คือการสร้างสรรค์ใหม่ล้วนๆ

ตอนที่เราออกแบบ MacBook เราไม่ได้คิดแค่เรื่องความบาง
และเบากว่าเท่านั้น
แต่ยังคิดไปถึงความสามารถที่มากกว่า
และการใช้งานที่ง่ายกว่าที่เคยด้วย
ซึ่งเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ
เราจึงไม่สามารถแค่ลดขนาดตรงนี้นิด ลดน้ำหนัก
ตรงนั้นหน่อย
เพราะสิ่งที่เราเลือกที่จะทำคือการเริ่มต้นจากศูนย์ คิดค้นประดิษฐ์
ส่วนประกอบสำคัญแต่ละส่วนขึ้นมาใหม่ โดยทั้งหมดจะมารวมกัน
เป็นหนึ่งเดียว
บนดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความล้ำลึก
เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้
ต้องหลงรัก Mac
ในรูปแบบใหม่อย่างถึงแก่นที่สุดเท่าที่เคยมี

คลิกแล้วลากเพื่อหมุน MacBook

คีย์บอร์ด คิดมาใหม่หมด
ในทุกรายละเอียด
แบบทุกซอกทุกมุม

ตั้งแต่แรกเริ่มนั้น เป้าหมายของเราคือการออกแบบประสบการณ์การใช้งาน Mac ให้
สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
และคีย์บอร์ดแบบเต็มๆ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์นั้นด้วย
ดังนั้นเพื่อให้ได้คีย์บอร์ดที่ยังคงขนาด
แบบเต็มๆ ที่พอดีกับ MacBook อันบางเฉียบนี้ เราจึงต้องออกแบบคีย์บอร์ดขึ้นมาใหม่หมด โดยส่วนประกอบ
แต่ละชิ้นได้ถูกนำมาพิจารณาอีกครั้ง
ไล่ตั้งแต่กลไกที่อยู่ใต้ปุ่มรวมไปถึงส่วนโค้งบนผิวสัมผัสของแต่ละปุ่ม
ไปจนถึงตัวอักษรรูปแบบ
ใหม่อันโดดเด่น และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคีย์บอร์ดที่บางเฉียบกว่ารุ่นก่อน ตอนนี้เมื่อคุณ
ใช้นิ้ว
กดปุ่ม ปุ่มที่กดก็จะยุบและดีดกลับขึ้นมาอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ซึ่งการเคลื่อนไหวแบบนี้
จะช่วยทำให้
การพิมพ์อย่างแม่นยำกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ไปเลย

กลไกแบบปีกผีเสื้อ

คีย์บอร์ดทั่วไปที่ใช้กลไกแบบกรรไกรมักมีแนวโน้มที่บริเวณขอบของปุ่มจะหลวมและโยกง่าย
ซึ่งทำให้ขาดความ
แม่นยำในการพิมพ์ในกรณีที่กดโดนจุดอื่นที่ไม่ใช่จุดกึ่งกลางของปุ่ม ยิ่งกับ
คีย์บอร์ดที่บางขนาดนี้ เราก็ยิ่งจำเป็น
ต้องลดอาการโยกเยกของปุ่ม มิเช่นนั้นถ้าไม่ได้กดตรง
กลางปุ่มก็อาจส่งผลให้ฝาปุ่มไปชนกับด้านล่างก่อน ซึ่ง
ทำให้กดแล้วพิมพ์ไม่ติด ด้วยเหตุนี้เอง
เราจึงออกแบบกลไกการทำงานในรูปแบบปีกผีเสื้ออันมีเอกลักษณ์ ซึ่งมี
ความกว้างกว่ากลไก
แบบกรรไกรและประกอบรวมอยู่ในชุดเดียวกัน ทั้งยังทำมาจากวัสดุที่แข็งกว่า ทำให้ปุ่มมี
ความ
มั่นคงยิ่งขึ้นและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม รวมถึงใช้พื้นที่ในแนวตั้งน้อยลงด้วย สรุปได้เลยว่า
ดีไซน์สุดล้ำนี้
ทำให้ปุ่มมั่นคงขึ้น ตอบสนองได้สม่ำเสมอ และเพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์
ไม่ว่าคุณจะกดโดนตรงไหนของปุ่มก็ตาม

