iPhone

ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานและอายุของแบตเตอรี่ iPhone ได้ด้วยการทำตามคำแนะนำง่ายๆ ไม่กี่ข้อต่อไปนี้

ระมัดระวังเรื่องอุณหภูมิ

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ อย่าให้ iPhone ถูกแสงแดด หรือทิ้งไว้ในรถยนต์ที่จอดอยู่กลางแดด (รวมถึงการเก็บไว้ในช่องเก็บของหน้ารถ) เพราะความร้อนจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมประสิทธิภาพลงได้มาก

โดย iPhone จะทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิ 32° F ถึง 95° F (0° C ถึง 35° C)

ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะกับ iPhone
iPhone ทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิ
32° F ถึง 95° F (0° C ถึง 35° C) คุณควรเก็บ iPhone ในสภาพ
แวดล้อมที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ -4° F ถึง 113° F (-20° C ถึง 45° C) แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรเก็บ iPhone ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องมากที่สุด (72° F หรือ 22° C)

อัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด

  • หมั่นตรวจสอบว่า iPhone ของคุณใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ
  • หากคุณใช้ iOS 5 หรือใหม่กว่า ให้ตรวจสอบว่าต้องอัพเดทซอฟต์แวร์หรือไม่
    โดยเข้าไปที่ "การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์"
  • และคุณยังสามารถอัพเดทโดยใช้ iTunes เวอร์ชั่นล่าสุดได้ด้วยเช่นกัน

คำศัพท์ที่ควรทราบ

  • ''ระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่'' หมายถึง ระยะเวลาที่ iPhone สามารถทำงานได้ก่อนที่จะต้องชาร์จใหม่
  • "อายุแบตเตอรี่" หมายถึง ระยะเวลาที่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะต้องเปลี่ยนใหม่

ตั้งค่าให้เหมาะสม

บางครั้งการตั้งค่าคุณสมบัติบางอย่างก็อาจส่งผลให้แบตเตอรี่ของ iPhone มีระยะเวลาการใช้งานสั้นลง โดยคุณสามารถนำคำแนะนำต่อไปนี้ไปใช้กับ iPhone ที่ทำงานบน iOS 7.0 หรือใหม่กว่าได้

  • เปิดใช้งาน Wi-Fi: การเปิด Wi-Fi ไว้ช่วยให้เครื่องใช้พลังงานน้อยกว่าเมื่อต้องทำอะไรก็ตามที่มีการรับส่งข้อมูล
    โดยไปที่ ''การตั้งค่า > Wi-Fi'' แล้วล็อกอินเข้าเครือข่าย Wi-Fi
  • ปรับความสว่าง: หรี่ความสว่างของหน้าจอหรือเปิดใช้งานการปรับสว่างอัตโนมัติเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ การเปิดใช้งานการปรับสว่างอัตโนมัติช่วยให้หน้าจอสามารถปรับความสว่างตามสภาพแสงขณะใช้งานได้ เมื่อต้องการเปิดใช้งานการปรับสว่างอัตโนมัติ ให้ไปที่ ''การตั้งค่า > ภาพพื้นหลังและความสว่าง'' แล้วเปิด ''ปรับสว่างอัตโนมัติ''
    ส่วนการปรับความสว่างเมื่ออยู่ภายในอาคารที่ไม่สว่างมากนัก สามารถทำได้โดยเข้าไปที่ ''การตั้งค่า > ภาพพื้นหลังและ
    ความสว่าง'' แล้วลากแถบเลื่อนไปทางซ้ายเพื่อหรี่แสง หลังจากที่ปรับความสว่างแล้ว หากต้องการปรับการทำงาน
    กลับเป็นปกติ ให้ปิดการปรับสว่างอัตโนมัติแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
  • ดึงข้อมูลใหม่ให้น้อยลง: ยิ่งดึงอีเมลหรือข้อมูลใหม่บ่อยแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นเท่านั้น หากต้องการ
    ดึงข้อมูลใหม่ด้วยตนเอง ให้ไปที่ ''การตั้งค่า > Mail รายชื่อ ปฏิทิน > ดึงข้อมูลใหม่'' แล้วแตะ "กำหนดเอง'' และถ้าต้องการเพิ่มรอบระยะเวลาในการดึงข้อมูลให้นานขึ้น ให้ไปที่ "การตั้งค่า > Mail รายชื่อ ปฏิทิน > ดึงข้อมูลใหม่" แล้วแตะ
    "ทุกชั่วโมง" หมายเหตุ: การตั้งค่านี้มีผลทั้งระบบ และมีผลกับทุกแอพพลิเคชั่นที่ไม่รองรับบริการพุช หากคุณได้รับอีเมล
    เป็นจำนวนมาก คุณสามารถปิดการพุชอีเมลได้เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ โดยไปที่ "การตั้งค่า > Mail รายชื่อ ปฏิทิน >
    ดึงข้อมูลใหม่" แล้วปิด "ผลักข้อมูล" เมื่อปิดแล้ว อุปกรณ์ของคุณจะได้รับอีเมลที่ส่งมายังบัญชีอีเมลแบบพุชตาม
    การตั้งค่า ''ดึงข้อมูล'' ซึ่งมีผลกับทุกบัญชี แทนที่จะได้รับทันทีที่ส่งถึง
  • ปิดการแจ้งเตือนแบบพุช: แอพที่มีการแจ้งเตือนแบบพุชจะเตือนคุณเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ หากต้องการปิด ให้ไปที่ "การตั้งค่า > ศูนย์การแจ้ง" จากนั้นเลือกแอพที่ต้องการปิด
    การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    • เปลี่ยน "ลักษณะการเตือน" เป็น "ไม่มี"
    • ปิด "ติดป้ายกำกับบนไอคอนของแอปฯ"
    • ปิด "เสียง"
      หมายเหตุ: เครื่องจะได้รับข้อมูลใหม่เมื่อคุณเปิดแอพ
  • ลดการใช้บริการหาที่ตั้ง: แอพพลิเคชั่นที่ใช้บริการหาที่ตั้งอยู่ตลอดเวลา เช่น แผนที่ อาจทำให้ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลง คุณสามารถดูได้ว่ามีแอพพลิเคชั่นใดบ้างที่เพิ่งใช้บริการหาที่ตั้งโดยไปที่ "การตั้งค่า >
    ความเป็นส่วนตัว > บริการหาที่ตั้ง" แอพที่เพิ่งใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณจะมีลูกศรปรากฏอยู่ถัดจากสวิตช์เปิด/ปิด
    ของแอพนั้น และหากคุณเห็นแอพใดที่คุณไม่อยากให้ใช้บริการหาที่ตั้ง คุณก็สามารถปิดได้โดยปิดสวิตช์ หากต้องการ
    ปิดการใช้งานบริการหาที่ตั้งทั้งหมด ให้ไปที่ "การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > บริการหาที่ตั้ง"
  • เปิดใช้โหมดเครื่องบินในพื้นที่ที่สัญญาณอ่อนหรือไม่มีสัญญาณ: iPhone ของคุณจะพยายามรักษาการเชื่อมต่อกับเครือข่ายระบบโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา จึงอาจใช้พลังงานมากขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณอ่อนหรือไม่มีสัญญาณ คุณสามารถเปิดโหมดเครื่องบินในสถานการณ์เช่นนี้เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้ โดยไปที่ ''การตั้งค่า'' แล้วเปิด ''โหมดเครื่องบิน'' ทั้งนี้โปรดทราบว่าคุณจะไม่สามารถโทรออกหรือรับสายได้ขณะที่เปิดโหมดเครื่องบินอยู่

ดูสถิติการใช้งาน

หากคุณทราบและเข้าใจลักษณะการใช้งาน iPhone ของคุณ คุณก็สามารถบริหารระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดีขึ้น เมื่อต้องการดูสถิติการใช้งาน iPhone ให้ไปที่ "การตั้งค่า > ทั่วไป > การใช้งาน" ข้างใต้ "ระยะเวลาการใช้หลังจากชาร์จเต็มที่"

  • การใช้งาน: ระยะเวลาทั้งหมดที่มีการใช้งาน iPhone นับตั้งแต่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มครั้งล่าสุด iPhone มีการใช้งาน
    ในขณะที่คุณโทรออกและรับสาย ใช้งานอีเมล ฟังเพลง ท่องเว็บ หรือรับส่งข้อความ หรือในขณะที่มีการทำงาน
    บางอย่างอยู่เบื้องหลัง เช่น การเช็คอีเมลอัตโนมัติ
  • เวลาเปิดเครื่องรอใช้งาน: ระยะเวลาทั้งหมดที่เปิดเครื่อง iPhone นับตั้งแต่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มครั้งล่าสุด
    รวมถึงเวลาที่โทรศัพท์ไม่ได้ทำงาน

ล็อค iPhone เมื่อไม่ใช้

ขณะที่ iPhone ล็อคอยู่ คุณยังสามารถรับสายและข้อความได้ แต่จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหากคุณแตะหน้าจอ เมื่อต้องการล็อค iPhone ให้กดปุ่มพัก/เปิด และคุณยังสามารถตั้งระยะเวลาล็อคอัตโนมัติเพื่อให้ iPhone ล็อคเมื่อไม่มีการใช้งานภายในเวลา
ที่กำหนดไว้ได้ด้วย โดยไปที่ ''การตั้งค่า > ทั่วไป > ตั้งล็อคอัตโนมัติ'' แล้วตั้งระยะเวลาให้สั้นลง เช่น 1 นาที

วิธียืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเก็บ iPhone ไว้โดยไม่ใช้งาน

หากคุณคิดว่าจะไม่ใช้ iPhone เป็นระยะเวลานาน ให้ชาร์จแบตเตอรี่จนถึงระดับ 50% ก่อนเก็บ

*การใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าของเครือข่ายและปัจจัยอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลแตกต่างกันไป แบตเตอรี่มีจำนวนรอบการชาร์จจำกัดและ
อาจต้องได้รับการเปลี่ยนใหม่ในที่สุดโดยผู้ให้บริการ Apple อายุการใช้งานแบตเตอรี่และจำนวนรอบการชาร์จอาจแตกต่างกันตามการใช้งานและ
การตั้งค่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com/th/batteries และ www.apple.com/th/iphone/battery.html