เต็มประสิทธิภาพทั้งวัน ตั้งแต่เปิดเครื่องจนหมดวัน

โปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นที่ 4 ใน Macbook Air จะช่วยให้คุณมีเวลาทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น และยิ่งเมื่อรวมกับคุณสมบัติต่างๆ ที่ชาญฉลาดและทรงประสิทธิภาพแล้ว ก็เหมือนกับว่าคุณมีขุมพลังอันน่าทึ่งอยู่ในมือ ที่มาในขนาดที่เบาจนรู้สึกเหมือนแทบไม่ได้ถืออะไร

แบตเตอรี่อึดนานถึง 12 ชั่วโมง แรงดีไม่มีตกตลอดวัน

เนื่องจาก MacBook Air ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Flash Storage ที่มีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกับสถาปัตยกรรม Intel Core แบบใหม่ที่ ประหยัดพลังงานเป็นอย่างมากแล้ว แบตเตอรี่รุ่นนี้จึงมาพร้อมกับตัวเลขของระยะเวลาการใช้งานที่ น่าประทับใจ เพียงชาร์จไฟแค่ครั้งเดียวก็ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 13 นิ้ว และ 9 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 11 นิ้ว ซึ่งทำให้คุณมีพลังงานเพียงพอสำหรับทั้งวันในการพิมพ์งาน นำเสนองาน อีเมล และอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าหากคุณใช้ดูภาพยนตร์ iTunes ก็จะเล่นได้นานถึง 10 ชั่วโมง สำหรับ รุ่น 13 นิ้ว และ 8 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และเมื่อ MacBook Air พักการทำงานนานกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป เครื่องจะเข้าสู่โหมดสแตนด์บายเพื่อประหยัดแบตเตอรี่และสามารถอยู่ได้นานถึง 30 วัน1 ซึ่งถ้าหาก คุณเปิดใช้งาน Power Nap ไว้คุณก็ยังสามารถรับอีเมลและคำเชิญปฏิทินใหม่ๆ ได้ แม้ว่าขณะนั้นเครื่อง จะพักการทำงานอยู่

โปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นที่ 4 เมื่อประสิทธิภาพมาเจอกับความอึด

Life of Pi ดาวน์โหลดได้จาก iTunes
RAM สูงสุด 8GB

MacBook Air ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i5 และ i7 รุ่นที่ 4 ใหม่หมด โดยสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสุดยอดนี้ได้รับการออกแบบมาให้ใช้พลังงานน้อยลง แต่ยังคงประสิทธิภาพระดับสูงไว้ ซึ่งแปลว่า นอกจากจะช่วยให้คุณทำทุกอย่างได้ตามต้องการแล้ว ยังทำได้นานยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย นอกจากนี้ Intel HD Graphics 5000 รุ่นใหม่ยังให้ประสิทธิภาพกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 40% ซึ่งคุณจะ รู้สึกได้เป็นพิเศษในเวลาที่เล่นเกมและทำงานที่เน้นกราฟิกหนักๆ 2

Wi-Fi เร็วขึ้นถึง 3 เท่า 802.11ac คือนิยามใหม่ของคำว่าเร็ว

MacBook Air ใหม่รองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac ที่เร็วแบบสุดๆ ยิ่งเวลาที่เชื่อมต่อเข้ากับสถานีฐานแบบ 802.11ac ที่มี AirPort Extreme และ AirPort Time Capsule รุ่นใหม่แล้ว ประสิทธิภาพการทำงานของระบบไร้สาย ก็จะมีความเร็วมากกว่า MacBook Air รุ่นเดิมถึง 3 เท่า3 รวมทั้งขอบเขต สัญญาณ Wi-Fi ก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และด้วยเทคโนโลยี Bluetooth คุณสามารถเชื่อมต่อ MacBook Air กับอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth ได้ เช่น ลำโพงและหูฟัง ซึ่งถึงแม้จะไม่มีสาย การเชื่อมต่อก็ทำได้อย่างไร้ปัญหา

Flash Storage ที่เร็วยิ่งกว่า ระวัง เตรียมตัว เสร็จ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ MacBook Air ตอบสนองการทำงานได้ไว ก็คือการออกแบบที่ใช้ Flash Storage ทั้งเครื่อง ซึ่งไม่ เพียงทำให้ MacBook Air มีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวกกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปเท่านั้น แต่ยังทำให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่า และนอกจาก Flash Storage อันล้ำสมัยนี้จะจุข้อมูลได้สูงสุดถึง 512GB แล้ว ยังเร็วกว่าฮาร์ดไดรฟ์ 5400-rpm ที่ใช้ในโน้ตบุ๊คทั่วไปถึง 9 เท่า4 และยังเร็วยิ่งกว่า Flash Storage ที่ใช้ใน MacBook Air รุ่นก่อนถึง 45%5 ดังนั้น เมื่อคุณเปิดหน้าจอขึ้นมา MacBook Air จึงพร้อมเริ่มทำงานได้แทบจะในทันที ซึ่งต่อให้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย มานานนับเดือน หน้าจอก็คืนชีวิตได้ในทันใดเช่นกัน และถ้าหากว่าประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมนี้ยังไม่เพียงพอ รุ่น 11 นิ้วนี้ก็ยังมาพร้อมมาตรฐานความจุใหม่ที่ 128GB ซึ่งมากขึ้นเป็น 2 เท่าอีกด้วย6

พอร์ต Thunderbolt และ USB 3 ให้การเชื่อมต่อทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ด้วยพอร์ต Thunderbolt ที่รับส่งข้อมูลได้เร็วในพริบตา คุณสามารถเชื่อมต่อ MacBook Air เข้ากับอุปกรณ์และจอภาพรุ่นใหม่ๆ ได้ เช่น Apple Thunderbolt Display แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ MacBook Air ยังมาพร้อมกับพอร์ต USB 3 อีก 2 พอร์ต คุณจึงเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB 3 ใหม่ล่าสุด และอุปกรณ์ USB 2 ของคุณได้อีกด้วย เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น MacBook Air ก็จะเปลี่ยนจากสุดยอดโน้ตบุ๊คเพื่อการพกพาเป็นอุปกรณ์ทำงานที่มีทุกอย่างครบครันในทันที

จอภาพ กล้อง และไมค์ สุดประทับใจ ในทุกรายละเอียด

ใช้ FaceTime ใน MacBook Air เพื่อโทรหา iPhone 4 หรือใหม่กว่า รวมถึง iPad,
iPod touch หรือ Mac เครื่องอื่นที่มี FaceTime สำหรับ Mac

จอภาพ LED-backlit
หลายล้านพิกเซล แต่บางแค่ไม่กี่มิลลิเมตร

ไม่ว่าจะมองมุมไหนหรือพิกเซลไหน จอภาพ MacBook Air ก็ถือเป็นความสำเร็จทั้งในด้านวิศวกรรมและการออกแบบ ด้วยความบางเพียง 4.86 มิลลิเมตร (0.19 นิ้ว) แต่มีความละเอียดที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังมองดูภาพจากหน้าจอที่ใหญ่กว่า โดยจอภาพของ MacBook Air รุ่น 11 นิ้ว มีความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ขณะที่รุ่น 13 นิ้ว จะทำให้คุณทึ่งไปกับความละเอียด 1440 x 900 พิกเซล และยิ่งเมื่อบวกกับหลอด LED ที่จะทำให้สีสันมีความสว่างสดใสจากขอบจดขอบแล้ว ไม่ว่าคุณจะตัดต่อภาพ ตกแต่งงานนำเสนอ หรือรับชมภาพยนตร์ สิ่งที่คุณเห็นในจอก็จะทำให้คุณหลงรักได้ในทันที

