ไม่ใช่แค่ทรงพลัง แต่เรื่องการฉลาดใช้พลังงาน OS X Mavericks ก็ไม่เป็นรองใคร

เราพิจารณาทุกอย่างเพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Mac ของคุณ ตั้งแต่การทำงานร่วมกันระหว่าง OS X กับฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับแอพของคุณ และยิ่งเรามองลึกลงในรายละเอียดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งค้นพบวิธีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้แบตเตอรี่มากขึ้นเท่านั้น รวมถึงการเพิ่มความแรงของเครื่องด้วย ลองมาดูตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะทำให้ Mac ของคุณไม่ต้องแบกงานหนัก แถมยังทำงานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

การจัดกลุ่มการทำงานนี้จะช่วยให้ CPU มีเวลาพักและมีช่วงการใช้พลังงานในระดับต่ำที่ยาวนานขึ้น ผลคือสามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้นโดยที่ประสิทธิภาพนั้นไม่ลดลงเลย

Timer Coalescing แค่เสี้ยววินาทีก็รู้สึกได้ถึงประสิทธิภาพที่แตกต่าง

ใน OS X Mavericks จะมี Timer Coalescing ที่ช่วยจัดกลุ่มการทำงานในระดับต่ำเข้าด้วยกัน โดยหมั่นสร้างเวลาพักช่วงสั้นๆ เพื่อช่วยให้ CPU ของคุณเข้าสู่ช่วงการใช้พลังงานต่ำได้บ่อยขึ้น และกิจกรรมที่ลดน้อยลงถึง 72% นี้ ก็ทำให้ CPU ลดการใช้พลังงานลงด้วย ซึ่งจะช่วยให้แบตเตอรี่ของคุณได้พักด้วยเช่นกัน โดยทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นอย่างฉับไวจนคุณไม่ทันสังเกต เพราะที่คุณจะรู้สึกคือ Mac ของคุณก็ยังคงจัดการงานต่างๆ ให้เสร็จลุล่วงได้อย่างรวดเร็วเช่นเดิม1

App Nap พอกันทีกับการสูญเสียพลังงานเบื้องหลัง

App Nap ช่วยให้คุณประหยัดพลังงานเมื่อเปิดหลายๆ แอพพร้อมกัน โดย OS X จะสามารถรู้ได้ว่ามีแอพถูกซ่อนอยู่หลังหน้าต่างอื่นๆ ซึ่งหากแอพดังกล่าวไม่ได้ทำงานอะไรเลยในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพลง ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเช็คอีเมล App Nap ก็จะช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อันมีค่าด้วยการลดความเร็วในการทำงานของแอพนั้นลง แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกลับมาใช้งานอีกครั้ง แอพก็จะใส่เกียร์เดินหน้าพร้อมทำงานเต็มกำลังทันที ซึ่งทุกอย่างนี้จะดูลื่นไหลจนคุณคิดว่าแอพนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา App Nap นั้นมีการทำงานแบบเดียวกับแท็บ Safari นั่นก็คือ เฉพาะแท็บที่มองเห็นเท่านั้นที่จะทำงานแบบเต็มสปีด โดยสรุปแล้ว App Nap จะช่วยให้การใช้พลังงาน CPU ลดลงได้ถึง 23% เลยทีเดียว1

วิธีการทำงาน:

แอพจะเข้าสู่โหมด App Nap เมื่อถูกซ่อนจากมุมมองอย่างสมบูรณ์แบบและเมื่อไม่ได้ทำงาน

Safari Power Saver ถ้าไม่ดู ก็ไม่เปลืองพลังงาน

รวดเร็ว แต่ไม่ต้องห่วงอีกต่อไป เพราะ OS X Mavericks จะคอยระวังให้
คุณ โดยคุณสมบัติใหม่ในการประหยัดพลังงานหรือ Safari Power Saver 
จะจดจำความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คุณมองหากับสิ่งที่ไม่ต้องการ ง่ายๆ คือ
หากคอนเทนต์อยู่ด้านหน้าและอยู่ตรงกลาง ทุกอย่างก็แสดงผลตามปกติ
แต่ถ้ามีการแสดงผลอยู่บริเวณขอบหน้าจอ Safari Power Saver ก็จะหยุด
แสดงผลชั่วคราว โดยคุณจะเห็นภาพตัวอย่างหยุดค้างไว้ และสิ่งนั้นจะไม่
เล่นจนกว่าคุณจะคลิกให้เล่น ดังนั้น การเลือกเล่นแต่เฉพาะคอนเทนต์ที่
คุณอยากดูก็จะช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ให้คุณได้มากขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้ Safari Power Saver ยังช่วยให้การท่องเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์
ปลั๊กอิน ใช้พลังงานของ CPU น้อยลงถึง 35% ด้วย2

ประสิทธิภาพในการเล่นวิดีโอ HD จาก iTunes สำหรับความบันเทิงที่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น