กลไกแบบกรรไกรที่ใช้
ในคีย์บอร์ดทั่วไป
กลไกแบบปีกผีเสื้อที่
ออกแบบโดย Apple

การออกแบบปุ่ม

ปุ่มที่ได้รับการออกแบบใหม่บน MacBook นี้มี
ผิวสัมผัสที่
ใหญ่ขึ้น โครงสร้างที่บางลง และส่วนโค้ง
ที่ลึกกว่า จึงช่วยให้
พื้นที่กดบนปุ่มรับกับปลายนิ้วของคุณ
ได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้
สามารถค้นหาและกดปุ่มได้อย่าง
เป็นธรรมชาติ แม้ว่าการ
ปรับเปลี่ยนเหล่านี้อาจจะดูเป็น
อะไรที่เล็กน้อย แต่กลับให้
ความรู้สึกที่แตกต่างขณะใช้งาน
จนคุณรู้สึกได้ และยิ่งมา
ผสานกับกลไกแบบปีกผีเสื้อด้วย
แล้ว ดีไซน์แบบนี้ยังทำให้
การควบคุมขณะที่พิมพ์เป็นไปได้
ดีกว่าเดิมอีกด้วย

ปุ่มใหญ่ขึ้น 17%
ส่วนประกอบปุ่มบางลง 40%

แสงที่ส่องจากใต้ปุ่มอย่างแม่นยำ

ตอนที่เราตั้งใจว่าจะออกแบบคีย์บอร์ดให้บางขนาดนี้ หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่เราคำนึงถึงก็คือ
จะทำอย่างไรให้แสงที่ส่อง
จากใต้ปุ่มเกิดขึ้นได้โดยใช้พื้นที่น้อยลง และในขณะเดียวกันก็ต้องมี
รูปลักษณ์และความรู้สึกที่ดูสะอาดตาและพิถีพิถัน
ขึ้นด้วย เพื่อให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ เราจึง
ย้ายแถวไฟ LED รวมถึงแผงนำแสงซึ่งทำหน้าที่กระจายแสงทั่วทั้ง
คีย์บอร์ดออกไป แล้วแทนที่
ด้วยไฟ LED ข้างใต้ปุ่มแต่ละปุ่มแทน โดยไฟ LED เหล่านี้ได้ถูกปรับตั้งให้มีความสว่าง
ที่สม่ำเสมอ
ดังนั้นทุกปุ่มและทุกตัวอักษรจึงดูคมชัดทั้งๆ ที่อาศัยแสงไฟแค่เพียงเล็กน้อยจากรอบๆ ฝาปุ่ม
เท่านั้น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลของการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้การใช้พลังงานเป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้นั่นเอง

3 ล้านพิกเซล 0.88 มิลลิเมตร
ทั้งเฉียบคมทั้งบางเฉียบ

จอภาพ Retina ขนาด 12 นิ้วบน MacBook ไม่เพียงแต่จะคมชัดไร้ที่ติ แต่ยังบางเฉียบราวกับ
กระดาษ
ซึ่งจะว่าไปแล้วจอภาพที่บางเพียง 0.88 มิลลิเมตรนี้ ยังถือว่าเป็นจอภาพ Retina ที่บาง
ที่สุดเท่าที่
เคยมีมาบน Mac อีกด้วย ส่วนหนึ่งก็คือกระจกที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติที่
ได้รับการ
พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษนั้น มีความบางอย่างเหลือเชื่อจากขอบจรดขอบเพียง 0.5 มิลลิเมตร
เท่านั้น
และเรายังลดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ของจอภาพเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดูกะทัดรัดและ
กลมกลืนยิ่งขึ้นด้วย

ความละเอียด 2304×1440
อัตราส่วนภาพ 16:10
มุมในการมอง 178°
SD
HD
MacBook
720X480
1920X1080
2304X1440

