ความเป็นส่วนตัว

ความเป็นส่วนตัวนั้นถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
และยังเป็นค่านิยมหลักของพวกเราที่ Apple อีกด้วย
นั่นเป็นเพราะอุปกรณ์ของคุณมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิต
ในหลายๆ ด้าน คุณจึงควรเลือกได้ว่าต้องการแชร์อะไร
จากประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้น และจะแชร์
กับใครบ้าง อีกทั้งเรายังออกแบบผลิตภัณฑ์ Apple ให้ปกป้อง
ความเป็นส่วนตัวของคุณ แล้วยังให้คุณเป็นผู้ควบคุม
ข้อมูลของคุณเองด้วย ซึ่งบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่นี่แหละคือนวัตกรรมในแบบที่พวกเราเชื่อมั่น

ความปลอดภัยหลายชั้นและการตรวจสอบแอปของ Apple
ช่วยปกป้องผู้ใช้งานและทำให้พวกเขาควบคุมข้อมูลของตนเองได้

ดู การสร้างระบบนิเวศที่น่าเชื่อถือสำหรับแอปนับล้านๆ (PDF)

ข้อมูลคุณ
คุณเลือกได้

คุณสมบัติ "ความโปร่งใสในการติดตามของแอป" ช่วยให้คุณควบคุมได้ว่าจะอนุญาตให้แอปไหนติดตามกิจกรรมของคุณในแอปและเว็บไซต์ของบริษัทอื่นได้บ้าง

ดู ในหนึ่งวันเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลของคุณบ้าง (PDF)

แอปที่คุณใช้อยู่ทุกวัน

ได้รับการออกแบบมาเพื่อ

ความเป็นส่วนตัวของคุณ

Safari จะคอย
กันไม่ให้มีอะไรติดตามคุณ

ด้วยการใช้คุณสมบัติ "การป้องกัน
การติดตามอัจฉริยะ" เพื่อหยุดผู้โฆษณาที่คอยติดตามคุณจากเว็บไซต์หนึ่ง
ไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง

Safari

เว็บไซต์บางแห่งนั้นอนุญาตให้บริษัทเก็บข้อมูลหลายร้อยแห่งเฝ้าติดตามคุณ สร้างโปรไฟล์ของคุณ และแสดงโฆษณาในขณะที่คุณท่องเว็บ แต่คุณสมบัติ "การป้องกันการติดตามอัจฉริยะ" ใน Safari จะใช้การเรียนรู้ของระบบในตัวอุปกรณ์เพื่อช่วยป้องกันตัวติดตามเหล่านั้น และคุณสามารถดูภาพรวมของตัวติดตามข้ามเว็บไซต์ทั้งหมดที่ Safari บล็อคไว้ได้โดยไปที่รายงานความเป็นส่วนตัวซึ่งอยู่ในแถบเครื่องมือของ Safari

อย่างไรก็ตามผู้โฆษณานั้นสามารถสร้าง "ลายนิ้วมือ"
ของอุปกรณ์คุณ เพื่อเจาะจงเป้าหมายมาที่คุณ
โดยอ้างอิงจากลักษณะเฉพาะอย่างการกำหนดค่า
ในเบราว์เซอร์ หรือฟอนต์และปลั๊กอินที่คุณติดตั้งไว้
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเทคนิคนี้ Safari จึง
มาพร้อมคุณสมบัติ "การป้องกันการสะกดรอย" ในตัว
โดยการแชร์โปรไฟล์ระบบที่ผ่านการปรับลดรายละเอียดแล้วกับเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปเยี่ยมชม
ทำให้บริษัทที่เก็บข้อมูลระบุตัวตนและติดตามคุณ
ได้ยากขึ้นกว่าเดิม

แอปแผนที่จะทำให้ประวัติการเดินทางของคุณเป็นเรื่องของอดีต

เพราะแอปแผนที่จะไม่เชื่อมโยงข้อมูล
ของคุณกับ Apple ID ในขณะที่ Apple เองก็จะไม่เก็บประวัติของสถานที่ที่คุณเคยไปเอาไว้ด้วยเช่นกัน