OS X Mavericks ได้พัฒนาความสามารถในการประหยัดพลังงานให้มากขึ้นเมื่อเล่นวิดีโอ HD ด้วย iTunes ซึ่งคราวนี้คุณจะสามารถดูรายการทีวีและภาพยนตร์ HD ใน iTunes แบบเต็มจอได้ แม้ว่าจะไม่ได้เสียบปลั๊กอยู่ก็ตาม โดยเอนจิ้นในการเล่นวิดีโอจะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากฮาร์ดแวร์กราฟิกที่ประหยัดพลังงานใน Mac ของคุณ และลดความถี่ในการเข้าถึงข้อมูลบนดิสก์ ดังนั้น ต่อให้เป็นแค่การเล่นเสียง ก็ยังประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิม ซึ่งเมื่อทั้งหมดนี้รวมกัน ผลก็คือ CPU จะใช้พลังงานน้อยลงถึง 35% ในขณะที่คุณกำลังดูวิดีโอ3

Compressed Memory สำหรับ Mac ที่เร็วและตอบสนองได้ดีขึ้น

ก่อนการบีบอัดหน่วยความจำ
หลังการบีบอัดหน่วยความจำ
  • ไม่ได้ใช้งาน
  • ใช้งานอยู่
  • ไม่ได้ใช้งาน
  • ใช้งานอยู่
  • เนื้อที่ว่าง

ทำได้มากกว่า

ยิ่งมีหน่วยความจำมากเท่าไหร่ Mac ของคุณก็ยิ่งทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อคุณเปิดหลายๆ แอพพร้อมกัน แน่นอนว่า Mac ของคุณก็ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้นด้วย OS X Mavericks ที่มี Compressed Memory จึงช่วยให้ Mac ของคุณมีพื้นที่หน่วยความจำมากขึ้นในเวลาที่คุณต้องการที่สุด โดยเมื่อหน่วยความจำของ Mac ใกล้เต็ม OS X จะบีบอัดข้อมูลจากแอพที่ไม่ได้ใช้งานโดยอัตโนมัติ ทำให้มีหน่วยความจำเพิ่มขึ้น

การตอบสนองภายใต้การทำงานเต็มพิกัด4
OS X Mavericks
เร็วขึ้น 1.4 เท่า
OS X Mountain Lion
ค่ามาตรฐาน
เริ่มทำงานอีกครั้งจากโหมดสแตนด์บาย4
OS X Mavericks
เร็วขึ้น 1.5 เท่า
OS X Mountain Lion
ค่ามาตรฐาน

รวดเร็วเป็นพิเศษ

เมื่อหน่วยความจำถูกบีบอัดไว้แล้ว Mac ของคุณก็ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการถ่ายโอนข้อมูลกลับไปกลับมาระหว่างหน่วยความจำกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอีกต่อไป เครื่องจึงทำงานได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง และเนื่องจากการบีบอัดและการขยายข้อมูลนั้นเกิดขึ้นแทบจะในทันที สิ่งเดียวที่คุณจะสังเกตได้มีแค่ว่า ทุกสิ่งจะตอบสนองคุณได้อย่างฉับไว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะที่คุณกำลังทำทุกอย่างพร้อมกัน

ดูภาพรวมเทคโนโลยีหลักของ OS X Mavericks

  1. Apple ทำการทดสอบในเดือนมิถุนายน 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.8GHz ที่มี RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 กับ OS X v10.8.4 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง ที่ได้รับการทดสอบกับ 8 แอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานแล้ว การเชื่อมต่อเครือข่าย WPA2 Wi-Fi และบัญชี iCloud ที่เชื่อมโยงขณะเปิดใช้งานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ เวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่น และปัจจัยอื่นๆ
  2. Apple ทำการทดสอบในเดือนมิถุนายน 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.8GHz ที่มี RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบกับ Safari 7.0 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง พร้อมเปิด (ค่าเริ่มต้น) และปิด Power Saver เพื่อเปรียบเทียบ ทดสอบระบบด้วยการเชื่อมต่อเครือข่าย WPA2 Wi-Fi ขณะเปิดใช้งานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ เวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่น และปัจจัยอื่นๆ
  3. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.8GHz ที่มี RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 กับ OS X v10.8.4 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบการเล่นภาพยนตร์ HD เต็มหน้าจอโดยใช้ iTunes 11.0.3 รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริงและคอนเทนต์ iTunes Store ทดสอบระบบด้วยการเชื่อมต่อเครือข่าย WPA2 Wi-Fi ขณะเปิดใช้งานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ เวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่น และปัจจัยอื่นๆ
  4. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 และมิถุนายน 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.8GHz ที่มี Flash Storage ขนาด 256GB พร้อม RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 กับ OS X v10.8.4 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ เวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่น และปัจจัยอื่นๆ