ทรัพยากร ในอนาคตเราจะสามารถ
สร้างสรรค์์
ผลิตภัณฑ์โดย
ไม่ใช้ทรัพยากร
ที่มีจำกัด
ของโลกนี้ได้มั้ย

เป้าหมายของเราคือ
การมีซัพพลายเชนแบบวงปิด

ซัพพลายเชนแบบเดิมมีกระบวนการเป็นเส้นตรง นั่นคือมี
การขุดหาแร่วัสดุ แล้วนำมา
สร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
และมักจบลงที่พื้นที่ฝังกลบขยะเมื่อใช้เสร็จแล้ว จากนั้น
กระบวนการนี้ก็เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง และวัสดุอีกเป็นจำนวน
มากได้ถูกขุดขึ้นมาจาก
พื้นโลกเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
เราเชื่อว่าเป้าหมายของเราควรเป็นซัพพลายเชนแบบ
วงปิด หรือ Closed-loop Supply Chain ซึ่งแปลว่า
ผลิตภัณฑ์จะถูกผลิตด้วยทรัพยากร
หมุนเวียน หรือวัสดุ
รีไซเคิลเท่านั้น และตอนนี้เราก็มีโครงการต่างๆ ที่ช่วยให้
มั่นใจว่าวัสดุที่มี
จำกัดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรานั้น ได้รับ
การจัดหาอย่างรับผิดชอบตามมาตรฐานที่เข้มงวด
และ
ผ่านโครงการที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน
ทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้เรายังท้าทาย
ตัวเองด้วยว่าวันหนึ่ง
ข้างหน้าเราจะไม่พึ่งพาการทำเหมืองอีกเลย และที่เรา
เริ่มทำแล้ว
ตอนนี้ คือการสนับสนุนให้ลูกค้าหันมา
รีไซเคิลอุปกรณ์เก่าของตัวเองมากขึ้นผ่านโครงการ
Apple Renew ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเป็นผู้นำร่องนวัตกรรม
เกี่ยวกับเทคนิคการรีไซเคิลแบบใหม่
อย่างการใช้กลุ่ม
หุ่นยนต์ในการแยกชิ้นส่วน เพื่อที่เราจะสามารถนำวัสดุ
ที่ได้คืนมาไปใช้ใน
ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะ
เป็นเป้าหมายที่ยากลำบากและต้องใช้เวลาหลายปี
ใน
การขอความร่วมมือจากหลายทีมใน Apple รวมถึง
ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการรีไซเคิล
เฉพาะทาง
แต่เราก็ได้เริ่มลงมือทำมันแล้ว

นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าขยะทั้งหมดที่
เกิดขึ้นจากซัพพลายเชนของเรา
จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่
รีไซเคิล หมักทำปุ๋ย หรือแปลงเป็นพลังงานเมื่อจำเป็น
โรงงานประกอบ
ขั้นสุดท้ายของเรา 17 จาก 18 แห่งผ่าน
การตรวจสอบรับรอง Zero Waste to Landfill
ของ UL
โดยสามารถนำขยะกว่า 240,000 เมตริกตันจากพื้นที่
ฝังกลบขยะมารีไซเคิลตั้งแต่
เดือนมกราคม 2015 และ
เมื่อไม่นานมานี้เราได้ขยายความคิดริเริ่มนี้ไปยัง
ซัพพลายเออร์
เพิ่มอีก 25 รายด้วย

ปิดวงจรในซัพพลายเชนของเรา

วัตถุดิบ(เอาออกจากซัพพลายเชนแบบวงปิด)

ไปที่ การแปรรูป

ไปที่ การผลิต

ไปที่ การใช้งาน
ของลูกค้า

ไปที่ ขยะอิเล็กทรอนิกส์(เอาออกจากซัพพลายเชนแบบวงปิด)

วัตถุดิบและขยะอิเล็กทรอนิกส์จะถูกแทนที่ในซัพพลายเชนแบบวงปิด โดยวงจรนั้นจะย้อนจากการใช้งานของลูกค้า กลับไปที่การแปรรูป ผ่านการนำกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิล

เราคิดค้นวิธีการรีไซเคิลและ
นำกลับ
มาใช้ใหม่ที่ดีกว่าเดิม
อย่าง Liam
ซึ่งเป็นกลุ่ม
หุ่นยนต์แยกชิ้นส่วน