กล้อง FaceTime HD ความละเอียด 720p
ชัดๆ แบบซึ่งๆ หน้า

ให้เพื่อนๆ และทุกคนในครอบครัวเห็นหน้าคุณชัดยิ่งขึ้นด้วยกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 720p ที่จะให้ทุกคนได้ประทับใจไปกับทุกๆ รอยยิ้มแม้จะมาจากอีกซีกโลก และด้วยภาพแบบไวด์สกรีน ไม่จำเป็นต้องเบียดกันก็คุยพร้อมกันได้หลายคนทันที

ไมโครโฟนคู่
แล้วทุกอย่างก็จะเสียงดังฟังชัด

ไมโครโฟนคู่ใน MacBook Air เหมาะมากเวลาที่คุณอยากจะพูดอะไรให้ใครสักคนฟัง ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพูดคุยผ่าน FaceTime ไมโครโฟนก็จะลดเสียงรบกวนจากด้านหลังโน้ตบุ๊ค และเมื่อคุณใช้คุณสมบัติ Dictation ไมโครโฟนทั้งคู่ก็จะสร้างแนวเสียงที่สามารถปรับแต่งได้อย่างชาญฉลาดเพื่อตรวจจับเสียงพูดของคุณ แทนที่จะจับเสียงรบกวนรอบๆ

แทร็คแพดแบบ Multi-Touch จับมือเป็นหนึ่งเดียวกับ OS X

เพราะคำสั่งนิ้วแบบ Multi-Touch ใน OS X ช่วยให้คุณทำทุกอย่างใน MacBook Air ได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ใกล้ชิด และสนุกยิ่งกว่าเดิม เราจึงออกแบบแทร็คแพดสำหรับ Multi-Touch นี้ให้มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะแก่การวาดนิ้ว ไม่ว่าจะปัดด้วยสามนิ้วเพื่อเรียก Mission Control ขึ้นมา หรือหนีบนิ้วทั้งสี่เข้าหากันเพื่อเปิดดูแอพทั้งหมดใน Launchpad และการตอบสนองต่อคำสั่งนิ้วยังไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติและสมจริงอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเลื่อนเว็บเพจขึ้นลง หรือปัดนิ้วเพื่อสลับไปมาระหว่างแอพแบบเต็มจอแต่ละตัว ก็เหมือนคุณกำลังสัมผัสกับสิ่งที่อยู่บนจอด้วยมือของคุณเองจริงๆ