แผนที่

สถานที่ที่คุณไปบอกอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวคุณ
ซึ่งแอปแผนที่นั้นมอบประสบการณ์การใช้งาน
อันยอดเยี่ยมได้โดยที่ Apple ไม่รู้เลยว่าคุณไปร้านไหน ย่านไหน หรือคลินิกใด และเมื่อคุณไม่ต้องลงชื่อ
เข้าใช้แอปแผนที่ สถานที่ที่คุณไปจึงจะไม่เชื่อมโยง
กับ Apple ID ของคุณอย่างแน่นอน

ส่วนคุณสมบัติที่ปรับการทำงานให้เหมาะกับคุณ
อย่างการระบุตำแหน่งของรถที่คุณจอด ก็เกิดขึ้น
ในอุปกรณ์ของคุณเอง และข้อมูลที่ใช้เพื่อปรับปรุงการนำทาง อย่างเส้นทางและคำค้นหานั้น ก็ไม่ได้
ถูกเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลประจำตัวของคุณด้วย
แต่ข้อมูลเหล่านั้นจะอ้างอิงกับตัวบ่งชี้แบบสุ่ม
ที่ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แทน

แอปรูปภาพ
จะปกป้องภาพของคุณให้เป็นของคุณเท่านั้น

เพราะแอปรูปภาพนั้นใช้การเรียนรู้ของระบบเพื่อจัดระเบียบรูปภาพ
ภายในตัวเครื่อง ดังนั้นคุณจึง
ไม่จำเป็นต้องแชร์ภาพเหล่านั้น
กับ Apple หรือใครๆ ทั้งสิ้น

รูปภาพ

อัลบั้มรูปภาพและวิดีโอของคุณนั้นเต็มไปด้วยช่วงเวลาอันมีค่า เพื่อนๆ รวมถึงสิ่งต่างๆ
ที่คุณชื่นชอบ ซึ่งอุปกรณ์ Apple ก็ถูกออกแบบมา
เพื่อให้ช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่ในมือของคุณเท่านั้น จนกว่าคุณจะแชร์เอง

บริการบางแห่งประมวลผลรูปภาพของคุณในระบบคลาวด์ ซึ่งทำให้บริการนั้นเข้าถึงรูปภาพของคุณได้ แต่เราออกแบบแอปรูปภาพให้ประมวลผลรูปภาพในเครื่อง Mac, iPhone และ iPad ของคุณเอง หรือถ้าจะว่ากันตามตรงก็ต้องบอกว่า Neural Engine ในชิป A13 และชิป A14 Bionic ของ Apple ดำเนินการต่างๆ มากกว่า 1 แสนล้านรายการต่อรูปภาพ เพื่อแยกแยะใบหน้าและสถานที่ต่างๆ โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นไม่เคยออกจากอุปกรณ์ของคุณเลย และเมื่อแอปขออนุญาตเข้าถึงรูปภาพของคุณ คุณจะแชร์เฉพาะภาพที่ต้องการก็ได้โดยไม่ต้องอนุญาตให้เข้าถึงรูปภาพทั้งหมดในคลัง

มีแต่คนที่คุณ
ส่งให้เท่านั้นที่จะ
เห็นข้อความ
ของคุณ

เพราะ Apple ไม่สามารถอ่านข้อความ iMessage ในขณะที่คุณกับผู้รับนั้น
ส่งข้อความถึงกันได้

ข้อความ

หลายสิ่งหลายอย่างของชีวิตคุณนั้นเกิดขึ้นในข้อความและวิดีโอแชท ตั้งแต่มุกตลกที่รู้กันแค่สองคนไปจนถึงคำเชิญต่างๆ ดังนั้นทุกข้อความในฟองคำพูดสีฟ้า ไปจนถึงรูปภาพ, Animoji และวิดีโอ
จึงได้รับการเข้ารหัสขณะรับส่งระหว่างอุปกรณ์

ส่วนคำแนะนำอัจฉริยะในแอปข้อความ อย่างการแสดงรูปภาพที่จะส่งโดยอิงตามผู้ที่คุณกำลังคุยด้วย ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นในอุปกรณ์ของคุณเช่นกัน

Siri เรียนรู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร

นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีการเชื่อมโยง Apple ID ของคุณเข้ากับ Siri และคำขอของคุณก็ผูกอยู่กับตัวบ่งชี้แบบสุ่ม
ไม่ใช่กับตัวคุณ

Siri

Siri นั้นได้รับการออกแบบมาตั้งแต่แรกเริ่มให้เรียนรู้ความชอบส่วนตัวของคุณโดยไม่เปิดเผยตัวตนของคุณ ไม่ว่ากับทั้ง Apple หรือกับใคร คุณจึง
ใช้งาน Siri ได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ส่วนอุปกรณ์ของคุณก็จะประมวลผลข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยที่ไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Apple

และในกรณีที่ Apple ต้องประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของเรา ข้อมูลนั้นก็จะถูกเชื่อมโยงกับตัวบ่งชี้แบบสุ่ม ซึ่งเป็นตัวอักษรและตัวเลขเรียงต่อกันยาวๆ อีกทั้งข้อมูลดังกล่าวก็จะนำไปใช้เพื่อปรับปรุง Siri เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการเปิดเผยหรือจำหน่ายให้ใครทั้งนั้น ซึ่ง Apple เอง ก็จะไม่เก็บเสียงคำขอของคุณไว้ เว้นแต่คุณจะเลือกแชร์เสียงนั้นกับเรา
เพื่อใช้ในการปรับปรุง Siri

แอปสุขภาพ
จะเก็บบันทึก
ข้อมูลของคุณ
ไว้อย่างมิดชิด

โดยให้คุณเป็นผู้ควบคุมว่าจะบันทึกข้อมูลอะไรไว้ในแอปสุขภาพ และต้องการแชร์กับใครบ้าง

สุขภาพ

แอปและอุปกรณ์สำหรับสุขภาพของคุณสามารถ
ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรายละเอียดที่เป็นส่วนตัว
ที่สุดของคุณ ตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจไปจนถึง
รอบการมีประจำเดือน โดยที่ในแอปสุขภาพนั้น คุณยังสามารถควบคุมข้อมูลที่ต้องการหรือไม่ต้องการให้เก็บบันทึกไว้ รวมถึงใครที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนั้นได้

ข้อมูลทั้งหมดของคุณจะได้รับการเข้ารหัสและสามารถเข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อใช้รหัสผ่าน, Touch ID หรือ Face ID ของคุณเท่านั้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือไม่ว่าคุณจะใช้แอปสุขภาพอย่างไร คุณก็ควบคุมข้อมูลของคุณได้เสมอ

ใหม่

App Store จะแสดงให้เห็นว่าจะมีการใช้ข้อมูลของคุณอย่างไร

ป้ายแสดงแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวที่อ่านง่ายใน App Store จะช่วยให้คุณเลือกแอปได้จากวิธีที่แอปนำข้อมูลของคุณไปใช้ รวมถึงวิธีที่แอปเหล่านั้นติดตามคุณ

App Store

แอปทุกแอปทั้งกว่า 1.8 ล้านแอปบน App Store นั้นจะต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด และต้องรายงานว่าแอปนั้นใช้ข้อมูลของคุณอย่างไร นอกจากนี้แอปทั้งหมดยังต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Apple อีกด้วย

ในขณะที่คุณกำลังดูแอปอยู่นั้น คุณก็จะเห็นป้ายแสดงแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าแอปดังกล่าวเหมาะกับคุณหรือไม่ โดยแอปที่คุณเลือกดาวน์โหลดต้องได้รับอนุญาตจากคุณเพื่อเข้าถึงข้อมูล เช่น รูปภาพหรือตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณแชร์ได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้ iOS 14.5 และ iPadOS 14.5 หรือใหม่กว่า จะกำหนดให้นักพัฒนาต้องได้รับอนุญาตจากคุณก่อนที่จะติดตามกิจกรรมของคุณในแอปและเว็บไซต์ของบริษัทอื่นๆ เพื่อการโฆษณาหรือเป็นนายหน้าหาข้อมูล