คำถามเพิ่มเติม พบกับคำตอบอื่นๆ เกี่ยวกับ
Apple กับสิ่งแวดล้อม

1. Apple วางแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซสุทธิทั้งหมดให้เหลือศูนย์ภายในปี 2030 อย่างไร

ด้วยความที่เป็นบริษัทระดับโลกขนาดใหญ่ เราเชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องลดผลกระทบที่มีต่อสภาพอากาศด้วยขั้นตอนที่เข้มงวด เด็ดขาด และครอบคลุม เรามุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย Apple 2030 ที่ท้าทายซึ่งกำหนดขึ้นตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อทำให้ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่าของเรามีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเราตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 75% เมื่อเทียบกับปี 2015 ก่อนจะชดเชยส่วนที่เหลือด้วยคาร์บอนเครดิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับนานาชาติอันเข้มงวด นอกจากนี้เรายังมุ่งเน้นความพยายามของเราไปที่การกำจัดคาร์บอนจากแหล่งใหญ่ที่สุดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย เป้าหมายปี 2030 ของเรานั้นเข้มงวดยิ่งกว่าคำแนะนำเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนระดับโลกของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) และเราก็ได้เริ่มมีความก้าวหน้าไปแล้ว โดยลดการปล่อยก๊าซจากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ทั้งหมดของเราถึงกว่า 60% เมื่อเทียบกับฟุตพริ้นต์ของปี 2015

2. Apple ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ Apple อย่างไร

ในการประเมินวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA) นั้น เราคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยใช้ค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในกรอบเวลา 100 ปี หรือ GWP100 จากรายงานการประเมินครั้งที่ 6 โดย IPCC ประจำปี 2023 (AR6) ซึ่งรวมถึงคาร์บอนชีวภาพ ข้อจำกัดในด้านข้อมูลคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการสร้างโมเดลการปล่อยก๊าซคาร์บอน สำหรับส่วนประกอบที่เป็นต้นเหตุการปล่อยก๊าซคาร์บอนของ Apple อันดับแรกๆ นั้น Apple ได้แก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนนี้ด้วยการพัฒนาโมเดลสิ่งแวดล้อมที่อ้างอิงตามกระบวนการอย่างละเอียดโดยใช้พารามิเตอร์เฉพาะของ Apple ส่วนคาร์บอนฟุตพริ้นต์อื่นๆ ที่เหลือซึ่งเกิดจาก Apple นั้น เราอ้างอิงจากข้อมูลเฉลี่ยและสมมติฐานต่างๆ ที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม ดูรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการสร้างโมเดลคาร์บอนของเราได้ในรายงานความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี 2026 (PDF), เปิดในแท็บใหม่

3. Apple มีนโยบายด้านสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยหรือไม่

มี Apple มุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานของเรา รวมถึงลูกค้าของเรา และชุมชนทั่วโลกที่เราปฏิบัติงานอยู่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านแถลงการณ์นโยบายด้านสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (PDF) ของเรา, เปิดในแท็บใหม่

4. Apple จำกัดการใช้สารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างไร

เรามีข้อมูลจำเพาะว่าด้วยสารควบคุม หรือ Regulated Substances Specification ของ Apple ที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสารหลายชนิดที่ถูกจำกัดหรือห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการผลิตของ Apple โดยผลิตภัณฑ์ของ Apple ทั้งหมดต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการจำกัดการใช้สารอันตราย (RoHS) ของยุโรป ซึ่งจำกัดการใช้สารตะกั่ว รวมถึงสารอื่นๆ ซึ่ง Apple จะระบุว่าวัสดุเป็นไปตามมาตรฐาน RoHS เมื่อวัสดุนั้นเป็นไปตามระเบียบสหภาพยุโรป 2011/65/EU และฉบับแก้ไข รวมถึงข้อยกเว้นการใช้ตะกั่ว โดย Apple กำลังพยายามเลิกใช้สารยกเว้นเหล่านี้เมื่อมีความเป็นไปได้ทางเทคนิค และจากแนวทางที่เราใช้กับสารต่างๆ ข้อจำกัดหลายข้อของ Apple จึงสูงกว่าที่ระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ ดูข้อมูลจำเพาะว่าด้วยสารควบคุมของ Apple (PDF), เปิดในแท็บใหม่ เพื่อดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามของเราในการลดและหยุดใช้สารที่เป็นอันตราย

