ชัดเจนว่านี่คือโน้ตบุ๊คที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีของเรา

ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Retina ที่ปฏิวัติวงการ สถาปัตยกรรมแบบ Flash โปรเซสเซอร์ Intel รุ่นล่าสุด ดีไซน์บางเบา
ที่โดดเด่นทั้งในรุ่น 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว และยิ่งเมื่อคุณสมบัติทุกอย่างมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว แน่นอนว่านี่คือ
การพาโน้ตบุ๊คก้าวไปสู่มิติใหม่ และจะพาคุณไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

จอภาพ Retina มุมมองความละเอียดหลายล้านพิกเซล

เมื่อจอภาพอัดแน่นไปด้วยพิกเซลมากมายมหาศาลกว่า 4 ล้านพิกเซลในรุ่น 13 นิ้ว และกว่า 5 ล้านพิกเซลในรุ่น 15 นิ้ว สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสก็คือผลลัพธ์อันน่าทึ่ง เพราะความหนาแน่นของพิกเซลที่สูงถึงขนาดนี้จะทำให้นัยน์ตาของคุณไม่อาจแยกแยะแต่ละพิกเซลออกจากกันได้ จึงให้มิติใหม่ของภาพที่สมจริงขึ้นอีกระดับ อีกทั้งความละเอียด 2560 x 1600 ที่คุณจะต้องทึ่งใน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และความละเอียด 2880 x 1800 ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันใน MacBook Pro รุ่น 15 นิ้วนั้น ก็จะช่วยให้คุณเห็นภาพความละเอียดสูงได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยความแม่นยำระดับพิกเซลต่อพิกเซล แม้แต่ตัวหนังสือก็ยังดูคมชัดจนคุณรู้สึกราวกับว่ากำลังอ่านอีเมล เว็บเพจ และเอกสารบนกระดาษที่พิมพ์ออกมาจริงๆ

นอกจากนี้ จอภาพ Retina ยังลดแสงสะท้อนลงด้วย
แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดสีสันและคุณภาพได้อย่างเหลือเชื่อเช่นเดิม หรืออย่างอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูง ก็จะช่วยให้สีดำนั้นดำสนิทกว่าเดิมและสีขาวนั้นขาวกว่าเดิม และสีสันอื่นๆ ก็จะจัดจ้านและสดใส ทั้งยังมีเทคโนโลยี IPS ที่ช่วยให้คุณรับชมทุกอย่างได้ในมุมมองที่กว้างถึง 178 องศา คุณจึงมองเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนไม่ว่าจะมองจากมุมไหน จนเชื่อได้ว่าคุณจะต้องหลงรักทุกสิ่งที่คุณเห็น

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 15 นิ้ว ความละเอียด 2880 x 1800, MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600, HDTV 60 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว มีความละเอียดมากกว่า HDTV เกือบ 2 ล้านพิกเซล และแน่นอนว่ารุ่น 15 นิ้วย่อมมีความละเอียดมากกว่าถึง 3 ล้านพิกเซล

ดูภาพที่ความละเอียดของจอภาพ Retina ขนาด 15 นิ้ว

Intel inside CORE i5 โปรเซสเซอร์ Intel สำหรับมือถือรุ่นที่ 4 Dual-core และ Quad-core ที่ทรงพลังเอาเรื่อง

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้ว จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพของแอพที่ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องสูงได้อย่างเต็มที่ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i5 หรือ Intel Core i7 แบบ Dual-core รุ่นล่าสุด ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าคุณสามารถพกกล้องไปได้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน คุณก็สามารถนำทั้ง Aperture และสตูดิโอถ่ายรูปดิจิตอลติดตัวไปด้วยได้เช่นกัน นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Hyper-Threading ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยให้แต่ละคอร์จัดการงานต่างๆ ได้พร้อมกัน และด้วยความเร็วสูงสุดถึง 2.8GHz, แคช L3 แบบใช้ร่วมกันที่ความจุสูงสุด 4MB และ Turbo Boost ที่เพิ่มความเร็วได้ถึง 3.3GHz โปรเซสเซอร์เหล่านี้จึงพร้อมรับมือกับทุกเรื่อง