ในการถ่ายทอดประสบการณ์ของจอภาพ
Retina อันงดงาม
บน MacBook ที่เรียบหรูนี้
เราจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมใน
ทุกระดับ
ชนิดที่ลงลึกไปถึงพิกเซล ด้วยเหตุนี้ เราจึง
ออกแบบ
พิกเซลใหม่เพื่อสร้างรูรับแสงที่
ใหญ่ขึ้นเพื่อให้แสงลอดผ่านได้
มากกว่าเดิม
ซึ่งวิธีนี้ส่งผลให้เราสามารถใช้เทคโนโลยี
แบ็คไลท์
แบบ LED ที่ประหยัดไฟกว่าจอภาพ
Retina บนโน้ตบุ๊ค Mac รุ่น
อื่นๆ ถึง 30% ขณะที่ยังคงความสว่างสดใสไว้เหมือนเช่นเคย

รูรับแสงในแต่ละพิกเซลที่ใหญ่ขึ้น เล่นซ้ำ

แทร็คแพด Force Touch
เพิ่มแรงกดขึ้นอีกนิด ก็ทำอะไรได้อีกเยอะ

ถ้ามองจากภายนอก แทร็คแพด Force Touch อาจดูเหมือนแทร็คแพดอื่นๆ ทั่วไป แต่ถ้ามองลึกไป
ถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้พื้นผิวนั้นแล้วละก็ บอกได้เลยว่าไม่เหมือนอะไรที่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน
ตั้งแต่
เซ็นเซอร์แรงกดที่จะคอยตรวจจับว่าคุณกดแรงแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่คุณกดตรงไหนก็ตาม
บนพื้นผิว
แทร็คแพด Taptic Engine ใหม่ก็จะตอบสนองต่อการคลิกด้วยการรับรู้ที่คุณรู้สึกได้
หรือแม้แต่การ
คลิกที่เคยเป็นแค่ฟังก์ชั่นของกลไกธรรมดาๆ ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอีก
หลายสิ่งที่คุณจะสามารถ
ทำได้ผ่าน Force Touch ทั้งนี้ก็เพราะความสามารถในการตรวจจับ
ของแทร็คแพด Force Touch
นั้นจะทำให้คุณสื่อสารกับ MacBook ได้ว่าคุณอยากให้ทำอะไร
ตามแรงกดที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย
นั่นเอง สิ่งนี้จึงทำให้คุณสามารถโต้ตอบกับแอพต่างๆ
ได้หลากหลายแบบบนพื้นผิวแทร็คแพดเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น แทร็คแพดก็ยังสื่อสารกับคุณ
ด้วยการตอบสนองแบบสัมผัสที่คุณจะรู้สึกได้จริงๆ
อีกด้วย คงไม่ผิดหากจะบอกว่า ทั้งหมดนี้
ทำให้ MacBook ของคุณทำอะไรได้มากขึ้นและใกล้ชิด
กับคุณมากกว่าที่เคย

ผิวกระจกแบบ Capacitive Taptic Engine เซ็นเซอร์แรงกด

Taptic Engine

แทร็คแพดแบบดั้งเดิมนั้นใช้กลไกที่ดูคล้ายกับกระดานกระโดดน้ำ
หรือที่เรียกว่า “Diving Board”
ซึ่งต้องใช้เนื้อที่ข้างใต้เวลาถูกกด
ลงไป รวมถึงทำให้การคลิกในส่วนที่เป็นพื้นผิวใกล้กับคีย์บอร์ด
เป็นไปได้ยากกว่า แต่ถ้าเป็นแทร็คแพด Force Touch นี้ เซ็นเซอร์
แรงกดจะคอยตรวจจับการคลิก
ทุกแห่งบนพื้นผิวแทร็คแพด
ของคุณ ซึ่งคุณจะรู้สึกได้ว่าแทร็คแพดกำลังตอบสนองกับคุณอยู่
แม้ว่าวิธีที่คุณกดลงไปจะเป็นแบบเดียวกับที่คุณใช้บนแทร็คแพดที่
คุณคุ้นเคยก็ตาม และด้วย
Taptic Engine ที่เป็นการตอบสนอง
แบบสัมผัส ยังทำให้คุณไม่เพียงแต่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบน
หน้าจอ
เท่านั้น แต่ยังรู้สึกไปพร้อมกันได้ด้วย โดยแทร็คแพดจะส่งการ
ตอบสนองในแบบที่คุณ
จะรู้สึกได้ที่ปลายนิ้วเมื่อคุณทำงาน
บางอย่าง เช่น ใส่คำอธิบายใน PDF เป็นต้น

Force Touch

นอกเหนือจากคำสั่งนิ้ว Multi-Touch ง่ายๆ ที่คุณอาจคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น การเลื่อน
การปัด
การหนีบนิ้ว และการหมุน Force Touch ยังเปิดมิติใหม่ให้กับประสบการณ์
การใช้งาน Mac ด้วย
โดยคุณสามารถกำหนดความไวต่อการสัมผัสได้เอง ซึ่งจะช่วย
ให้คุณปรับได้ว่าแรงกดระดับไหนจึงจะ
ถือเป็นคำสั่งคลิก แถมแทร็คแพดยังสามารถ
บอกได้แม้กระทั่งว่าคุณคลิกด้วยนิ้วโป้งหรือนิ้วอื่น
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนิ้วไหนก็จะปรับ
ระดับความไวโดยอัตโนมัติอีกด้วย

เราอัดประสิทธิภาพ
เข้าไปให้ได้มากที่สุด
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

แต่ละส่วนประกอบภายใน MacBook ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อใช้พื้นที่ของตัวเครื่อง
ที่บางและ
เบาเป็นพิเศษให้คุ้มค่าที่สุด โดยเราเลือกโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดมา
ผนึกกำลังกับ Intel HD
Graphics 515 สุดเร็วและ macOS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานบนโปรเซสเซอร์
โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด และ
เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมเพื่อระบายความร้อน การทำงาน
ของเครื่องจึงเป็นไปอย่างเงียบสนิทและไม่มี
ชิ้นส่วนไหนต้องเคลื่อนไหว แถมยังมีพื้นที่เหลือมากขึ้น
สำหรับแบตเตอรี่ที่พร้อมมอบประสิทธิภาพ
ตลอดวันอีกด้วย1

โปรเซสเซอร์

ภายในเครื่อง คุณจะพบกับโปรเซสเซอร์ Intel Core m3,
m5 และ m7 รุ่นที่ 6 ที่ออกแบบด้วย
เทคโนโลยีการผลิต
แบบ 14 นาโนเมตร นั่นหมายความว่าชิพจะอัดแน่นไปด้วย
ทรานซิสเตอร์
เพื่อความหนาแน่นที่สูงขึ้น และประสิทธิภาพที่
เหนือชั้นกว่า โดยโปรเซสเซอร์ Core M นี้ ถือว่า
ลงตัวอย่าง
เหมาะเจาะกับ MacBook ด้วยคุณสมบัติประหยัดพลังงาน
ที่มาพร้อมกับ
ประสิทธิภาพที่จำเป็นต่อการทำงานใน
แต่ละวันนั่นเอง

เทคโนโลยีการผลิตแบบ 14นม.
5 วัตต์
สถาปัตยกรรมรุ่นที่ 6
กราฟิกเร็วขึ้นสูงสูด225%

สถาปัตยกรรม
แบบไม่ต้องใช้พัดลม

MacBook คือโน้ตบุ๊ค Mac เครื่องแรกที่ไม่ต้อง
มีพัดลม นั่นเป็นเพราะว่า
ชิพ Intel Core M ใช้
กำลังไฟแค่เพียง 5 วัตต์ จึงทำให้เกิดความร้อน
น้อยลง
และไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมหรือท่อ
ความร้อนอีกต่อไป ในขณะเดียวกันแผง
วงจร
ก็จะถูกวางไว้ที่ด้านบนสุดของแผ่นกราไฟต์แบบ
แอนไอโซโทรปิกแทน
ซึ่งวิธีนี้จะช่วยไล่ความร้อนที่
เกิดขึ้นออกไปด้านข้าง ซึ่งในระหว่างนั้น Mac
ของคุณก็ยังคงทำงานได้อย่างเงียบสนิท
นอกจากนี้ MacBook ยังถูก
ออกแบบขึ้นมาให้
ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมด้วยคุณสมบัติต่างๆ
ใน
macOS เช่น Timer Coalescing, App Nap และ
Safari Power Saver คุณจึง
มั่นใจได้เลยว่าทุกๆ งาน
ที่คุณทำจะใช้กำลังไฟที่พอเหมาะกับแต่ละงานจริงๆ
ไม่มากเกินเหตุและไม่น้อยเกินไป