5. Apple จำกัดการใช้สารหน่วงการติดไฟกลุ่มโบรมีน (BFR) และโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) ในผลิตภัณฑ์หรือไม่

ใช่ Apple จะถือว่าวัสดุนั้นเป็นวัสดุที่ปลอดสาร BFR และ PVC หากไม่มีการใช้สารดังกล่าวโดยเจตนา และวัสดุนั้นมีสารโบรมีนและคลอรีนน้อยกว่า 900 ส่วนต่อหนึ่งล้าน (ppm) ซึ่ง Apple เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการเลิกใช้ BFR และ PVC และในปัจจุบันการจำกัดระดับของสารที่ 900 ppm ได้กลายเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้ว เนื่องจากตามปกติหากมีการใช้ BFR และ PVC ระดับของโบรมีนหรือคลอรีนจะต้องสูงกว่า 900 ppm อย่างมากจึงจะมีผล

การเลิกใช้ BFR และ PVC ของ Apple ครอบคลุมถึงทุกการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2009 ผลิตภัณฑ์ Beats ทั้งหมดที่ผลิตตั้งแต่ปี 2016 และ Beddit Sleep Monitor ที่ผลิตตั้งแต่ปลายปี 2018 และถึงแม้ว่าการเลิกใช้สารดังกล่าวของ Apple จะครอบคลุมผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบส่วนใหญ่ แต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ Apple รุ่นก่อนๆ อาจไม่ปลอดสาร BFR และ PVC 100% อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมถึงชิ้นส่วนทดแทนและอุปกรณ์เสริม ยังคงได้รับการออกแบบตามที่ระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้

ส่วนสายไฟในไทย อินเดียและเกาหลีใต้ที่ยังประกอบด้วยสาร PVC นั้นสืบเนื่องมาจากข้อกำหนดเฉพาะของประเทศดังกล่าว ซึ่งเรายังอยู่ในระหว่างการขออนุมัติการใช้วัสดุทดแทน PVC

6. Apple ปฏิบัติตาม REACH อย่างไร

REACH คือระเบียบข้อบังคับของสหภาพยุโรปที่กำกับดูแลการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ภายใต้ระเบียบข้อบังคับนี้ องค์การจัดการสารเคมีแห่งสหภาพยุโรปได้เผยแพร่รายชื่อสารเคมีที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง (SVHC) อยู่เป็นระยะ ซึ่งผู้ผลิตต้องเปิดเผยข้อมูลหากใช้สารนั้นๆ สูงกว่า 0.1% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก จากรายชื่อสารเคมีฉบับปัจจุบัน เราได้จัดทำรายชื่อผลิตภัณฑ์ Apple ที่มีสาร SVHC ที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดและต้องเปิดเผยได้ ซึ่งวันนี้สามารถเข้าดูข้อมูลดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ข้อมูลระเบียบข้อบังคับ, เปิดในแท็บใหม่ สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจก็คือการมีสาร SVHC อยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้บ่งชี้ถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก Apple ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยต่อลูกค้าและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และการมีสาร SVHC เหล่านี้อยู่ในผลิตภัณฑ์ Apple ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ภายใต้การใช้งานตามปกติแต่อย่างใด

7. Apple ใช้สารที่ทำลายชั้นโอโซนหรือไม่

ไม่มีการใช้สารเคมีที่ทําลายชั้นบรรยากาศโอโซน (ODC) ในกระบวนการใดๆ ที่ใช้ในการผลิตส่วนประกอบและวัสดุของผลิตภัณฑ์ หรือวัสดุที่ Apple ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

8. Apple ช่วยเร่งเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างไร

เมื่อผลิตภัณฑ์ใช้งานได้นานขึ้น การขุดทรัพยากรจากพื้นโลกเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ก็มีความจำเป็นน้อยลง การออกแบบเพื่อการใช้งานที่ยืนยาวนั้นถือเป็นความพยายามของทั้งบริษัท ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของเราตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุดก่อนสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบขึ้นมา เรามุ่งมั่นอยู่เสมอที่จะเพิ่มอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานผ่านเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตใหม่ๆ การบริการช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง และการขยายการเข้าถึงบริการซ่อมของเรา นอกจากนี้เรายังอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าส่งต่อผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย โดยการทำให้กระบวนการลบข้อมูลบนอุปกรณ์อย่างปลอดภัยเป็นเรื่องง่าย เพื่อเตรียมไปจำหน่ายต่อหรือนำมาแลก ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้ผลทีเดียว Apple คือผู้นำในอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์ที่มีอายุที่ยืนยาว ซึ่งวัดได้จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มือสองของเรา การเพิ่มอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ และอัตราการเข้ารับบริการซ่อมแซมที่ลดลง

Apple ได้ประกาศความตั้งใจว่าวันหนึ่งเราจะผลิตสินค้าโดยใช้เพียงวัสดุหมุนเวียนหรือวัสดุรีไซเคิลเท่านั้น แล้วเรายังตั้งเป้าหมายว่าจะนำวัสดุกลับมาสู่ตลาดเพื่อให้ Apple หรือผู้ประกอบรายอื่นได้ใช้หากเป็นไปได้ และด้วยความล้ำหน้าที่เกิดขึ้นอย่าง Daisy, Dave และ Taz ซึ่งเป็นหุ่นยนต์แยกชิ้นส่วนของเรา ก็ทำให้เราสามารถนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้นกว่ากระบวนการรีไซเคิลในแบบเดิมๆ

นอกจากนี้เรายังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ช่วยให้มั่นใจว่า วัสดุที่เราใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรานั้นได้รับการจัดหาอย่างรับผิดชอบตามมาตรฐานอันเข้มงวด และผ่านโครงการที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าเรายังคงเดินหน้าทำตามคำมั่น แต่เราก็ยังท้าทายตนเองเพื่อผลิตสินค้าของเราทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งทรัพยากรอันมีจำกัดบนโลกของเรา และนี่คือเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการประสานความร่วมมือกับทีมงานทุกฝ่ายใน Apple รวมถึงซัพพลายเออร์ของเราตลอดจนผู้ให้บริการรีไซเคิล แต่เราก็ได้เริ่มลงมือทำมันแล้ว

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเราในปัจจุบัน สามารถอ่านได้จากรายงานความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี 2026 (PDF), เปิดในแท็บใหม่

9. จะหาหน้าข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามที่กฎหมาย AGEC กำหนดไว้ได้จากที่ไหน

หน้าข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์เป็นข้อกำหนดในฝรั่งเศสภายใต้มาตรา 13 ของกฎหมายว่าด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (AGEC) โดย Apple ได้เผยแพร่ข้อมูลนี้ของผลิตภัณฑ์ไว้ในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์บนหน้าเว็บคุณสมบัติและลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม

10. ฉันจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ Apple ได้อย่างไร

คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้บริการและการรีไซเคิลแบตเตอรี่ของคุณได้โดยไปที่หน้าบริการด้านแบตเตอรี่และการรีไซเคิล

11. Apple มีบริการซ่อมผลิตภัณฑ์หรือไม่

เราออกแบบผลิตภัณฑ์ของเราให้ทนทานและใช้งานได้ยาวนาน โดยไม่ต้องซ่อมมาก แต่เราเชื่อว่าหากจำเป็นต้องซ่อมผลิตภัณฑ์ ลูกค้าก็ควรเข้าถึงบริการซ่อมที่สะดวกและมีคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย Apple จึงมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับบริการซ่อมผ่านสาขาของ Apple Store, ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple, ผู้ให้บริการซ่อมแบบอิสระ และ Self Service Repair เราได้ขยายบริการซ่อมของเราโดยเพิ่มจำนวนจุดให้บริการระดับมืออาชีพถึงเกือบสองเท่า ซึ่งจุดให้บริการเหล่านี้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วนและเครื่องมือของแท้ รวมถึงการฝึกอบรมจาก Apple ได้ ผู้ให้บริการซ่อมแบบอิสระและลูกค้าสามารถซื้อชิ้นส่วน Apple ของแท้ ได้ผ่าน Self Service Repair Store หรือตัวแทนจำหน่ายชิ้นส่วนของแท้ นอกจากนี้เรายังขยายบริการซ่อมให้ครอบคลุมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการซ่อมที่บ้านและสำนักงานของลูกค้าในบางเมืองทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา

โปรแกรมผู้ให้บริการซ่อมแบบอิสระของเราช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจซ่อมแบบอิสระทุกขนาดหลายพันรายสามารถเข้าถึงชิ้นส่วนและเครื่องมือของแท้ รวมทั้งการวินิจฉัยและการฝึกอบรมของ Apple ได้ เท่ากับว่ามีผู้ให้บริการซ่อมแบบอิสระ พร้อมทั้งเครือข่ายระดับโลกของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple หลายพันราย เป็นทีมงานช่างเทคนิคพร้อมให้บริการช่วยเหลือลูกค้าที่จำเป็นต้องซ่อมอุปกรณ์

เรายังได้เปิดตัว Self Service Repair ที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปที่มีความรู้และประสบการณ์ในการซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถเข้าถึงคู่มือการซ่อม รวมถึงชิ้นส่วนและเครื่องมือของแท้ของ Apple ได้ผ่าน Apple Self Service Repair Store โดย Self Service Repair พร้อมให้ใช้ได้ในสหรัฐอเมริกาและบางพื้นที่ในยุโรป ในขณะที่เครื่องมือการวินิจฉัยของ Apple สำหรับ Self Service Repair ได้เปิดให้ใช้งานในยุโรปแล้วหลังจากเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเซสชั่นการแก้ไขปัญหาด้วยการวินิจฉัยของ Apple จะช่วยให้ลูกค้าสามารถทดสอบอุปกรณ์เพื่อดูว่าชิ้นส่วนต่างๆ ทำงานและมีประสิทธิภาพสมบูรณ์หรือไม่ รวมถึงตรวจหาชิ้นส่วนที่อาจต้องซ่อมได้เหมือนกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple และผู้ให้บริการซ่อมอิสระ

12. Apple มีบริการรีไซเคิลหรือไม่

Apple มีโปรแกรมรับคืนและรวบรวมอุปกรณ์เพื่อนำไปรีไซเคิลใน 99% ของประเทศที่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดย Apple Trade In เปิดโอกาสให้ลูกค้านำอุปกรณ์ Apple, แบตเตอรี่ และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทมารีไซเคิลได้ฟรี นอกจากนี้เรายังมีบริการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ตามคำของของลูกค้ากลุ่มพาณิชย์ การศึกษา และสถาบันต่างๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเรารับอุปกรณ์มา ก็จะมีการตรวจสอบและประเมินอย่างละเอียดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล อุปกรณ์ที่สิ้นอายุการใช้งานที่เก็บรวบรวมมาจากบางภูมิภาคจะถูกส่งไปยังหุ่นยนต์แยกชิ้นส่วนเพื่อดึงเอาวัสดุอันมีค่าออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการรีไซเคิลอุปกรณ์ โปรดไปที่เว็บไซต์โครงการการนำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิล

13. Apple ปกป้องผู้คนและสิ่งแวดล้อมในซัพพลายเชนอย่างไร

ระเบียบปฏิบัติสำหรับซัพพลายเออร์ของ Apple ได้กำหนดมาตรฐานที่สูงไว้ ซึ่งซัพพลายเออร์จะต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นในด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย การปกป้องสิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการ และจริยธรรม โดยเราได้กำหนดให้ซัพพลายเออร์ทุกรายที่ทำธุรกิจร่วมกับ Apple ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติสำหรับซัพพลายเออร์ และมาตรฐานด้านความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในวิธีที่เราบังคับใช้ระเบียบปฏิบัตินี้ เราได้จัดทำการประเมินที่เข้มงวดโดยมีการตรวจสอบเกณฑ์ต่างๆ มากกว่า 500 เกณฑ์ หากพบการละเมิดระเบียบปฏิบัติ เรากำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องดำเนินการทันที และเรายังร่วมมือเพื่อช่วยให้ซัพพลายเออร์ปรับปรุงการดำเนินงานและช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์นวัตกรรมด้านซัพพลายเชน

14. Apple มีการรับรอง ISO 14001 หรือไม่

มี Apple มีโรงงานผลิตในเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ และโรงงานแห่งนี้ผ่านการรับรอง ISO 14001 ทั้งหมด 100% โดยสามารถดูข้อมูลการรับรองฉบับเต็มได้ในภาคผนวกของรายงานความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี 2026 (PDF), เปิดในแท็บใหม่ ของเรา

15. Apple ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยขยะจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสหภาพยุโรป หรือ European Union Waste from Electrical and Electronic Equipment (WEEE) อย่างไร

เราปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยขยะจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสหภาพยุโรป (WEEE) ในที่ที่ถือว่า Apple เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสหภาพยุโรป และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการรับคืนและรีไซเคิลของประเทศ ซึ่งมีที่มาจากระเบียบ WEEE ของสหภาพยุโรป Apple ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Producer Compliance Schemes ในทุกประเทศที่เรามีข้อผูกมัดให้ต้องเข้าร่วม ซึ่งในคู่มือข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ให้มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์และสามารถดูได้ที่ support.apple.com/th-th/manuals นั้น มีข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของสัญลักษณ์ถังขยะมีล้อที่ใช้กับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่เหมาะสมในการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ Apple ยังพร้อมให้ข้อมูลทางเทคนิคแก่ผู้ให้บริการรีไซเคิลเมื่อมีการร้องขอ เพื่อสนับสนุนการบำบัดและการรีไซเคิล ผู้ประกอบการรีไซเคิลอิสระสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับการถอดแบตเตอรี่และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ต้องได้รับการคัดแยกเพื่อนำไปรีไซเคิลได้ โดยติดต่อบริการช่วยเหลือของ Apple ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ Apple Trade In ภายใต้หัวข้อ “หลากหลายวิธีในการรีไซเคิล” และ Apple ยังเข้าร่วมใน I4R Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับผู้ให้บริการรีไซเคิลที่จัดทำโดย DIGITALEUROPE, APPLiA และ WEEE Forum โดยที่ผู้ให้บริการรีไซเคิลสามารถเข้าถึงข้อมูลการรีไซเคิลแยกตามหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์ได้ Apple เผยแพร่คำแนะนำการแยกชิ้นส่วนให้กับผู้ให้บริการรีไซเคิลที่ apple.com/th/recycling/recycler-guides เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถรีไซเคิลและคัดแยกวัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์ Apple ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการคัดแยกวัสดุ CRM ได้ครบถ้วน Apple

16. Apple ดำเนินการตามกฎระเบียบว่าด้วยการติดป้ายแสดงข้อมูลการใช้พลังงานของสหภาพยุโรปอย่างไร

เราสนับสนุนกฎระเบียบที่ส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ยาวนานและประหยัดพลังงาน เพราะวิธีต่างๆ นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมได้ Apple มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดในการติดป้ายแสดงข้อมูลการใช้สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตภายใต้กฎระเบียบ 2023/1669 ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มิถุนายน 2025 โดยป้ายแสดงข้อมูลการใช้พลังงานได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงตัวชี้วัดด้านการประหยัดพลังงาน ความสามารถในการซ่อม และความทนทานให้ผู้บริโภครับทราบ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่ Apple เลือกใช้ในการให้คะแนน iPhone และ iPad ได้ในรายงานอย่างเป็นทางการของเราเรื่องป้ายแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในสหภาพยุโรปสำหรับ iPhone และ iPad