ยิ่งมองลึกลงไปเท่าไหร่
ก็จะยิ่งเห็นถึงความสวยงาม
มากขึ้นเท่านั้น

นอกจาก MacBook Air จะบางและมีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว
เรายังออกแบบให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูง มีความสามารถรอบด้าน แข็งแรงทนทาน และใช้งานได้ดังใจ อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่
ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน นี่คือข้อแตกต่างระหว่างโน้ตบุ๊คที่
มีดีแค่บางเบากับโน้ตบุ๊คที่ให้คุณได้มากกว่า

ที่บาง เบา และทนทานได้อย่างนี้

ต้องยกความดีให้ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช

ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชช่วยให้ MacBook Air บางและเบาได้อย่างน่าทึ่ง
ด้วยความหนาไม่ถึง 2 ซม. และ
มีน้ำหนักเพียง 1.35 กก.1 ขณะเดียวกันตัวจัดเก็บข้อมูลนี้ยังเป็นโซลิดสเตท ซึ่งไม่มีชิ้นส่วนใดๆ เคลื่อนไหว เครื่อง
จึงทำงานได้เสถียร ทนทาน และเงียบ นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่น้อยกว่าฮาร์ดไดรฟ์แบบเดิมถึงประมาณ 90% ทำให้
เหลือที่ว่างในตัวเครื่องสำหรับส่วนประกอบสำคัญอื่นๆ อย่างเช่น แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อย่าแปลกใจที่คุณ
จะได้สัมผัสกับโน้ตบุ๊คที่เบา
เหมือนกับไม่ได้ถืออะไร แต่กลับสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน นี่แหละ
ต้นแบบของ
โน้ตบุ๊คสำหรับพกพาอย่างแท้จริง

ไม่ว่าตัวไหน ก็สว่างท่ามกลางแสงไฟ

ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างโน้ตบุ๊คที่บางและมีน้ำหนักเบาได้ แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้สำเร็จโดยไม่ต้องตัดอะไรทิ้ง
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ MacBook Air ยังคงคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐานที่ใช้งานได้สะดวกสบายไม่แพ้คีย์บอร์ดของ
เครื่องเดสก์ท็อปเอาไว้ และยังมีแสงไฟส่องใต้ปุ่มของคีย์บอร์ด คุณจึงพิมพ์ได้ง่ายแม้ในที่ที่แทบจะไม่มีแสง
โดยเซ็นเซอร์ในเครื่องจะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสงโดยรอบและปรับความสว่างของคีย์บอร์ดและ
จอภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณมีแสงสว่างที่
เหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม

Multi-Touch

การควบคุมที่แม่นยำที่ปลายนิ้วของคุณ

Multi-Touch มีอยู่ในผลิตภัณฑ์แทบทุกชิ้นของ Apple เพราะนี่คือวิธีที่
ดีที่สุดและคล่องที่สุดในการโต้ตอบกับอุปกรณ์ของคุณ และหากพูดถึงการ
ใช้งาน Multi-Touch บนโน้ตบุ๊คแล้ว ก็คงไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่าแทร็คแพด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน MacBook Air พื้นผิวของแทร็คแพดนั้นเป็นกระจกใหญ่หนึ่งแผ่นที่ปราศจากปุ่ม นั่นเพราะทั้งแผ่นคือ
ปุ่มดีๆ นี่เอง นอกจากนี้การใช้คำสั่งนิ้ว
Multi-Touch ใน macOS ก็ยังช่วยให้คุณโต้ตอบกับ MacBook Air ได้
ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสมจริงอีกด้วย

แบตเตอรี่ที่อยู่กับคุณ

ได้นานตลอดวันและตลอดเดือน

ถ้าคุณได้เห็นด้านในของ MacBook Air คุณจะต้องทึ่งว่าเราเว้นเนื้อที่ไว้ให้แบตเตอรี่มากแค่ไหน ซึ่งต้องยกข้อดีให้กับส่วนประกอบต่างๆ ที่มีขนาดเล็กลง อย่างเช่น ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช เพราะเมื่อเป้าหมายคือการออกแบบโน้ตบุ๊ค
ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกๆ วัน เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องแบตเตอรี่ที่สุด จนได้เป็น MacBook Air ที่ใช้งาน
ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง2 ซึ่งเมื่อพักการทำงานนานกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป เครื่องจะเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย ซึ่งหมายความว่า เมื่อคุณกลับมาเปิดใช้งานในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น MacBook Air ก็ยังคงพร้อม
ใช้งานในทันที เรื่องของเวลาจึงไม่เคยเป็นปัญหาเมื่อใช้ MacBook Air

สิ่งสวยงาม

ที่มาพร้อมความทนทาน

MacBook Air ใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวทั้งสำหรับโครงหลัก
ของตัวเครื่องและจอภาพ ซึ่งโครงสร้าง Unibody แบบชิ้นเดียวนี้ ทำให้แต่ละ
รายละเอียดมีความแม่นยำมากขึ้น การออกแบบมีความซับซ้อนน้อยลง และลดจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องใช้ คุณจึงได้โน้ตบุ๊คที่นอกจากจะบางและเบาชนิดที่คุณต้องทึ่งแล้ว ยังแข็งแกร่งทนทานพร้อมรับมือกับการใช้งานในทุกๆ วันอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว MacBook Air ยังมีนวัตกรรมที่คุณจะไม่มีทางพบได้ที่อื่น
เช่น สายชาร์จไฟ MagSafe 2 ที่จะหลุดจากโน้ตบุ๊คได้อย่างง่ายดายหากคุณสะดุดเกี่ยวสายไฟ

สายชาร์จไฟ MagSafe 2

สายไฟจะยึดติดกับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กอย่างแน่นหนา และถอดออกได้ง่ายดาย