Safari วิธีการที่ฉลาดที่สุดในการท่องเว็บ

Safari ใน OS X Mavericks นำทุกวิธีการใหม่ๆ มาให้คุณใช้ในการค้นหาและเพลิดเพลินไปกับเว็บในแบบที่ดีที่สุด
โดยจะทำงานร่วมกับ iCloud เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ราบรื่นไม่มีสะดุด ไม่ว่าคุณจะใช้กับอุปกรณ์
เครื่องไหน นอกจากนี้ ยังดูแลความเป็นส่วนตัวให้คุณ และโหลดคอนเทนต์ได้รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ทั้งยังมาพร้อม
เทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานอันน่าทึ่งที่จะทำให้คุณท่องเว็บได้นานกว่าเบราเซอร์อื่นๆ และนี่เองที่ทำให้ Safari
เป็นวิธีการง่ายๆ แต่ฉลาดที่สุดในการท่องเว็บอย่างแท้จริง

การแชร์ในตัว เห็นปุ๊บ ส่งปั๊บ

คุณสามารถแชร์อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าน่าสนใจขณะที่คุณ
กำลังท่องเว็บได้โดยที่ไม่ต้องออกจาก Safari เพียงแค่คลิก
ปุ่ม Share แล้วเลือกว่าอยากแชร์ด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะแชร์
เว็บเพจโดยใช้ Mail หรือ Messages หรือจะใช้วิธีทวีต หรือ
โพสต์ลง Facebook ก็ทำได้ และยังใส่คอมเมนท์และตำแหน่ง
ที่คุณอยู่ได้อีกด้วย ลงชื่อเข้าใช้เพียงครั้งเดียวก็สามารถ
ตั้งค่า Facebook และ Twitter ให้พร้อมใช้งานกับ Safari
ได้ทันที โดยไม่ต้องล็อกอินซ้ำ

ทรงพลัง แต่ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน

Safari มาพร้อมกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ล้ำหน้า คุณจึงทำทุกสิ่งที่คุณอยากทำบนเว็บได้โดยไม่ต้องห่วงว่าจะเปลืองแบตเตอรี่

ท่องเว็บได้นานกว่าด้วย Safari

Safari ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอย่างเช่น App Nap ที่จะปรับให้แท็บของ Safari ที่ยังไม่ได้ใช้งาน
อยู่ในสถานะที่ใช้พลังงานน้อยจนกว่าคุณจะใช้แท็บเหล่านี้อีกครั้ง นอกจากนี้ Safari Power Saver ยังมีวิธีอันชาญฉลาด
ที่จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นาน โดยจะหยุดวิดีโอในเว็บและคอนเทนต์ปลั๊กอินอื่นๆ เมื่อสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่ด้านหน้า
และตรงกลางของเว็บเพจที่คุณเปิดดูอยู่ ซึ่งจากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เรียกว่า Safari ใน OS X Mavericks นั้น
ให้คุณท่องเว็บได้นานกว่า Chrome หรือ Firefox ได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว1

ประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งกว่าเดิม

เทคโนโลยีประหยัดพลังงานช่วยให้คุณท่องเว็บได้นานกว่าเมื่อเทียบกับ Chrome และ Firefox1

+1 ชั่วโมง
ท่องเว็บได้นานกว่าถึง 1 ชั่วโมงจากการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียว

ดูแลความเป็นส่วนตัวให้คุณอยู่เสมอ

ความเป็นส่วนตัวไม่ใช่แค่สิ่งที่ควรหวังว่าจะมี แต่เป็นสิ่งที่คุณควรคาดหวังว่าต้องมี ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เราใส่คุณสมบัติการรักษา
ความเป็นส่วนตัวขั้นสูงเอาไว้ใน Safari ด้วย โดยระบบจะได้รับการกำหนดค่าเบื้องต้นให้ปิดกั้นคุกกี้จากบริษัทต่างๆ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ
ที่อาจถูกนำมาใช้เพื่อติดตามคุณในระหว่างการท่องเว็บ และยังทำได้แม้กระทั่งการขอไม่ให้เว็บไซต์ต่างๆ ติดตามคุณด้วย

การปิดกั้นข้อมูลและคุกกี้จาก
บริษัทต่างๆ

ตามปกติ เว็บเพจที่คุณเข้าไปดูบ่อยๆ
มักจะทิ้งคุกกี้จากเว็บไซต์ของบริษัทไว้
ซึ่งคุกกี้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อติดตาม
ว่าคุณเข้าชมเว็บไหนบ้าง หรือเลือกว่า
จะนำเสนอโฆษณาแบบไหนกับคุณ หรือ
ใช้ในการสร้างโปรไฟล์ประวัติกิจกรรม
ออนไลน์ของคุณ ซึ่ง Safari เป็น
เบราเซอร์แรกที่ตั้งค่าเริ่มต้นให้ปิดกั้น
คุกกี้เหล่านี้ และถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเพียง
เบราเซอร์เดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้
เว็บไซต์ต่างๆ ทิ้งข้อมูลไว้ในแคช
ในพื้นที่จัดเก็บภายในเครื่อง และใน
ฐานข้อมูลของคุณตั้งแต่ค่าเริ่มต้น

ชมเว็บแบบส่วนตัว

เพื่อช่วยให้คุณทำอะไรๆ ในระหว่าง
การท่องเว็บได้อย่างสบายใจ Safari
จึงมาพร้อมกับ Private Browsing
หรือการเข้าชมเว็บแบบส่วนตัว
เพียงเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ Safari
ก็จะหยุดเพิ่มเว็บไซต์ที่คุณเข้าดูไว้ใน
ประวัติการเข้าชม รวมถึงหยุดเก็บ
ข้อมูลการค้นหาและข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ที่คุณกรอกด้วย

Do Not Track

Safari รองรับมาตรฐานความเป็น
ส่วนตัวแบบ Do Not Track ซึ่งเริ่มเป็น
ที่รู้จักมากขึ้นในปัจจุบัน เพียงแค่เปิดใช้
การตั้งค่านี้ แล้วเว็บไซต์ต่างๆ ที่คุณ
เข้าไปก็จะถูกขอไม่ให้เฝ้าติดตามคุณ
นอกจากนี้ Safari ก็จะช่วยส่งคำขอ
Do Not Track ให้เองโดยอัตโนมัติด้วย
เมื่อคุณเปิดใช้ Private Browsing

การปกป้องสำหรับ Mac ของคุณ แล้วก็ตัวคุณด้วย

Safari ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อเตือนคุณในกรณีที่เว็บไซต์นั้นๆ เข้าข่ายหลอกลวงหรืออาจเป็นอันตรายกับ Mac ของคุณ
และถ้าคุณพบโค้ดที่เป็นอันตรายบนเว็บนั้น Safari ก็จะป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียกับระบบอื่นๆ ที่เหลือด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ
Safari ช่วยป้องกันไม่ให้ Mac ของคุณเกิดอันตรายโดยอัตโนมัตินั่นเอง

ปกป้องจากเว็บไซต์อันตราย

Safari จะช่วยคุ้มครองคุณจากเว็บไซต์
ที่หลอกลวงในอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์แอบแฝงอยู่ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเข้าชม โดยหากพบว่าเว็บไซต์นั้น
ดูน่าสงสัย Safari ก็จะป้องกันไม่ให้
มีการโหลดเว็บนั้นและแจ้งเตือนคุณทันที

สร้างขึ้นเพื่อจำกัดพื้นที่อันตราย

Sandboxing มาพร้อมระบบป้องกัน
โค้ดที่เป็นอันตรายและมัลแวร์ด้วยการ
จำกัดความสามารถในการทำงาน
ของเว็บ และเพราะ Safari ทำงานบน
เว็บเพจแบบแยกโปรเซส จึงทำให้โค้ด
อันตรายที่แฝงอยู่ในหน้าหนึ่งถูกจำกัด
ไว้ในแท็บเบราเซอร์เพียงแท็บเดียวโดย
ไม่สามารถทำให้เบราเซอร์หยุดทำงาน
ทั้งหมด หรือเข้าถึงข้อมูลของคุณได้

เพิ่มความปลอดภัยให้ปลั๊กอิน

PDF และปลั๊กอินต่างๆ ที่ใช้กันอย่าง
แพร่หลาย เช่น Adobe Flash Player,
Silverlight, QuickTime และ Oracle
Java จะถูกวางอยู่ใน Sandbox ใน
Safari ซึ่งจะป้องกันอันตรายให้กับ
ระบบของคุณหากปลั๊กอินดังกล่าว
มีช่องโหว่ และเพื่อช่วยเพิ่มเติม
ความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
คุณสามารถทำได้แม้แต่จะเลือกใช้งาน
เพียงบางปลั๊กอินบนเว็บไซต์ที่
คุณเชื่อถือ