แผงวงจร
MacBook Air

รุ่น 11 นิ้ว
แผงวงจร
MacBook
เล็กลง 67 %

แผงวงจร

สำหรับ MacBook เราสามารถนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้
เมื่อตอนที่สร้างสรรค์
อุปกรณ์ที่บางแต่ทรงพลัง
มาแล้วอย่าง iPhone และ iPad มาใช้ พร้อมกับ
ต่อยอดองค์ความรู้เหล่านั้นให้ก้าวล้ำกว่าเดิม
และเราก็ทำสำเร็จ โดยเราได้
จัดเรียงโปรเซสเซอร์,
Flash Storage และหน่วยความจำลงบนแผงวงจร
ที่เล็กที่สุดแต่อัดแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีใน Mac ไว้ได้
อย่างพิถีพิถัน ซึ่งในความ
เป็นจริงมีขนาดเล็กกว่า
แผงวงจรใน MacBook Air รุ่น 11 นิ้วถึง 67%
เลยทีเดียว

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำ

แม้จะย่อขนาดชิ้นส่วนภายใน แต่ MacBook ก็ยังคงความจุที่มากพอสำหรับ
จัดเก็บไฟล์และเปิดใช้
แอพพลิเคชั่นที่คุณต้องใช้ทุกวันไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
โดยมาพร้อมหน่วยความจำออนบอร์ด
LPDDR3 ขนาด 8GB ความเร็ว
1866MHz ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน ซึ่งเมื่อมาผสานพลังกับ
Flash
Storage ความจุ 256GB หรือ 512GB3 ด้วยแล้ว คุณก็จะได้พบกับโน้ตบุ๊ค
ที่บางและเบา
จนต้องทึ่ง พร้อมประสิทธิภาพที่เร็วทันใจ

หน่วยความจำ LPDDR3
ความเร็ว 1866MHz ขนาด
8GB
Flash Storage แบบ PCIe
ความจุสูงสุด
512GB

นวัตกรรมที่แทรกซึม
อยู่ในทุกระดับ

เพื่อให้ได้มาซึ่งแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน1 เราจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทุกมิลลิเมตรภายใน
ตัวเครื่อง
อันบางเฉียบของ MacBook ซึ่งถ้าเป็นแบตเตอรี่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบเดิมๆ เมื่อติดตั้งใน
ตัวเครื่องที่มี
ส่วนโค้งเว้าแล้วจะทำให้เหลือพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ ดังนั้นเราจึงคิดค้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่
ชนิดใหม่ที่เอื้อต่อ
การสร้างสรรค์เซลล์แบตเตอรี่แบบไล่ระดับอันเหนือชั้นที่สามารถปรับแต่งรูปร่างให้
เข้ากับส่วนเว้าส่วนโค้ง
ของตัวเครื่องได้อย่างพอดิบพอดี ผลคือ เราได้เซลล์แบตเตอรี่ที่มีความจุ
มากขึ้นกว่าเดิมถึง 35% ซึ่ง
มากกว่าที่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้เสียอีก และเมื่อเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับว่า
พื้นที่ทั้งหมดที่มีในตัวเครื่องได้
ถูกใช้ไปอย่างมีประโยชน์ ขณะที่คุณก็ได้ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่
ที่ยาวนานตลอดทั้งวัน

เซลล์แบตเตอรี่ใน MacBook ไม่เพียงแต่ได้รับการ
ออกแบบมาพร้อมกับความใส่ใจในรายละเอียด
อย่างพิถีพิถันเท่านั้น แต่ยังถูกประกอบขึ้นด้วย
ความแม่นยำอย่างสูงและระมัดระวังเป็นพิเศษ
อีกด้วย
ในขั้นแรก กล้องความเร็วสูงจะถ่ายภาพ
ของเคสเครื่อง
และแบตเตอรี่โดยละเอียด ซึ่งเราจะ
นำภาพเหล่านั้นมา
พิจารณาความแตกต่างที่
เล็กน้อยจนมองไม่เห็นใน
ตัวเครื่อง ก่อนที่จะค่อยๆ
บรรจงติดตั้งแบตเตอรี่ลงไป
ทั้งนี้ก็เพื่อให้แน่ใจ
ว่าจะไม่มีพื้นที่แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ต้อง
เสียประโยชน์ไป