เราเห็นว่าเทคนิคการรีไซเคิลที่ใช้กันอยู่ เช่น การตัด
เป็นชิ้นเล็กๆ นั้น สามารถนำวัสดุ
กลับมาใช้ใหม่ได้แค่
ไม่กี่อย่าง และมักจะลดทอนคุณภาพวัสดุลง เราจึงได้
คิดค้น Liam
ซึ่งเป็นกลุ่มหุ่นยนต์ที่สามารถแยกชิ้นส่วน
iPhone 6 ได้อย่างรวดเร็ว และคัดแยก
ส่วนประกอบ
คุณภาพสูงออกมา จึงช่วยลดความจำเป็นในการ
ขุดเหมืองจากพื้นโลกลง
ซึ่งด้วยการทำงานของหุ่นยนต์
Liam สองกลุ่มทำให้เราสามารถแยกชิ้นส่วนโทรศัพท์
ได้
กว่า 2.4 ล้านเครื่องต่อปี และแม้จะเป็นเพียงการ
ทดลองในด้านเทคโนโลยีรีไซเคิล แต่เราก็ได้
เรียนรู้อะไร
มากมาย และหวังว่าแนวคิดนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้
กับผู้ประกอบการอื่นๆ
ในอุตสาหกรรมของเราได

ตอนนี้เราเริ่มนำส่วนประกอบที่ได้คืนมาไปใช้ผลิตอุปกรณ์
ใหม่แล้ว ตัวอย่างเช่น เรานำ
ตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่ Liam
แยกชิ้นส่วนได้จาก iPhone 6 มาหลอมละลาย และนำวัสดุ
นั้น
กลับมาใช้ใหม่เพื่อผลิตคอมพิวเตอร์ Mac mini ที่เรา
ใช้ในโรงงานประกอบ iPhone ขั้นสุดท้าย

แล้วเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองอีกว่า เรายังสามารถทำอะไร
ได้อีกบ้าง เราจึงประเมิน
องค์ประกอบ 44 อย่างเพื่อระบุ
ปัจจัยเสี่ยงหลักจากมุมมองระดับโลก ตั้งแต่ความเสี่ยง
ด้าน
สิ่งแวดล้อมไปจนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน
เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่าต้องมุ่งเน้นอะไรบ้างในการ
จะ
ปิดวงจรนี้ โดยเราเริ่มต้นที่ดีบุก ทุกวันนี้เราใช้ดีบุกที่
ผ่านการรีไซเคิล 100% ในการบัดกรี
แผงวงจรหลักของ
iPhone 6s และส่งแผงวงจรหลักที่ได้จากการแยกชิ้นส่วน
iPhone 6
โดย Liam ไปยังเจ้าหน้าที่รีไซเคิลที่สามารถ
สกัดดีบุกออกมาได้ นอกเหนือจากทองแดงและ
โลหะมี
ค่าต่างๆfootnote 1 และต่อไปเราจะเริ่มทดลองวิธีต่างๆ ในการสกัด
โคบอลต์คืนมาจากแบตเตอรี่
ลิเธียมไอออน และนำโคบอลต์
ที่ได้จากการรีไซเคิลนั้นมาใช้

วัสดุที่มีโอกาสนำกลับมาใช้ใหม่จาก
การแยกชิ้นส่วน
อุปกรณ์ iPhone 6
ทุก 100,000 เครื่องโดย Liam

  • อะลูมิเนียม 1,900 กก.
  • ทอง 1.3 กก.
  • เงิน 7 กก.
  • แร่โลหะหายาก 24 กก.
  • ทังสเตน 3.5 กก.
  • ทองแดง 800 กก.
  • โลหะกลุ่มแพลตินั่ม 0.4 กก.
  • ดีบุก 55 กก.
  • โคบอลต์ 550 กก.
  • แทนทาลัม 2.5 กก.

เมื่อไหร่ที่เราใช้พลังงาน
หมุนเวียน เราทำให้มั่นใจว่า
เราใช้อย่างรับผิดชอบ

ทรัพยากรอันล้ำค่าของโลก เช่น น้ำและกระดาษ
สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้
หากมีการจัดการ
อย่างรับผิดชอบ ดังนั้นเราจึงทำทุกอย่างเพื่ออนุรักษ์
ทรัพยากรเหล่านี้
เราคอยตรวจวัดปริมาณการใช้น้ำ
ของเรา และพยายามค้นหาวิธีการที่จะลดหรือนำน้ำ
กลับ
มาใช้ใหม่ในทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้ นอกจากนี้
เรายังใช้กระดาษและพลาสติกในบรรจุภัณฑ์
ของเรา
อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าลดขยะที่
ส่งไปยังพื้นที่ฝังกลบให้เป็นศูนย์
ทั้งในแคมปัสและ
ร้านค้าปลีกของเรา และเรายังมุ่งมั่นที่จะปกป้องและ
สร้างพื้นที่ป่าไม้ที่มี
ความยั่งยืนให้ได้มากกว่าปริมาณ
ไม้ที่เรานำมาใช้

น้ำทุกหยดที่เราใช้
ถือเป็น
ความรับผิดชอบของเรา

น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกชีวิต เพราะนอกจาก
จะใช้ดื่มและหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์
ธัญญาหารของเราแล้ว
ยังช่วยรักษาระบบนิเวศทางธรรมชาติของโลกด้วย
และถึงแม้ว่าน้ำ
จะเป็นทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้
ใหม่ได้ แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดแคลนและเป็นของล้ำค่า
ใน
หลายๆ พื้นที่ของโลก ดังนั้นน้ำที่เราใช้จึงถือเป็นความ
รับผิดชอบของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น
ที่สำนักงานใหญ่
ของเราในแคลิฟอร์เนีย หรือตามอาคารและสิ่งอำนวย
ความสะดวกต่างๆ
ของซัพพลายเออร์เราทั่วโลก และ
เราก็ไม่เคยที่จะหยุดคิดหาวิธีอนุรักษ์น้ำและปล่อยน้ำเสีย
อย่างปลอดภัย

สำหรับอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกของเรานั้น
เราเฝ้าตรวจสอบการใช้น้ำในกระบวนการ
ระบายความร้อน
การปรับภูมิทัศน์ และการสุขาภิบาล เพื่อให้เราสามารถ
คิดค้นวิธีลดการใช้น้ำ
ได้อย่างตรงจุด ตัวอย่างเช่น
เราได้ติดตั้งเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ควบคุมอันล้ำสมัย
ในขั้นตอน
การปรับภูมิทัศน์ที่ซานตาคลาร่าวัลเลย์ใน
รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่ใช้ใน
ระบบ
ชลประทานได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2015 หรือสามารถ
ประหยัดน้ำได้ถึง 58,000
ลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือใน
ศูนย์ข้อมูลของเรา เราได้วางระบบมาตรวัดเพื่อระบุ
พื้นที่ที่มีการ
ใช้น้ำอย่างแม่นยำ ตรวจจับจุดที่น้ำรั่ว
และคิดค้นวิธีที่ดียิ่งกว่าในการป้องกันการสูญเสียน้ำ
โดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังเพิ่มปริมาณการ
ใช้น้ำฝนหรือน้ำที่ไม่สามารถบริโภค
ได้ที่ผ่านการรีไซเคิล
แล้วที่ Apple Park ตลอดจนอาคารและสิ่งอำนวย
ความสะดวกของเรา
ในซานตาคลาร่าวัลเลย์ และใน
เมืองออสติน รัฐเท็กซัส รวมถึงศูนย์ข้อมูลของเรา
ในไอร์แลนด์
เดนมาร์ก และรัฐนอร์ทแคโรไลนาอีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังจัดตั้งโครงการน้ำสะอาดเพื่ออนุรักษ์น้ำ
และป้องกันการเกิดมลภาวะทางน้ำ
ในซัพพลายเชนของเรา
โดยเราได้สำรวจการใช้น้ำในโรงงานของซัพพลายเออร์
และวิเคราะห์
ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำจากการประเมินวงจรชีวิตน้ำ
เพื่อหาส่วนประกอบที่จำเป็นต้องใช้น้ำมากกว่า
อย่างอื่น
ซึ่งทำให้เราสามารถช่วยซัพพลายเออร์ให้หันมาใส่ใจกับ
กลยุทธ์ด้านการอนุรักษ์
มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เรายัง
ติดตามข้อมูลการขาดแคลนน้ำทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อ
ให้เรา
สามารถมุ่งเน้นจัดการกับเรื่องสำคัญที่สุดได้อย่าง
ตรงจุด ซึ่งจากการฝึกอบรมพนักงาน
การประเมินตาม
เกณฑ์พื้นฐาน ตลอดจนการสนับสนุนทางเทคนิค ทำให้
ในปี 2016 เพียง
ปีเดียว เราสามารถช่วยซัพพลายเออร์
ประหยัดน้ำได้แล้วกว่า 11.3 ล้านลูกบาศก์เมตร และ
เพิ่ม
สัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่โดยเฉลี่ยในโรงงาน
86 แห่งได้ถึง 36% และเนื่องจาก
ซัพพลายเออร์ของเรา
หลายรายได้ผลิตส่วนประกอบให้กับบริษัทอื่นๆ เช่นกัน
จึงเท่ากับว่า
เราได้ช่วยลดการใช้น้ำในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่
ของ Apple อีกด้วย