ท่องเว็บได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะใช้เครื่องนี้หรือเครื่องนั้น

ด้วย iCloud คุณสามารถอัพเดทรหัสผ่าน ที่คั่นหน้าเว็บ แท็บที่เปิดไว้ และรายการอ่าน หรือ Reading List ในทุกเครื่องให้ตรงกันได้เสมอ
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้ Mac, iPhone หรือ iPad คุณก็จะมีสิ่งที่ต้องการอยู่ตลอดเวลา

ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น รอน้อยลง ท่องเว็บได้มากขึ้น

เอนจิ้น Nitro JavaScript ใน Safari จะดึงพลังจาก
การประมวลผลแบบหลายแกนใน Mac ออกมาใช้
เพื่อช่วยลดเวลาที่คุณต้องรอในขณะท่องเว็บ และ Safari
ก็จะปรับตัวให้เหมาะกับเว็บเพจที่คุณเข้าชมและเลือกวิธี
ที่เร็วที่สุดในการประมวลผล JavaScript ซึ่งจะช่วยให้
คุณท่องเว็บได้รวดเร็วและได้รับการตอบสนองดียิ่งขึ้น

ยอดเยี่ยมสำหรับท่องเว็บ และดียิ่งกว่าสำหรับสร้างเว็บ

Safari นั้นสร้างขึ้นบน WebKit ซึ่งเป็นผู้นำในวงการเว็บระดับมาตรฐาน และยังมาพร้อมกับเครื่องมือที่ทรงพลังอย่าง Web Inspector
ที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้างเว็บแอพพลิเคชั่นอันล้ำสมัยได้

WebKit

Safari นั้นสร้างขึ้นบน WebKit ซึ่งเป็นเอนจิ้นในการแสดงผลแบบโอเพ่นซอร์สที่เป็นพลังขับเคลื่อนประสบการณ์การท่องเว็บบนอุปกรณ์ต่างๆ กว่า 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก โดยเป็น
เบราเซอร์แรกที่รองรับมาตรฐานสื่ออันล้ำสมัยอย่างแท็กเสียงและวิดีโอแบบ HTML5 และยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ บนเว็บอีกด้วย

Web Inspector

Web Inspector คือศูนย์สั่งการที่มีชุดเครื่องมือสำหรับ
นักพัฒนาให้คุณเรียกใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว แถมยัง
มีมากมายอย่างที่คุณไม่สามารถหาได้จากเบราเซอร์อื่น และ Web Inspector รุ่นใหม่นี้ยังได้รับการเปลี่ยนโฉมให้ล้ำสมัย
และมาพร้อมชุดเครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บมากชนิดขึ้น
เพื่อการสร้างและดีบักเว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติม

  1. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.3GHz พร้อม RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบกับ Safari 7.0 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง, Chrome v30.0.1599.69 และ Firefox v24.0 ทดสอบระบบด้วยการเชื่อมต่อเครือข่าย WPA2 Wi-Fi ขณะเปิดใช้งานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ เวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่น และปัจจัยอื่นๆ
  2. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.3GHz พร้อม RAM ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบกับ Safari 7.0 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง, Chrome v30.0.1599.69 และ Firefox v24.0 ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ การเชื่อมต่อเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ
  3. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้การทดสอบประสิทธิภาพ JSBench 2013.1 JavaScript บนเครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.3GHz พร้อม RAM
    ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบกับ Safari 7.0 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง, Chrome v30.0.1599.69 และ Firefox v24.0 ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไป
    โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ การเชื่อมต่อเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ
  4. Apple ทำการทดสอบในเดือนตุลาคม 2013 โดยใช้การทดสอบประสิทธิภาพ SunSpider 1.0.2 JavaScript บนเครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 ความเร็ว 1.3GHz พร้อม RAM
    ขนาด 4GB และระบบ OS X v10.9 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยทดสอบกับ Safari 7.0 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง, Chrome v30.0.1599.69 และ Firefox v24.0 ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไป
    โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ การเชื่อมต่อเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