คลิก

กดตรงไหนก็ได้เพื่อคลิก หรือแตะแทร็คแพดหากเปิดใช้งาน Tap to Click

ดับเบิ้ลคลิก

กดสองครั้งตรงไหนก็ได้ หรือแตะแทร็คแพดสองครั้งหากเปิดใช้งาน Tap to Click

แตะเพื่อซูม

แตะแทร็คแพดสองครั้งด้วยสองนิ้วเพื่อขยายเว็บเพจหรือ PDF

เลื่อนสองนิ้ว

เลื่อนสองนิ้วขึ้นหรือลงบนแทร็คแพดเพื่อเลื่อนดูเอกสาร เว็บไซต์ และอื่นๆ

ปัดนิ้วเพื่อเปลี่ยนหน้า

พลิกดูหน้าเว็บเพจ เอกสาร และอื่นๆ เหมือนการพลิกหน้าหนังสือ

ดู Mission Control

ปัดนิ้วขึ้นบนแทร็คแพดเพื่อดูทุกอย่างที่กำลังใช้งานอยู่ใน Mac ของคุณจากมุมสูง

คีย์บอร์ดที่มีแสงส่องใต้ปุ่ม ไม่มีคำว่า พิมพ์พลาด

มีลำโพงสเตอริโอหนึ่งคู่ซ่อนอยู่ใต้คีย์บอร์ด

แม้ว่า MacBook Air จะมีขนาดเล็กกะทัดรัดอย่างเหลือเชื่อแต่ก็มาพร้อมคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน เพื่อให้คุณยังคงพิมพ์ได้อย่างสบายและเป็นธรรมชาติ และยังมีแสงไฟส่องใต้ปุ่มของคีย์บอร์ด คุณจึงพิมพ์ได้ง่ายแม้ในที่ที่แทบจะไม่มีแสง นอกจากนี้ เซ็นเซอร์วัดแสงสว่างรอบข้างที่มีอยู่ในเครื่องจะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสงโดยรอบและปรับความสว่างของจอภาพและคีย์บอร์ดโดยอัตโนมัติ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะนั่งจิบกาแฟอยู่กลางแจ้ง หรืออยู่บนเครื่องบินเที่ยวดึกที่มีแสงไฟสลัวๆ คุณก็สามารถใช้งานได้ด้วยความสว่างที่เหมาะสมในทุกสภาพแวดล้อม

iCloud

รูป เพลง เอกสาร และอื่นๆ ของคุณ บนทุกเครื่องของคุณ

iCloud จัดเก็บคอนเทนต์ของคุณและช่วยให้คุณฟังเพลง ดูภาพถ่าย ปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ เอกสาร และอื่นๆ ได้จากเครื่องใดก็ตามที่คุณใช้อยู่ ดังนั้น หากคุณถ่ายภาพด้วย iPhone หรือเปลี่ยนแปลงนัดหมายการประชุมผ่าน iPad คุณก็จะแน่ใจได้ว่า iCloud จะช่วยให้ทุกอย่างไปปรากฏบนเครื่อง Mac ของคุณเช่นกัน และบริการนี้ยังทำงานได้จากทั้งสองทาง นั่นคือคุณสามารถสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำใน Mac แล้วไปแก้ไขใน iPhone ได้ด้วย7 ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iCloud