เราไม่เพียงแค่ปกป้องป่า
แต่เรากำลังปกป้องอนาคต
ของป่ารุ่นต่อๆ ไปด้วย

ป่าเป็นแหล่งของเยื่อไม้สำหรับการผลิตกระดาษ
ที่เราใช้ในบรรจุภัณฑ์ และป่ายังช่วยฟอก
อากาศ
เป็นแหล่งน้ำบริสุทธิ์ ตลอดจนเป็นที่อยู่อาศัยของ
สัตว์ป่า เราจึงพยายามอย่างหนัก
ที่จะลดผลกระทบ
ที่มีต่อป่า ด้วยการจัดหากระดาษจากแหล่งที่มีความ
รับผิดชอบ และใช้
กระดาษให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เท่านี้ก็ยังไม่พอ เพราะป่าทั่วโลกยังคงต้องเผชิญกับ
การถูกทำลายในวงกว้าง อันเนื่องมาจากการลักลอบ
ตัดไม้ การขาดการจัดการดูแลที่ดี
และการพัฒนาที่ดิน
รุกล้ำพื้นที่ป่า ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นในการปกป้องและ
เพิ่มพื้นที่ป่าไม้
ที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืนทั่วโลก
ทั้งนี้เพื่อชดเชยการนำกระดาษมาใช้สำหรับ
บรรจุภัณฑ์
ทั้งหมด และเพื่อสร้างเยื่อไม้ให้เพียงพอสำหรับ
คนรุ่นต่อๆ ไป

การจัดหากระดาษบริสุทธิ์ที่มา
จากแหล่งที่มีความรับผิดชอบ

เมื่อมีการใช้กระดาษบริสุทธิ์ในบรรจุภัณฑ์ของเรา
ซัพพลายเออร์ของเราจะต้องจัดหากระดาษ
จากป่า
ที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน หรือจากแหล่งไม้ที่อยู่
ภายใต้การควบคุม และเรายัง
ดำเนินการตรวจสอบ
อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์ปฏิบัติตาม
ข้อกำหนดทาง
เทคนิคของเรา ซึ่งในปีงบประมาณ 2016
กว่า 99% ของกระดาษที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์และอาคาร
สำนักงานของเรานั้นมาจากป่าที่ผ่านการรับรองว่า
มีการจัดการอย่างยั่งยืน หรือแหล่งไม้
ที่อยู่ภายใต้
การควบคุม หรือจากแหล่งรีไซเคิล

การปกป้องผืนป่าที่ยั่งยืน

เรายังคงคุ้มครองและปลูกป่าเพื่อการใช้งานอย่างยั่งยืน
ต่อไป เพราะป่าที่ได้รับการจัดการ
อย่างเหมาะสมจะกลาย
เป็นแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ไปอีกนานเท่านาน 
ซึ่งนอกเหนือ
จากการกำหนดว่าเยื่อไม้บริสุทธิ์ของเรา
ทั้งหมดต้องจัดหามาจากผืนป่าที่ได้รับการจัดการอย่าง
รับผิดชอบแล้ว เรายังอยากจะมั่นใจได้ว่าเราไม่ได้ทำให้
ปริมาณเยื่อไม้ที่ได้รับการจัดการ
อย่างรับผิดชอบบนโลก
ลดลง เราจึงตั้งเป้าที่จะปกป้องหรือสร้างผืนป่าที่ได้รับ
การจัดการ
อย่างยั่งยืนให้เพียงพอต่อความต้องการใน
การผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าของเราfootnote 2 
และในปี 2017
เราก็ทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะผลผลิตรายปีจาก
โครงการอนุรักษ์ป่าของเรา
มีมากกว่าปริมาณเยื่อไม้
บริสุทธิ์ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ Apple ในช่วง
ปีงบประมาณ
2016 แล้ว และด้วยความร่วมมือกับกองทุน
เพื่อการอนุรักษ์ หรือ The Conservation Fund
ทำให้เรา
สามารถคุ้มครองพื้นที่ป่าที่ยั่งยืนในแถบตะวันออกของ
สหรัฐอเมริกาไปแล้วกว่า
14,600 เฮกตาร์ นอกจากนี้ยัง
มีโครงการล่าสุดในประเทศจีนที่เราร่วมมือกับองค์การ
กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ซึ่งนับเป็นโครงการที่เรา
ตั้งความหวังไว้มากที่สุด โดยจนถึงปัจจุบัน
เราสามารถ
พลิกผืนป่าประมาณ 130,000 เฮกตาร์ ในประเทศจีนให้
กลายเป็นป่าที่ผ่าน
การรับรองโดยองค์การพิทักษ์ป่าไม้
หรือ Forest Stewardship Council อย่างไรก็ตาม
แม้ว่า
ความต้องการกระดาษของเราจะเพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไป
แต่เราจะยังคงเดินหน้าปกป้องและสร้าง
ผืนป่าที่ได้รับการ
จัดการอย่างยั่งยืนให้เพียงพอกับการผลิตบรรจุภัณฑ์
ทั้งหมดของเราต่อไป

ใช้กระดาษจากแหล่งที่มา
ที่ยั่งยืนมากขึ้นและใช้
พลาสติก
ในบรรจุภัณฑ์
ของเราให้น้อยลง

เรายังคงมองหาวิธีที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรามีขนาด
เล็กลง สร้างเทคโนโลยีที่จะใช้
กระดาษให้มีประสิทธิภาพ
มากขึ้น ตลอดจนใช้กระดาษรีไซเคิลทุกครั้งที่ทำได้
อันที่จริงแล้ว
ในปีงบประมาณ 2016 มากกว่า 60%
ของกระดาษที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของเรานั้นทำจากเยื่อไม้
รีไซเคิล และเรายังออกแบบบรรจุภัณฑ์ของเราให้ใช้
พลาสติกน้อยลงอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
ถาดอุปกรณ์เสริม
ในกล่อง iPhone 7 ทำมาจากส่วนผสมของเยื่อไผ่ที่ผ่าน
การเก็บเกี่ยว
อย่างยั่งยืน และชานอ้อยซึ่งเป็นของ
เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอ้อย

อุปกรณ์ที่ใช้ได้นาน
คืออุปกรณ์ที่รักษ์โลกยิ่งกว่า

หากสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้นานขึ้น ก็หมายถึงการลด
ความจำเป็นในการขุดทรัพยากร
ขึ้นมาจากพื้นโลกเพื่อ
สร้างผลิตภัณฑ์เครื่องใหม่ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ทำการ
ประเมินผลิตภัณฑ์
ของเราเองในห้องแล็บสำหรับทดสอบ
ความน่าเชื่อถือของเรา โดยใช้วิธีการทดสอบที่เข้มงวด
เพื่อจำลองประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ของลูกค้า
เหมือนในชีวิตจริง ตัวอย่างเช่น
เราวิเคราะห์ความสามารถ
ในการทนความร้อนและความเย็นแบบสุดขั้วของอุปกรณ์
การสัมผัส
กับน้ำและสารเคมีในชีวิตประจำวัน และทดสอบ
การทนรอยขีดข่วนจากวัสดุอย่างฝอยขัดหม้อ
และ
ผ้ายีน ซึ่งนอกเหนือจากการตรวจวัดตามมาตรฐาน
อุตสาหกรรมแล้ว เรายังคิดค้นวิธีการ
ทดสอบของเราเอง
ถึงขั้นสร้างเครื่องจักรขึ้นมาใช้ในการทดสอบโดยเฉพาะ
โดยเราออกแบบ
การทดสอบเหล่านี้ตามข้อมูลที่ได้จากการ
ศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้และจากการวิเคราะห์
ผลิตภัณฑ์
ที่ส่งคืนมา เพื่อให้เข้าใจทุกปัญหาอย่างถ่องแท้

ในกรณีที่มีอะไรสักอย่างเสียจริงๆ เราก็มีโครงการอย่าง
AppleCare และบริการซ่อมที่ผ่าน
การรับรองจาก Apple
เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถใช้อุปกรณ์ของตัวเอง
ได้นานขึ้น
และเรายังออกรายการอัพเดทซอฟต์แวร์ฟรี
เป็นประจำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราทันสมัย
อยู่เสมอ
และช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ยิ่งกว่านั้น เรายังออกแบบ
ซอฟต์แวร์อัพเดทให้สามารถ
ใช้งานกับผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าได้ด้วย เช่น macOS Sierra
สามารถใช้งานกับ Mac รุ่นก่อนๆ ย้อนหลังไปจนถึงรุ่น
ปลายปี 2009 และเมื่อลูกค้าตัดสินใจ
ที่จะอัพเกรดเป็น
อุปกรณ์ใหม่ เครื่องเก่าก็มักจะไปอยู่กับเพื่อนหรือ
ครอบครัว หรือไปอยู่
ในตลาดเครื่องประกอบใหม่
ผ่านโครงการอย่าง Apple Renew