ส่วน MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 15 นิ้วนั้น ก็มาพร้อมกับขุมพลังที่จะช่วยให้คุณทำอะไรได้เหลือเชื่อยิ่งขึ้น อย่างโปรเซสเซอร์ Intel Core i7 แบบ Quad-core รุ่นที่ 4 ก็ช่วยให้ MacBook Pro มีประสิทธิภาพเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา คุณจึงสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งงานที่ซับซ้อนที่สุดในแอพระดับมืออาชีพอย่าง Final Cut Pro ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 2.6GHz, แคช L3 แบบใช้ร่วมกันขนาด 6MB และ Turbo Boost ที่เพิ่มความเร็วได้สูงสุด 3.8GHz และรุ่นท็อปยังมาพร้อมกับหน่วยความจำมาตรฐาน 1600MHz ขนาด 16GB ที่เร็วสุดๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว พร้อมที่จะลุยไปกับคุณในทุกเรื่องที่คุณต้องการและในทุกที่ที่คุณไปเสมอ

กราฟิกแบบ Iris และ Iris Pro
ประสิทธิภาพการแสดงผลแบบไร้ที่ติ

MacBook Pro จอภาพ Retina รุ่น 13 นิ้วนั้น มาพร้อม Intel Iris Graphics ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 90%1 จึงสามารถรับมือกับงานทั่วไปและแอพครีเอทีฟที่เน้นการใช้งานด้านกราฟิกได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูรูปภาพในอัลบั้มขนาดใหญ่ ก็ทำได้ง่ายๆ เล่นเกมด้วยรายละเอียดอันน่าทึ่ง หรือแม้แต่ต่อกับจอภาพภายนอกอีกหนึ่งหรือสองจอก็ยังได้ สิ่งเหล่านี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ประสิทธิภาพไม่เคยเล็กตาม

ในขณะที่ MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ก็มีจอภาพสุดมหัศจรรย์ไม่แพ้กัน และมาพร้อมขุมพลังด้านกราฟิกที่คู่ควรกัน อย่างโปรเซสเซอร์ Intel Core i7 รุ่นที่ 4 ที่มาพร้อม Iris Pro Graphics ที่มีหน่วยความจำแบบฝังในตัวขนาด 128MB ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานที่เน้นใช้โปรเซสเซอร์และกราฟิก ด้วยการทำหน้าที่เป็นแคชความเร็วสูง แต่ถ้าต้องการกราฟิกที่แรงยิ่งขึ้นไปอีก ขอแนะนำให้เลือกรุ่น 15 นิ้วที่รวมเอาพลังของ Iris Pro Graphics และ NVIDIA GeForce GT 750M ใหม่ไว้ด้วยกัน พร้อมหน่วยความจำวิดีโอ GDDR5 ขนาด 2GB ซึ่งสูงกว่ากราฟิกโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนของ NVIDIA ถึง 2 เท่า คุณจึงเล่นเกม 3D ด้วยจำนวนเฟรมต่อวินาทีที่สูงขึ้น และตัดต่องานวิดีโอ HD ของคุณได้ด้วยความเร็วและการตอบสนองที่เหนือกว่า

แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน 
สูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จ สแตนด์บายได้นาน 30 วัน

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วใหม่นั้นสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และนานถึง 8 ชั่วโมงในรุ่น 15 นิ้ว ซึ่งสำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คไหนๆ ก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว แต่สำหรับโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมกับจอภาพความละเอียดสูงสุด โปรเซสเซอร์และกราฟิกอันล้ำสมัย รวมถึงมีดีไซน์ที่บางเฉียบแล้วนั้น นี่คือสิ่งที่สร้างความประทับใจและโดดเด่นได้ยิ่งกว่า และแบตเตอรี่ที่ติดตั้งไว้ในตัวก็มีรอบชาร์จถึง 1,000 รอบ และอยู่ในโหมดสแตนด์บายที่พร้อมใช้งานได้นานถึง 30 วันอีกด้วย2

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใช้งานได้สูงสุด 9 ชม.
MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ใช้งานได้สูงสุด 8 ชม.

Flash Storage ที่เร็วยิ่งกว่า
นี่แหละเหตุผลที่สิ่งนี้ถูกเรียกว่า Flash

คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างในทุกๆ เรื่องที่คุณทำ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องที่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที การเปิดแอพที่รวดเร็วทันใจ หรือแม้แต่การใช้งานเดสก์ท็อปก็จะให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ฉับไวจนน่าทึ่ง ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ Flash Storage แบบ PCIe ใหม่ที่มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลสูงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเมื่อเทียบกับ MacBook Pro รุ่นก่อนแล้วเร็วขึ้นถึง 60%3 คุณจึงสามารถอิมพอร์ตคลังภาพขนาดใหญ่ลงใน Aperture ได้แบบไม่ต้องรอนาน และในรุ่น 15 นิ้วนั้น Flash Storage ยังทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ Quad-core และกราฟิกประสิทธิภาพสูง จึงทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นแม้แต่งานตัดต่อใน Final Cut Pro ที่ต้องใช้พลังในการประมวลผลสูง และการที่ MacBook Pro ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับ Flash Storage ความจุสูงสุด 1TB จึงยิ่งทำให้สามารถเก็บไฟล์สำคัญทั้งหมดไว้กับเครื่องได้4 นอกจากนี้ อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Flash ยังมีความทนทานเป็นพิเศษและไร้เสียงรบกวนเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ อีกอย่างคือสามารถประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม จึงทำให้ MacBook Pro ของคุณอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึงหนึ่งเดือนโดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก ดังนั้น ไม่ว่าจะ 1 หรือ 30 วัน MacBook Pro ที่ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Flash ก็พร้อมคืนชีพเพื่อทำงานต่อจากเดิมได้ทันที

เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Flash และฮาร์ดไดรฟ์

Wi‑Fi 802.11 ac นิยามใหม่ของคำว่าเร็ว

พบกับที่สุดแห่งครีเอทีฟสตูดิโอแบบเคลื่อนที่ที่เน้นความคล่องตัวเป็นพิเศษ ด้วย Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac ใหม่ล่าสุดและเทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth 4.0 ที่ติดตั้งมาให้ คุณจึงสามารถถอดปลั๊กโดยที่ยังคงเชื่อมต่อกับเครือข่าย อุปกรณ์เสริมไร้สาย หรือกับโลกทั้งใบได้ และด้วย AirPlay กับ Apple TV คุณยังสามารถเล่นวิดีโอ อวดรูปภาพ และฟังเพลงเพราะๆ จาก MacBook Pro บนทีวีไวด์สกรีนได้ในแบบไร้สายด้วย และเมื่อไหร่ที่ MacBook Pro เชื่อมต่อเข้ากับสถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11ac เช่น AirPort Extreme หรือ AirPort Time Capsule แล้วละก็ คุณก็เตรียมพบกับระบบไร้สายที่มีประสิทธิภาพการทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่าได้เลย5

อัตรารับส่งข้อมูล Wi-Fi

  • 1300 Mbps
    802.11ac
  • 450 Mbps
    802.11n
  • 54 Mbps
    802.11g

Thunderbolt 2 I/O ที่ล้ำหน้าที่สุด วันนี้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า

  • ช่องเสียบการ์ด SDXC
  • HDMI
  • USB 3
  • MagSafe 2
  • Thunderbolt 2
  • USB 3
  • หูฟัง

Thunderbolt คือเทคโนโลยี I/O ที่ล้ำสมัยและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่ง MacBook Pro ใหม่นี้ก็มาพร้อมกับ Thunderbolt 2 เวอร์ชั่นล่าสุด ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลด้วยอัตราที่สูงขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้ได้แบนด์วิธสูงสุด 20Gb/s ต่ออุปกรณ์ภายนอกแต่ละตัว คุณจึงพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมสำหรับยุคถัดไปของอุปกรณ์ต่อพ่วงและจอภาพประสิทธิภาพสูง โดยคุณสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่มหึมา และเพิ่มกล่องอุปกรณ์ต่อพ่วง PCI ได้แบบไม่มีปัญหา และด้วยความที่พอร์ต Thunderbolt 2 แต่ละพอร์ตช่วยให้คุณเชื่อมต่อแบบ Daisy Chain กับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ถึง 6 เครื่อง คุณจึงสามารถเสียบต่ออุปกรณ์ภายนอกได้ถึง 12 เครื่อง โดยใช้เพียงแค่ Thunderbolt เท่านั้น

อีกอย่างคือ ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่น 13 นิ้ว หรือ 15 นิ้ว คุณก็จะได้พอร์ต Thunderbolt 2 จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต USB 3 จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต HDMI จำนวน 1 พอร์ต, ช่องเสียบการ์ด SDXC และช่องเสียบหูฟัง ดังนั้น เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ คุณก็สามารถเนรมิตห้องของคุณให้กลายเป็นสตูดิโอระดับมืออาชีพได้โดยมี MacBook Pro เป็นศูนย์กลางได้ทันที

เสียงและภาพ

คุณคงยังไม่ได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่แท้จริง หากยังไม่เคยลองฟังจากลำโพงของ MacBook Pro ที่แม้จะมีขนาดที่บางและเบา แต่กลับถ่ายทอดเสียงได้อย่างเต็มอิ่ม และด้วยช่วงไดนามิกที่กว้าง บาลานซ์ที่เหมาะสม และคุณภาพเสียงที่คมชัดอย่างน่าประทับใจ ลำโพงเหล่านี้จึงสามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างไพเราะจนคุณอาจไม่เชื่อหู นั่นเป็นเพราะเราได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการออกแบบเพื่อยกระดับคุณภาพของทุกเดซิเบลที่คุณได้ยินให้ถึงขีดสุด

ไมโครโฟนคู่ในตัวเหมาะสำหรับเวลาที่คุณอยากจะพูดอะไรให้ใครสักคนฟัง ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพูดคุยผ่าน FaceTime ไมโครโฟนก็จะลดเสียงรบกวนจากด้านหลังโน้ตบุ๊ค และเมื่อคุณใช้ Dictation ไมโครโฟนทั้งคู่ก็จะสร้างแนวเสียงที่สามารถปรับแต่งได้อย่างชาญฉลาดเพื่อตรวจจับเสียงพูดของคุณ แทนที่จะจับเสียงรบกวนรอบๆ

กล้อง FaceTime HD

ถ่ายทอดอารมณ์ของคุณได้ชัดเจนยิ่งกว่า

ตรงกลางเหนือจอ Retina แบบไวด์สกรีนของ MacBook Pro คือกล้อง FaceTime HD ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และยิ่งตอนนี้มาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่เพิ่มความไวแสงที่เหมาะกับสภาพแสงน้อย จึงทำให้สามารถถ่ายทอดสีสันออกมาได้แม่นยำกว่า และมีนอยซ์น้อยลงกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ กล้อง FaceTime HD ยังมีโปรเซสเซอร์จัดการภาพตัวใหม่ที่ช่วยให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น และลดภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติตรวจจับใบหน้าแบบใหม่ ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าใบหน้าของคุณจะออกมาดูดีที่สุดอยู่เสมอ ด้วยการปรับความสว่างและไวท์บาลานซ์ให้เข้ากับใบหน้าและสีผิวของคุณโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าสภาพแสงด้านหลังคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แทร็คแพดแบบ Multi-touch และคีย์บอร์ด Backlit

ใน OS X คุณสมบัติ Multi-Touch มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุม Mac ของคุณ เพราะการใช้วิธีวาดนิ้วที่เหมือนจริงและเป็นธรรมชาตินี้จะช่วยให้คุณสามารถสลับไปมาระหว่างแอพ เลื่อนดูคอนเทนต์ต่างๆ และใช้พื้นที่บนเดสก์ท็อปของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดย MacBook Pro มาพร้อมกับแทร็คแพดแบบ Multi-Touch ที่มีพื้นผิวกระจกแผ่นใหญ่ทำหน้าที่เป็นปุ่ม คุณจึงสามารถแตะ หนีบหรือกางนิ้วเพื่อซูม ปัด และคลิกได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ MacBook Pro ยังได้รับการออกแบบมาให้บางและเบาเพื่อให้คุณพกพาไปได้ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่มีแสงเพียงน้อยนิด โดยเซ็นเซอร์ที่มีอยู่ในเครื่องจะคอยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสงโดยรอบ และปรับความสว่างของคีย์บอร์ดและจอภาพให้โดยอัตโนมัติ ทีนี้คุณก็ไม่ต้องทนใช้งานแบบมืดๆ อีกต่อไป

iCloud ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ในทุกที่ที่คุณต้องการ

iCloud ช่วยให้คุณฟังเพลง ดูรูปถ่าย เอกสาร และอื่นๆ ได้จากอุปกรณ์เครื่องไหนก็ได้ที่คุณกำลังใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น Mac, iPhone, iPad หรือ iPod touch และยังคอยอัพเดททุกอย่างในอุปกรณ์ทุกเครื่องให้ตรงกันโดยอัตโนมัติอีกด้วย ดังนั้น เมื่อคุณซื้อเพลง คุณก็ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อที่จะฟังในอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณ หรือไม่ต้องคอยกังวลว่าเอกสารของคุณจะเป็นเวอร์ชั่นที่อัพเดทล่าสุดแล้วหรือยัง

ทั้งหมดต้องขอบคุณคุณสมบัติใหม่ๆ ที่มีอยู่ใน OS X Mavericks ที่ทำให้วันนี้ iCloud เก่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น iCloud Photo Sharing ใน iPhoto ที่ให้คุณแชร์รูปภาพและวิดีโอกับเพื่อนๆ และครอบครัว ขณะที่คนอื่นๆ ก็สามารถคอมเมนท์ และโพสต์รูปหรือวิดีโอของตัวเองมาโชว์คู่กับของคุณได้เช่นกัน และยังมี iCloud Keychain ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องจำชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรเครดิตในทุกเว็บไซต์ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ iCloud ยังจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดให้คุณด้วยการเข้ารหัสแบบ AES ระดับ 256 บิต ที่มีความปลอดภัยสูงให้อีกด้วย6 ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iCloud

มาพร้อมแอพอันทรงพลัง 
จะเรื่องงานหรือเรื่องเล่น ก็ลงมือได้เลย

นับตั้งแต่แกะกล่อง MacBook Pro คือสุดยอดโน้ตบุ๊คที่พร้อมเสมอสำหรับการจัดทำเอกสาร แชร์งานนำเสนอ คำนวณตัวเลข ปรับแต่งรูป สร้างภาพยนตร์ และแต่งเพลง นั่นเป็นเพราะในเครื่องมีแอพอันทรงพลังสำหรับการทำงานและการสร้างสรรค์มาให้ถึง 6 แอพ ซึ่งก็คือ Pages, Numbers, Keynote, iPhoto, iMovie และ GarageBand7 และยังไม่รวมแอพอื่นๆ ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น Safari, Mail หรือ iBooks ซึ่งเพอร์เฟ็คสำหรับทุกเรื่องที่คุณอยากทำ และเรื่องที่คุณต้องทำ และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายแสนแอพรอให้คุณค้นพบอยู่ใน Mac App Store ด้วย ดูเพิ่มเติม

เหมือนกับมีทีมผู้เชี่ยวชาญของคุณเอง

Mac ทุกเครื่องมาพร้อมบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคทางโทรศัพท์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 90 วัน และการรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 1 ปี แต่หากคุณซื้อ AppleCare Protection Plan ก็จะสามารถขยายความคุ้มครองได้เป็น 3 ปี นับจากวันที่ซื้อ Mac

โทรติดต่อ Apple

สอบถามเกี่ยวกับ MacBook Pro ก่อนซื้อ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
ที่พร้อมตอบทุกข้อสงสัย

001-800-65-6957
  1. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.6GHz พร้อม Intel Iris Graphics และหน่วยความจำกราฟิก 1GB และเครื่อง MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นวางจำหน่ายที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.6GHz พร้อม Intel HD Graphics 4000 และหน่วยความจำกราฟิก 1GB ทั้งสองรุ่นใช้ RAM ขนาด 8GB ความละเอียดที่ใช้: 1280 x 800 โปรแกรม X-Plane 10 ได้รับการทดสอบด้วย fps_test=2 test_flight_747.fdr โดยตั้งระดับการลบรอยหยักของภาพ 4 เท่า Unigine Valley Benchmark ได้รับการทดสอบโดยตั้งคุณภาพระดับปานกลางในโหมดเต็มจอและปิดการลบรอยหยักของภาพ Portal 2 ได้รับการทดสอบโดยใช้ไฟล์ทดสอบ Timedemo ชื่อ Laser Stairs โดยตั้งระดับการลบรอยหยักของภาพ 4 เท่าและกราฟิกคุณภาพสูง เครื่อง MacBook Pro มีการตรวจวัดความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับความเร็วของโปรเซสเซอร์ตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. อายุการใช้งานแบตเตอรี่และจำนวนรอบการชาร์จอาจแตกต่างกันตามการใช้งานและการกำหนดค่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com/th/batteries
  3. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Quad-core ความเร็ว 2.3GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB และเครื่อง MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.6GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB เครื่อง MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Quad-core ความเร็ว 2.7GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB และเครื่อง MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.6GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 256GB เป็นรุ่นที่วางจำหน่าย การทดสอบใช้ Iometer 2006.07.27 โดยมีช่วง Ramp-up 30 วินาที เวลารัน 5 นาที และกำหนด Request Size ที่ 512KB จำนวน Outstanding IO ที่ 8 และใช้ไฟล์ทดสอบขนาด 150GB เครื่อง MacBook Pro มีการตรวจวัดความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับความเร็วของโปรเซสเซอร์ตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  4. 1TB = 1 ล้านล้านไบต์ ความจุจริงจะน้อยกว่าที่กำหนด
  5. อ้างอิงตามมาตรฐาน IEEE 802.11ac สเปคแบบร่าง ความเร็วจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขอบเขตสัญญาณ อัตราการเชื่อมต่อ สภาวะของไซต์ ขนาดเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ
  6. iCloud ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ iCloud คุณสมบัติบางประเภทจำเป็นต้องใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi คุณสมบัติบางประเภทไม่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ การใช้บริการบางชนิดจำกัดจำนวนอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง
  7. Pages, Numbers และ Keynote ดาวน์โหลดได้ฟรีบน Mac App Store เฉพาะกับคอมพิวเตอร์ Mac ที่ได้รับสิทธิ์ซึ่งซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2013 เป็นต้นไปเท่านั้น จำเป็นต้องใช้ OS X Mavericks การดาวน์โหลดแอพจำเป็นต้องใช้ Apple ID