVIDIA GeForce GT 750M ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ก็ต้องขอบคุณหน่วยความจำ GDDR5
ขนาด 2GB ที่ให้คุณเล่นเกม 3D ได้ด้วยจำนวนเฟรมต่อวินาทีที่สูงขึ้น และตัดต่องานวิดีโอ
ของคุณได้ด้วยความเร็วและการตอบสนองที่เหนือกว่า

แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน 
สูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จ สแตนด์บายได้นาน 30 วัน

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วนั้นสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และนานถึง 8 ชั่วโมงในรุ่น 15 นิ้ว ซึ่งสำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คไหนๆ ก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว แต่สำหรับโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมกับจอภาพความละเอียดสูงสุด โปรเซสเซอร์และกราฟิกอันล้ำสมัย รวมถึงมีดีไซน์ที่บางเฉียบ
แล้วนั้น นี่คือสิ่งที่สร้างความประทับใจและโดดเด่นได้ยิ่งกว่า และแบตเตอรี่ที่ติดตั้งไว้ในตัวก็มีรอบการชาร์จถึง 1,000 รอบ และยังอยู่ในโหมดสแตนด์บายพร้อมใช้งานได้นานถึง 30 วัน1

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใช้งานได้สูงสุด 9 ชม.
MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ใช้งานได้สูงสุด 8 ชม.

Flash Storage ที่เร็วสุดแรง
นี่แหละเหตุผลที่สิ่งนี้ถูกเรียกว่า Flash

คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างในทุกๆ เรื่องที่คุณทำ
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องที่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที การเปิดแอพ
ที่รวดเร็วทันใจ หรือแม้แต่การใช้งานเดสก์ท็อปก็จะให้ความรู้สึก
ที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ฉับไวจนน่าทึ่ง ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ
Flash Storage แบบ PCIe ที่มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล
สูงเหลือเชื่อ คุณจึงสามารถอิมพอร์ตคลังภาพขนาดใหญ่ได้แบบ
ไม่ต้องรอนาน และในรุ่น 15 นิ้วนั้น Flash Storage ยังทำงาน
ร่วมกับโปรเซสเซอร์ Quad-core และกราฟิกประสิทธิภาพสูง
จึงทำทุกอย่างได้รวดเร็วแม้แต่งานตัดต่อใน Final Cut Pro
ที่ต้องใช้พลังในการประมวลผลสูง และการที่ MacBook Pro
ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับ Flash Storage ความจุสูงสุด 1TB
จึงยิ่งทำให้เก็บไฟล์สำคัญทั้งหมดไว้กับเครื่องได้3 นอกจากนี้
อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Flash ยังมีความทนทานเป็นพิเศษและ
ไร้เสียงรบกวนเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ อีกอย่างคือ
สามารถประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม จึงทำให้ MacBook Pro
ของคุณอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึงหนึ่งเดือนโดยไม่ต้อง
เสียบปลั๊ก ดังนั้นไม่ว่าจะ 1 หรือ 30 วัน MacBook Pro ที่ใช้
อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Flash ก็พร้อมคืนชีพเพื่อทำงานต่อ
จากเดิมได้ทันที

เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Flash และฮาร์ดไดรฟ์

Wi‑Fi 802.11 ac นิยามของคำว่าเร็ว

พบกับที่สุดแห่งครีเอทีฟสตูดิโอแบบเคลื่อนที่ที่เน้นความ
คล่องตัวเป็นพิเศษ ด้วย Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และเทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth 4.0 ที่ติดตั้งมาให้ คุณจึง
ถอดปลั๊กได้โดยที่ยังคงเชื่อมต่อกับเครือข่าย อุปกรณ์ต่อพ่วงไร้สาย หรือกับโลกทั้งใบอยู่ และด้วย AirPlay กับ Apple TV
คุณยังสามารถเล่นวิดีโอ อวดรูปภาพ และฟังเพลงเพราะๆ
จาก MacBook Pro บนทีวีไวด์สกรีนได้ในแบบไร้สายด้วย และเมื่อไหร่ที่ MacBook Pro เชื่อมต่อเข้ากับสถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11ac เช่น AirPort Extreme หรือ AirPort Time Capsule แล้วละก็ คุณก็เตรียมพบกับระบบไร้สายที่มีประสิทธิภาพ
การทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่าได้เลย4

อัตรารับส่งข้อมูล Wi-Fi

  • 1300 Mbps
    802.11ac
  • 450 Mbps
    802.11n
  • 54 Mbps
    802.11g

Thunderbolt 2 I/O ระดับชั้นแนวหน้าของโลก

  • ช่องเสียบการ์ด SDXC
  • HDMI
  • USB 3
  • MagSafe 2
  • Thunderbolt 2
  • USB 3
  • หูฟัง

Thunderbolt 2 ที่รวดเร็วและอเนกประสงค์นี้ให้แบนด์วิธได้สูงสุดถึง 20Gb/s ต่ออุปกรณ์ภายนอกแต่ละตัว คุณจึงพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมสำหรับยุคถัดไปของอุปกรณ์ต่อพ่วงและจอภาพประสิทธิภาพสูง โดยคุณสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่มหึมา และ
เพิ่มกล่องอุปกรณ์ต่อพ่วง PCI ได้แบบไม่มีปัญหา และด้วยความที่พอร์ต Thunderbolt 2
แต่ละพอร์ตช่วยให้คุณเชื่อมต่อแบบ Daisy Chain กับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ถึง 6 เครื่อง คุณจึงสามารถเสียบต่ออุปกรณ์ภายนอกได้ถึง 12 เครื่อง โดยใช้เพียงแค่ Thunderbolt เท่านั้น

อีกอย่างคือ ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่น 13 นิ้ว หรือ 15 นิ้ว คุณก็จะได้พอร์ต Thunderbolt 2 จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต USB 3 จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต HDMI จำนวน 1 พอร์ต, ช่องเสียบการ์ด SDXC และช่องเสียบหูฟัง ดังนั้น เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ คุณก็สามารถเนรมิตห้องของคุณให้กลายเป็นสตูดิโอระดับมืออาชีพได้โดยมี MacBook Pro เป็นศูนย์กลางได้ทันที

เสียงและภาพ

คุณคงยังไม่ได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่แท้จริง หากยังไม่เคยลองฟังจากลำโพงของ MacBook Pro ที่แม้จะมีขนาดที่บางและเบา แต่กลับถ่ายทอดเสียงได้อย่างเต็มอิ่ม และด้วยช่วงไดนามิกที่กว้าง บาลานซ์ที่เหมาะสม และคุณภาพเสียงที่คมชัดอย่างน่าประทับใจ ลำโพงเหล่านี้จึงสามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างไพเราะจนคุณอาจไม่เชื่อหู นั่นเป็นเพราะเราได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการออกแบบเพื่อยกระดับคุณภาพของทุกเดซิเบลที่คุณได้ยินให้ถึงขีดสุด

ไมโครโฟนคู่ในตัวเหมาะสำหรับเวลาที่คุณอยากจะพูดอะไรให้ใครสักคนฟัง ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพูดคุยผ่าน FaceTime ไมโครโฟนก็จะลดเสียงรบกวนจากด้านหลังโน้ตบุ๊ค และเมื่อคุณใช้ Dictation ไมโครโฟนทั้งคู่ก็จะสร้างแนวเสียงที่สามารถปรับแต่งได้อย่างชาญฉลาดเพื่อตรวจจับเสียงพูดของคุณ แทนที่จะจับเสียงรบกวนรอบๆ

กล้อง FaceTime HD

ถ่ายทอดอารมณ์ของคุณได้ชัดเจนยิ่งกว่า

ตรงกลางเหนือจอ Retina แบบไวด์สกรีนของ MacBook Pro คือกล้อง FaceTime HD ที่เหนือชั้นขึ้นกว่าเดิม พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพที่ให้สีสันถูกต้องและลดนอยซ์แม้ในสภาพแสงน้อย ขณะที่โปรเซสเซอร์จัดการภาพสุดล้ำจะช่วยให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น และลดภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติตรวจจับใบหน้าที่ช่วยปรับความสว่างและไวท์บาลานซ์ให้เข้ากับใบหน้าและสีผิว
ของคุณโดยอัตโนมัติ คุณจึงดูดีที่สุดเสมอไม่ว่าสภาพแสงด้านหลังคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แทร็คแพด Multi-Touch และคีย์บอร์ด Backlit

ใน OS X คุณสมบัติ Multi-Touch มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุม Mac ของคุณ เพราะการใช้วิธีวาดนิ้วที่เหมือนจริงและเป็นธรรมชาตินี้จะช่วยให้คุณสามารถสลับไปมาระหว่างแอพ เลื่อนดูคอนเทนต์ต่างๆ และใช้พื้นที่บนเดสก์ท็อปของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดย MacBook Pro มาพร้อมกับแทร็คแพด Multi-Touch ที่มีพื้นผิวกระจกแผ่นใหญ่ทำหน้าที่เป็นปุ่ม
คุณจึงสามารถแตะ หนีบหรือกางนิ้วเพื่อซูม ปัด และคลิกได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ MacBook Pro ยังได้รับการออกแบบมาให้บางและเบาเพื่อให้คุณพกพาไปได้ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่มีแสงเพียงน้อยนิด โดยเซ็นเซอร์ที่มีอยู่ในเครื่องจะคอยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสงโดยรอบ และปรับความสว่างของคีย์บอร์ดและจอภาพให้โดยอัตโนมัติ ทีนี้คุณก็ไม่ต้องทนใช้งานแบบมืดๆ อีกต่อไป

iCloud ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ในทุกที่ที่คุณต้องการ

iCloud จัดเก็บคอนเทนต์ของคุณ และช่วยให้คุณฟังเพลง ดูภาพถ่าย ปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ เอกสาร และอื่นๆ ได้จากเครื่องใดก็ตามที่คุณใช้อยู่ ดังนั้นหากคุณถ่ายภาพด้วย iPhone หรือเปลี่ยนแปลงนัดหมายการประชุมผ่าน iPad คุณก็จะแน่ใจได้ว่า iCloud จะช่วยให้ทุกอย่าง
ไปปรากฏบนเครื่อง Mac ของคุณเช่นกัน และบริการนี้ยังทำงานได้จากทั้งสองทาง นั่นคือ
คุณสามารถสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำใน Mac แล้วไปแก้ไขใน iPhone ได้ด้วย5 ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iCloud

มาพร้อมแอพอันทรงพลัง 
จะเรื่องงานหรือเรื่องเล่น ก็ลงมือได้เลย

นับตั้งแต่แกะกล่อง MacBook Pro คือสุดยอดโน้ตบุ๊คที่พร้อมเสมอสำหรับการจัดทำเอกสาร
แชร์งานนำเสนอ คำนวณตัวเลข ปรับแต่งรูป สร้างภาพยนตร์ และแต่งเพลง นั่นเป็นเพราะใน
เครื่องมีแอพอันทรงพลังสำหรับการทำงานและการสร้างสรรค์มาให้ถึง 6 แอพ ซึ่งก็คือ Pages,
Numbers, Keynote, iPhoto, iMovie และ GarageBand6 โดยแอพทั้งหมดนี้ก็ได้รับการอัพเดท
เพื่อพร้อมทำงานบน OS X Yosemite เรียบร้อยแล้ว และยังไม่รวมแอพอื่นๆ ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
ไม่ว่าจะเป็น Safari, Mail หรือ iBooks ซึ่งเหมาะสำหรับทุกเรื่องที่คุณอยากทำ และเรื่องที่คุณ
ต้องทำ และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายแสนแอพรอให้คุณค้นพบอยู่ใน Mac App Store ด้วย
ดูเพิ่มเติม

เหมือนกับมีทีมผู้เชี่ยวชาญของคุณเอง

Mac ทุกเครื่องมาพร้อมบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคทางโทรศัพท์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 90 วัน และการรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 1 ปี แต่หากคุณซื้อ AppleCare Protection Plan ก็จะสามารถขยายความคุ้มครองได้เป็น 3 ปี นับจากวันที่ซื้อ Mac

โทรติดต่อ Apple

สอบถามเกี่ยวกับ MacBook Pro ก่อนซื้อ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
ที่พร้อมตอบทุกข้อสงสัย

001-800-65-6957
  1. ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่และจำนวนรอบการชาร์จอาจแตกต่างกันตามการใช้งานและการกำหนดค่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com/th/batteries
  2. Apple ทำการทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2014 โดยใช้เครื่อง MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Quad-core ความเร็ว 2.5GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB และเครื่อง MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.8GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB เครื่อง MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Quad-core ความเร็ว 2.7GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB และเครื่อง MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.6GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 256GB เป็นรุ่นที่วางจำหน่าย การทดสอบใช้ Iometer 2006.07.27 โดยมีช่วง Ramp-up 30 วินาที เวลารัน 5 นาที และกำหนด Request Size ที่ 512KB จำนวน Outstanding IO ที่ 8 และใช้ไฟล์ทดสอบขนาด 150GB เครื่อง MacBook Pro
    มีการตรวจวัดความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับประสิทธิภาพการทำงานตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  3. 1TB = 1 ล้านล้านไบต์ ความจุจริงจะน้อยกว่าที่กำหนด
  4. อ้างอิงตามมาตรฐาน IEEE 802.11ac สเปคแบบร่าง ความเร็วจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขอบเขตสัญญาณ อัตราการเชื่อมต่อ สภาวะของไซต์ ขนาดเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ
  5. iCloud ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ iCloud คุณสมบัติบางประเภทจำเป็นต้องใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi คุณสมบัติบางประเภทไม่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ การใช้บริการบางชนิดจำกัดจำนวนอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง
  6. Pages, Numbers และ Keynote ดาวน์โหลดได้ฟรีบน Mac App Store เฉพาะกับคอมพิวเตอร์ Mac ที่ได้รับสิทธิ์ซึ่งซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2013 เป็นต้นไปเท่านั้น จำเป็นต้องใช้ OS X Mavericks
    การดาวน์โหลดแอพจำเป็นต้องใช้ Apple ID