ท่องเว็บ
นานสูงสุด1
10ชม.
เล่นภาพยนตร์ iTunes
นานสูงสุด1
11ชม.
แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คมาตรฐาน
แบตเตอรี่ MacBook
ความจุมากกว่า
เทคโนโลยีมาตรฐานถึง
35 %

USB-C พอร์ตเดียว แต่คือโลกทั้งใบแห่งการเชื่อมต่อ

ในการสร้างสรรค์โน้ตบุ๊คที่ทั้งบางและเบาอย่าง MacBook นี้ เราได้พยายามอย่างหนัก
เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพ
ในทุกรายละเอียด เรียกว่าลงลึกไปถึงวิธีการเชื่อมต่อกับ
อุปกรณ์ต่อพ่วงและการต่อปลั๊กไฟ และสิ่งที่เราได้มาก็คือ
พอร์ต USB-C ซึ่งถือเป็น
มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่หลอมรวมฟังก์ชั่นสำคัญๆ ที่คุณจำเป็นต้องใช้ในชีวิต
ประจำวันเอาไว้ในพอร์ตอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่เสียบได้ทั้งสองด้านในพอร์ตเดียว

การถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็ว

พอร์ต USB-C บน MacBook สามารถถ่ายโอนข้อมูล
ได้
อย่างรวดเร็วผ่าน USB (สูงสุด 5 Gbps) เมื่อ
เชื่อมต่อ
กับโฮสต์ของอุปกรณ์ภายนอกและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ

การชาร์จ

พอร์ต USB-C บน MacBook สามารถชาร์จแบตเตอรี่
ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การส่งสัญญาณภาพวิดีโอ

พอร์ต USB-C บน MacBook รองรับการส่ง
สัญญาณภาพวิดีโอ
สำหรับการเชื่อมต่อกับ
พอร์ต HDMI, VGA และ DisplayPort

อุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์เสริมใหม่จากบริษัทอื่น เช่น สายเคเบิล
อะแดปเตอร์
และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ช่วยให้คุณขยายความสามารถของ MacBook ได้หลากหลาย
และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ประสิทธิภาพมากถึงขีดสุด
โดยกระทบสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ปรับแต่งมาเพื่อใช้พลังงานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในแต่ละมิติของ MacBook ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Retina และแบตเตอรี่
แบบไล่ระดับ
ไปจนถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยของ macOS ต่างก็ได้รับ
การปรับปรุงให้ประหยัด
พลังงานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงกินไฟ
เพียง 10.10 kWh ต่อปีเท่านั้น
ซึ่งถือว่าเกินกว่าข้อกำหนดการใช้
พลังงานขั้นต่ำของ EPA จนผ่านการรับรอง
มาตรฐาน ENERGY
STAR 6.1 อีกอย่างคือ เนื่องจากแบตเตอรี่ใน MacBook
ไม่จำเป็น
ต้องชาร์จไฟบ่อยๆ ปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจาก
การ
ใช้งานในแต่ละวันจึงน้อยลงด้วย

ออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเสมอ

เราออกแบบให้ MacBook ปลอดจากสารพิษหลายชนิด รวมถึง
เบริลเลียม
สารหน่วงการติดไฟในกลุ่มโบรมีน (BFR) และโพลีไวนิล
คลอไรด์ (PVC) และ
ยังทำมาจากวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้สูง
เช่น อะลูมิเนียมและกระจก
เป็นต้น นอกจากนี้ MacBook ยังได้รับ
มาตรฐานระดับ Gold ซึ่งเป็นระดับ
สูงสุดจาก EPEAT ที่วัดผลกระทบ
ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์โดย
พิจารณาจากความสามารถ
ในการนำกลับไปรีไซเคิล ระดับพลังงานที่ใช้
ตลอดจนวิธี
การออกแบบและผลิต4

As กระจกจอภาพ
ปลอดสารอาร์เซนิก
Hg จอภาพแบ็คไลท์แบบ LED
ที่ปลอดสารปรอท
PVC ปลอดสาร PVC
BFR ปลอดสาร BFR
BE ปลอดสารเบริลเลียม