  1. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.3GHz และเครื่อง MacBook Air 11 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิต จริงที่ใช้ Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.3GHz การทดสอบการท่องเว็บผ่านระบบไร้สายวัดระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่โดยการเข้าดูเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่นิยม 25 ไซต์ ผ่านระบบไร้สาย ขณะตั้งค่าความสว่างหน้าจอที่ 12 ขั้น หรือ 75% การทดสอบการเล่นภาพยนตร์ HD วัดระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่โดยการเล่นภาพยนตร์ HD 720p ขณะตั้งค่าความสว่างหน้าจอที่ 12 ขั้น หรือ 75% การทดสอบระยะเวลาสแตนด์บายวัดระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายเพื่อเข้าสู่โหมดสแตนด์บายขณะที่โปรแกรม Safari และ Mail เปิดอยู่และคงการตั้งค่าของระบบทั้งหมดไว้ตามค่าเริ่มต้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามการใช้งานและการกำหนดค่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com/th/batteries
  2. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิต จริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz และเครื่อง MacBook Air 11 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิต จริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz พร้อม Intel HD Graphics 5000 และ RAM ขนาด 8GB MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.0GHz และ MacBook Air รุ่น 11 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.0GHz พร้อม Intel HD Graphics 4000 และ RAM ขนาด 8GB เป็นรุ่นที่ผลิตจริง ทดสอบเกมทั้งหมดที่ความละเอียดดั้งเดิม ทดสอบเกม Half-Life 2: Episode Two v(5135)(420) และ Portal 2 v(5247)(620) โดยตั้งระดับการลบรอยหยักของภาพ 4 เท่าและกราฟิกคุณภาพสูง ไฟล์ทดสอบ Timedemo ของ Half-Life 2: Episode Two: Storm ไฟล์ทดสอบ Timedemo ของ Portal 2: Laser stairs ทดสอบเกม Civilization V v(1.2.2) โดยใช้ระบบวัดประสิทธิภาพของฉากผู้นำที่มีมาให้ในเกม โดยตั้งคุณภาพของฉากผู้นำที่ระดับต่ำ MacBook Air มีการตรวจวัด ความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับความเร็วของโปรเซสเซอร์ตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  3. ตามมาตรฐาน IEEE 802.11ac ฉบับร่าง ประสิทธิภาพอ้างอิงการเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้มาตรฐาน 802.11n ของ Apple การเปรียบเทียบใช้สมมติฐานจากเครือข่าย AirPort Extreme ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้มาตรฐาน 802.11n ความเร็วและขอบข่ายสัญญาณจะลดลงเมื่อผลิตภัณฑ์มาตรฐาน 802.11a/b/g เข้าร่วมเครือข่าย การเข้าถึงเครือข่ายไร้สายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi ความเร็วจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขอบเขตสัญญาณ อัตราการเชื่อมต่อ สภาวะของไซต์ ขนาดเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ ขอบเขตสัญญาณจะแตกต่างไปขึ้นอยู่กับสภาวะของไซต์
  4. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz ที่มี Flash Storage ขนาด 512GB และ RAM ขนาด 8GB และเครื่อง MacBook Air 11 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz ที่มี Flash Storage ขนาด 512GB และ RAM ขนาด 8GB MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.9GHz ที่มีฮาร์ดไดรฟ์ 5400-rpm ขนาด 750GB และ RAM ขนาด 8GB เป็นรุ่นที่ผลิตจริง การทดสอบใช้ Iometer 2006.07.27 โดยมีช่วง Ramp-up 30 วินาที เวลารัน 5 นาที และกำหนด Request Size ที่ 512KB จำนวน Outstanding IO ที่ 8 และใช้ไฟล์ทดสอบขนาด 150GB ประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยของสื่อประเภทจานหมุนคำนวณโดยการสร้างไฟล์ทดสอบที่ส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนในของไดรฟ์ และเฉลี่ยผลลัพธ์จากค่าที่วัดได้จากทั้งสามส่วน MacBook Air และ MacBook Pro มีการตรวจวัดความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับ ประสิทธิภาพการทำงานตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  5. Apple ทำการทดสอบในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยใช้เครื่อง MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz ที่มี Flash Storage ขนาด 512GB และ RAM ขนาด 8GB และเครื่อง MacBook Air 11 นิ้ว รุ่นก่อนการผลิตจริงที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.7GHz ที่มี Flash Storage ขนาด 512GB และ RAM ขนาด 8GB MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.0GHz และ MacBook Air รุ่น 11 นิ้ว ที่ใช้ Intel Core i7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.0GHz พร้อม Flash Storage ขนาด 512GB และ RAM ขนาด 8GB เป็นรุ่นที่ผลิตจริง การทดสอบใช้ Iometer 2006.07.27 โดยมีช่วง Ramp-up 30 วินาที เวลารัน 5 นาที และกำหนด Request Size ที่ 512KB จำนวน Outstanding IO ที่ 8 และใช้ไฟล์ทดสอบขนาด 150GB MacBook Air มีการตรวจวัดความร้อนของระบบและสภาพของระบบไฟฟ้าอยู่ตลอด และอาจปรับประสิทธิภาพการทำงานตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  6. 1GB = 1 พันล้านไบต์ ความจุจริงจะน้อยกว่าที่กำหนด
  7. iCloud ต้องใช้ iOS 5 หรือใหม่กว่าใน iPhone 3GS หรือใหม่กว่า, iPod touch (รุ่นที่ 3 หรือใหม่กว่า), iPad หรือ iPad mini, คอมพิวเตอร์ Mac ที่ใช้ OS X Lion หรือใหม่กว่า หรือ PC ที่ใช้ Windows Vista, Windows 7 หรือ Windows 8 (ต้องมี Outlook 2007 หรือ 2010 หรือเบราเซอร์เวอร์ชั่นปัจจุบันสำหรับเข้าใช้อีเมล รายชื่อ และปฏิทิน) คุณสมบัติบางประเภทจำเป็นต้องใช้บน iOS 6 และระบบปฏิบัติการ OS X Mountain Lion คุณสมบัติบางประเภทจำเป็นต้องใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi คุณสมบัติบางประเภทไม่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ การใช้บริการบางชนิดจำกัดจำนวนอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง