คุณควบคุม

สิ่งที่คุณแชร์ได้

ความเป็นส่วนตัวได้รับการออกแบบรวมเป็นส่วนหนึ่ง
มาตั้งแต่แรกเริ่ม นับแต่วินาทีแรกที่คุณเปิดอุปกรณ์เครื่องใหม่ ไปจนถึงทุกครั้งที่คุณใช้แอพ และนี่คือข้อควรทราบบางประการที่จะช่วยให้คุณมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ปกป้องอุปกรณ์ของคุณ

ป้องกันไม่ให้คนอื่นนอกจากคุณสามารถ
ใช้งานอุปกรณ์และเข้าถึงข้อมูลของคุณได้

รหัสผ่าน 6 หลัก

การตั้งค่ารหัสผ่านถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ในการปกป้องอุปกรณ์ของคุณ รหัสผ่านบนอุปกรณ์
ที่รองรับการใช้งาน Touch ID หรือ Face ID ของคุณจะถูกตั้งค่าเป็นตัวเลข 6 หลักโดยอัตโนมัติ ซึ่งเท่ากับเป็นการจับคู่รหัสที่เป็นไปได้มากมายนับล้านชุด นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดใช้งานคุณสมบัติ
"ลบข้อมูล" ในการตั้งค่าได้ ทีนี้อุปกรณ์ของคุณ
ก็จะล้างข้อมูลด้วยตัวเองหลังจากที่มีการ
เดารหัสผิดครบ 10 ครั้ง

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องอุปกรณ์ของคุณด้วยรหัสผ่าน

Touch ID และ Face ID

Touch ID และ Face ID เป็นวิธียืนยันตัวตน
ที่เรียบง่ายและปลอดภัย เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสหรือเหลือบมอง โดยข้อมูลลายนิ้วมือหรือใบหน้าของคุณ
จะถูกแปลงเป็นรูปแบบสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะ
ได้รับการเข้ารหัสและใช้งานโดย Secure Enclave
ใน Mac, iPad หรือ iPhone ของคุณเท่านั้น และเนื่องจากข้อมูลลายนิ้วมือและใบหน้าถือเป็นข้อมูลส่วนตัว อุปกรณ์ของคุณจึงปกป้องข้อมูลนี้ด้วยความรัดกุมสูงสุด โดยที่ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ของคุณหรือแอพพลิเคชั่นใดๆ ที่ทำงานบนอุปกรณ์นั้นก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ รวมถึงจะไม่มีการจัดเก็บ
ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของ Apple หรือสำรองข้อมูลไว้ใน iCloud หรือที่อื่นๆ แต่อย่างใด

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มของ Apple

การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย

การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
ในการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ
เนื่องจากเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Apple ID
อีกขั้น และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่า
ถึงคนอื่นจะรู้รหัสผ่านของคุณก็ไม่สามารถใช้งาน
บัญชีของคุณได้ โดยรหัสการตรวจสอบยืนยันจะปรากฏ
โดยอัตโนมัติบนอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ของคุณทุกเครื่อง
เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้จากอุปกรณ์เครื่องใหม่หรือจากเว็บ
จากนั้น เพียงแค่ป้อนรหัสนี้พร้อมกับรหัสผ่าน คุณก็จะ
ลงชื่อเข้าใช้ได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่สามารถใส่ทั้งรหัสผ่าน
ของคุณและรหัสการตรวจสอบยืนยันได้อย่างถูกต้องก็จะ
เข้าใช้งานไม่ได้ และหลังจากที่ลงชื่อเข้าใช้แล้ว อุปกรณ์
เครื่องนั้นจะไม่ขอรหัสการตรวจสอบยืนยันจากคุณอีก
เว้นแต่คุณจะลงชื่อออกจากระบบ ลบข้อมูลในอุปกรณ์
หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสผ่านเนื่องจากเหตุผล
ด้านความปลอดภัย

ดูวิธีตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย

ค้นหาของฉัน

การเปิดใช้งานแอพค้นหาของฉันสำหรับ iPhone, iPad และ Mac จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคุณได้ตลอดเวลา แม้ว่าเครื่องจะสูญหายหรือถูกขโมย อีกทั้งแอพค้นหาของฉันยังออกแบบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณอีกด้วย เพียงลงชื่อเข้าใช้ iCloud ในอุปกรณ์เครื่องใหม่ แอพก็จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ ให้คุณสามารถดูได้ว่าอุปกรณ์ของคุณอยู่ที่ไหนบนแผนที่ หรือเคยอยู่ตรงไหนมาบ้าง ดังนั้นโอกาสที่คุณจะได้เครื่องคืนจึงมีมากขึ้นกว่าเดิม หรือถ้าไม่สามารถได้เครื่องคืนมา คุณก็ยังลบข้อมูลส่วนตัวออกจากเครื่องได้จากระยะไกล โดย Apple
จะได้รับข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องนี้ก็ต่อเมื่อคุณค้นหาอุปกรณ์ เปิดโหมดสูญหาย หรือเปิดใช้งาน "ส่งตำแหน่งที่ตั้งล่าสุด" เท่านั้น ส่วนข้อมูลตำแหน่ง
ที่ตั้งก็จะถูกเก็บไว้เป็นเวลาเพียง 24 ชั่วโมง เพื่อให้
เราสามารถแสดงตำแหน่งล่าสุดที่พบอุปกรณ์ของคุณ
ได้ ยิ่งกว่านั้นแอพค้นหาของฉันยังเปิดคุณสมบัติ "การล็อคการเข้าใช้เครื่อง" โดยอัตโนมัติอีกด้วย
ทีนี้ไม่ว่าใครที่ต้องการลบข้อมูลหรือเปิดใช้อุปกรณ์ของคุณอีกครั้งก็จะต้องป้อน Apple ID ของคุณก่อน

เรียนรู้
เกี่ยวกับการตั้งค่าและการควบคุมความเป็นส่วนตัว

แอพการตั้งค่าได้รับการออกแบบมาอย่างรอบคอบเพื่อให้คุณเป็นผู้ควบคุมข้อมูลองคุณเอง และคุณ
ยังสามารถปรับเปลี่ยนว่าต้องการแชร์ข้อมูลอะไร แชร์ที่ไหน และสำรองข้อมูลเมื่อไหร่ได้อีกด้วย

ใหม่

ข้อมูลความเป็นส่วนตัวบน App Store

ตั้งแต่ธันวาคม 2020 เป็นต้นไป หน้าผลิตภัณฑ์
บน Apple Store จะแสดงเนื้อหาส่วนใหม่ที่ให้
ข้อมูลสรุปซึ่งนักพัฒนาได้จัดทำขึ้นด้วยตนเอง
เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวบางส่วน
ในรูปแบบที่อ่านง่ายไม่ซับซ้อน โดยจะแสดงวิธีที่
นักพัฒนาเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลของคุณ รวมถึง
ข้อมูลอื่นๆ เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง ประวัติการท่องเว็บ
และรายชื่อต่างๆ ของคุณ งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
การทำงานต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและให้คุณ
ควบคุมข้อมูลของคุณเองได้ โดย Apple จะยังคงปรับปรุงพัฒนาคุณสมบัตินี้ต่อไปและจะทำงานร่วมกับ
นักพัฒนาเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบ
การรับข้อมูลเองได้

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลความเป็นส่วนตัวบน App Store

แอพของบริษัทอื่น
และการอนุญาต

Apple มีความโปร่งใสเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณแชร์กับแอพและให้คุณสามารถควบคุมได้ โดยแอพอาจขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลต่างๆ อย่างตำแหน่งที่ตั้ง รายชื่อ ปฏิทิน หรือรูปภาพ และคุณก็จะได้รับข้อความแจ้งพร้อมคำอธิบายในครั้งแรกที่แอพของบริษัทอื่นต้องการใช้ข้อมูลนี้ เพื่อให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะอนุญาตหรือไม่ และถึงแม้จะอนุญาตไปแล้ว ก็สามารถเข้าไปในการตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้เสมอ ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นไป iOS 14 และ iPadOS 14 จะกำหนดให้นักพัฒนาต้องได้รับอนุญาตจากคุณก่อนที่จะติดตามคุณหรืออุปกรณ์ในแอพและเว็บไซต์ที่บริษัทอื่นเป็นเจ้าของ เพื่อแสดงโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมาย หรือโฆษณาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจสอบ หรือเพื่อแชร์ข้อมูลของคุณกับนายหน้าหาข้อมูล

ซึ่งหากคุณไม่อนุญาตก็จะไม่มีแอพใดสามารถเข้าถึงไมโครโฟนหรือกล้องได้ โดยใน iOS 14 และ iPadOS 14 เมื่อมีแอพใดแอพหนึ่งใช้งานไมโครโฟนหรือกล้อง อุปกรณ์จะแสดงสัญญาณเตือนเพื่อบอกให้คุณรู้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวกำลังถูกใช้งาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในแอพนั้น หรืออยู่ในแอพอื่น รวมถึงเมื่ออยู่ที่หน้าจอโฮมด้วย อีกทั้งศูนย์ควบคุมก็จะแสดงให้คุณเห็นว่ามีแอพใดแอพหนึ่งใช้งานไมโครโฟนหรือกล้องไปเมื่อไม่นานมานี้ และใน iOS และ iPadOS กล้องจะไม่สามารถใช้งานได้สำหรับแอพที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

แต่บางครั้งแอพก็จำเป็นต้องรู้ว่ามีอุปกรณ์เครื่องอื่นอยู่ร่วมเครือข่ายในพื้นที่ของคุณหรือไม่ เช่น ขณะที่คุณกำลังพยายามเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวีหรือพริ้นเตอร์ ทั้งนี้ตั้งแต่ iOS 14 และ iPadOS 14 เป็นต้นไป แอพต่างๆ จะต้องขออนุญาตจากคุณก่อนที่จะสแกนเครือข่ายในพื้นที่ของคุณ

อีกทั้ง iOS 14 และ iPadOS 14 ยังจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีแอพใดแอพหนึ่งเข้าถึงคลิปบอร์ด เพื่อที่คุณจะได้ตรวจสอบยืนยันว่าแอพดังกล่าวได้รับสิทธิ์เข้าใช้งานเฉพาะรายการที่คุณต้องการเท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

หน้าจอแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและความ
เป็นส่วนตัวจะช่วยให้คุณเข้าใจได้อย่างง่ายดายถึงวิธี
ที่ Apple จะใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ โดยรายละเอียดนี้
จะปรากฏขึ้นก่อนที่คุณจะลงชื่อเข้าใช้หรือเริ่มใช้คุณสมบัติ
ใหม่ต่างๆ เมื่อคุณเห็นไอคอนข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
คุณจะดูได้ว่ามีข้อมูลส่วนตัวใดบ้างที่อาจมีการแชร์
รวมถึงข้อมูลเหล่านี้จะนำไปช่วยปรับปรุงประสบการณ์
การใช้งานของคุณอย่างไรได้บ้าง

หน้าข้อมูล
และความเป็นส่วนตัว

เพื่อให้คุณควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้มากขึ้น เราได้
เตรียมชุดเครื่องมือด้านการจัดการความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะไว้ในหน้าข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ซึ่ง
ด้วยชุดเครื่องมือนี้ คุณจะสามารถคัดลอกข้อมูล
ขอให้มีการแก้ไขข้อมูล ปิดใช้งานบัญชี
หรือลบบัญชีของคุณได้

ดูเกี่ยวกับการควบคุมข้อมูลด้วยตัวคุณเอง ไปที่หน้าข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

การวิเคราะห์

หากคุณเลือกเปิดการทำงานในส่วนนี้ อุปกรณ์ iOS และ iPadOS ของคุณจะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์เกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ รวมถึง Apple Watch ที่จับคู่อยู่ด้วยกัน แล้วส่งข้อมูลทั้งหมดมาที่ Apple เพื่อเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ต่อไป
ซึ่งการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้ Apple ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และลดปัญหาต่างๆ อย่างการที่แอพปิดการทำงานเอง โดยข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะไม่สามารถระบุตัวตนของคุณได้ และการส่งข้อมูลมายัง Apple จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากคุณแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ข้อมูลการวิเคราะห์อาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์และข้อมูลทางเทคนิคของระบบปฏิบัติการ สถิติด้านประสิทธิภาพการทำงาน
และข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่คุณใช้อุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ อีกทั้งในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว
จะไม่มีการบันทึกข้อมูลส่วนตัวใดๆ เอาไว้ หรือมีการลบข้อมูลส่วนตัวออกจากรายงานก่อนส่งมายัง Apple หรือใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Differential Privacy
เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้น

ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมด้วยเทคนิค Differential Privacy นั้นมีส่วนช่วยในการปรับปรุงบริการต่างๆ ของเราโดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีนี้จะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติ "คำใบ้การค้นหา" ในแอพโน้ต และคุณสมบัติ "การใช้ประเภทของข้อมูลสุขภาพ" รวมถึงคุณสมบัติ "โดเมนที่ทำให้ Safari หยุดทำงาน" ด้วย

โดยเราสามารถระบุประเภทของข้อมูลที่ใช้โดยทั่วไปใน
แอพสุขภาพและเว็บโดเมนใน Safari ที่ทำให้เกิดปัญหาด้านประสิทธิภาพได้ ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยให้เราร่วมมือกับนักพัฒนาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณโดยไม่มีการเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของคุณทั้งสิ้น

หากคุณแสดงความยินยอมอย่างชัดเจนว่าต้องการ
แชร์ข้อมูลการวิเคราะห์ iCloud แล้ว Apple ก็จะ
วิเคราะห์วิธีการใช้งานข้อมูล iCloud จากบัญชี
ของคุณ เช่น ข้อความสั้นๆ จากเนื้อหาในอีเมล
เพื่อปรับปรุง Siri และคุณสมบัติอัจฉริยะอื่นๆ ซึ่ง
การวิเคราะห์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อข้อมูลนั้นๆ ได้ผ่าน
เทคนิคการเพิ่มความเป็นส่วนตัว อย่าง Differential
Privacy แล้วเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่สามารถ
เชื่อมโยงไปถึงคุณหรือบัญชีของคุณได้

การโฆษณา

Apple ยึดมั่นในการนำเสนอโฆษณาในแบบที่เคารพความเป็นส่วนตัวของคุณ โดยโฆษณาที่นำเสนอโดย Apple นั้นอาจปรากฏใน App Store และในแอพหุ้น ซึ่งแพลตฟอร์มโฆษณาของ Apple จะไม่ติดตามคุณ รวมถึงจะไม่ซื้อหรือแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคุณกับบริษัทอื่นๆ ด้วย อีกทั้งแพลตฟอร์มโฆษณาของ Apple ก็จะไม่ใช้ข้อมูลของแอพสุขภาพ และข้อมูลของแอพ HomeKit ในการแสดงโฆษณา อย่างไรก็ตามอาจมีการใช้ประวัติการค้นหา App Store และการดาวน์โหลดเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของคุณ อย่างในแอพหุ้น โฆษณาที่คุณเห็นบางส่วนจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอ่านหรือติดตาม ซึ่งรวมถึงหัวข้อและหมวดหมู่ของเรื่องราวที่คุณอ่านและสื่อสิ่งพิมพ์ที่คุณติดตาม สมัครสมาชิก หรือเปิดใช้งานการแจ้งเตือน ทั้งนี้เรื่องราวต่างๆ ที่คุณอ่านจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อแสดงโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายแก่คุณในที่อื่นๆ นอกเหนือจากในแอพเหล่านี้ โดยคุณสามารถดูข้อมูลที่ Apple ใช้เพื่อนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้ในการตั้งค่า อีกทั้งคุณยังสามารถปิดการใช้งานโฆษณาสำหรับคุณโดยเฉพาะได้ตลอดเวลาในการตั้งค่าเพื่อหยุดรับโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายบน App Store และแอพหุ้น อย่างไรก็ตามการปิดใช้โฆษณาสำหรับคุณโดยเฉพาะจะจำกัดความสามารถของ Apple ในการส่งโฆษณาที่ตรงกับความสนใจให้กับคุณ แต่อาจไม่ลดจำนวนโฆษณาที่คุณได้รับ และแพลตฟอร์มโฆษณาของ Apple จะไม่นำเสนอโฆษณาให้แก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี รวมถึง Apple ID ที่มีการจัดการ นอกจากนี้ Apple ยังมีแนวทางที่เข้มงวดสำหรับแอพต่างๆ ในหมวดหมู่เด็กบน App Store รวมถึงห้ามไม่ให้แอพในหมวดหมู่นี้ใส่ระบบวิเคราะห์ของนักพัฒนารายอื่น หรือแสดงโฆษณาของบริษัทอื่น

ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

บางครั้งการรู้ถึงตำแหน่งที่คุณอยู่ก็เป็นประโยชน์สำหรับอุปกรณ์ อย่างเช่น เมื่อคุณนัดหมายการประชุมในปฏิทิน หรือขอดูเส้นทาง บริการหาตำแหน่งที่ตั้งในอุปกรณ์จะใช้ทั้ง GPS, Bluetooth และฮอตสปอต Wi‑Fi สาธารณะ รวมถึงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เพื่อระบุตำแหน่งของคุณ และ Apple ยังให้คุณควบคุมการเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งและการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในอุปกรณ์ทุกเครื่องอีกด้วย และด้วย iOS 14, iPadOS 14 และ watchOS 7 คุณยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้แอพเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณของคุณหรือไม่ ซึ่งก็จะบอกเป็นพื้นที่กว้างๆ ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร แทนที่จะให้รู้ตำแหน่งที่แน่ชัด โดยในค่าเริ่มต้นบริการหาตำแหน่งที่ตั้งจะยังถูกปิดไว้ คุณสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อตั้งค่าอุปกรณ์ครั้งแรก และสามารถปิดได้ทุกเมื่อหากเปลี่ยนใจ

ดูรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (PDF)

อีกหลากหลายวิธีในการเก็บข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย

ระวังตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงด้วยวิธีต่างๆ ที่พยายามล้วงข้อมูลส่วนตัวของคุณ

ให้ความสำคัญ
กับการแจ้งเตือน

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ใหม่เป็นครั้งแรก
อัพเดทวิธีการชำระเงิน เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือทำการ
เปลี่ยนแปลงอื่นๆ กับบัญชี คุณจะได้รับการแจ้งเตือน
จาก Apple ผ่านทางอีเมล หรือการแจ้งเตือนแบบพุช
ดังนั้นถ้าคุณได้รับแจ้งเตือนจากเราเกี่ยวกับการ
เปลี่ยนแปลงที่คุณไม่ได้ทำ ย่อมอาจเป็นไปได้ว่ามี
ผู้อื่นลักลอบเข้าใช้บัญชีของคุณ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ขึ้น ให้ไปที่ "จัดการ Apple ID ของคุณ" เพื่อ
เปลี่ยนรหัสผ่านของคุณทันที และหากคุณต้องการ
ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โปรดติดต่อฝ่าย
บริการช่วยเหลือของ Apple

เปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับ Apple ID ของคุณ ติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือ Apple ID

ระวังการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง

"ฟิชชิ่ง" หมายถึงความพยายามที่จะล่อลวง
เอาข้อมูลส่วนตัวจากคุณ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน
สำหรับ Apple ID หรือข้อมูลบัตรเครดิต ซึ่งมักจะ
เป็นการล่อลวงผ่านทางอีเมล หรือข้อความตัวอักษร
โดยคำขอนั้นจะดูเหมือนว่าส่งมาจากบริษัทหรือ
บุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย
การเปิดการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ในการปกป้องตัวคุณเองจากการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง
ที่ออกแบบมาเพื่อหลอกล่อให้คุณเปิดเผยข้อมูล
ประจำตัวในบัญชี Apple ID ของคุณ ระวังอย่าให้
รหัสผ่าน รหัสยืนยัน หรือข้อมูลบัญชีที่สำคัญอื่นๆ ผ่าน
ทางอีเมล หรือข้อความตัวอักษร และหากคุณได้รับ
อีเมลที่คิดว่าเป็นการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง และอ้างว่า
ส่งมาจาก Apple โปรดส่งอีเมลนั้นมาที่
reportphishing@apple.com

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องตัวคุณเองจากการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง