ข้อมูลทั่วไปของแบตเตอรี่

การใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับเครือข่ายเซลลูลาร์ ตำแหน่งที่ตั้ง
ความแรงของการทดสอบสัญญาณ การกำหนดค่าคุณสมบัติ
การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ โดยผลลัพธ์จริงจะแตกต่างออกไป
แบตเตอรี่มีจำนวนรอบการชาร์จจำกัดและอาจจำเป็นต้องได้รับ
การเปลี่ยนใหม่ในที่สุดโดยผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่และจำนวนรอบการชาร์จอาจแตกต่าง
กันตามการใช้งานและการตั้งค่า การทดสอบแบตเตอรี่ใช้เครื่อง
iPhone ที่ระบุเป็นการเฉพาะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.apple.com/th/batteries และ www.apple.com/th/iphone/compare

การทดสอบระยะเวลาสนทนา

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2018 โดยใช้เครื่อง
iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR รุ่นก่อนการผลิต
จริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ
GSM และ CDMA การทดสอบระยะเวลาสนทนาทำบนเครือข่าย
Voice over LTE (VoLTE) การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย
และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" ของ Wi-Fi

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2017 โดยใช้เครื่อง
iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X รุ่นก่อนการผลิตจริง
พร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM
และ CDMA การทดสอบระยะเวลาสนทนาทำบนเครือข่ายเสียง 3G
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับ
หูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย และการปิด
คุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" ของ Wi-Fi

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์
บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA
การทดสอบระยะเวลาสนทนาทำบนเครือข่ายเสียง 3G การตั้งค่า
ทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง
การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย และการปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" ของ Wi-Fi

Apple ทำการทดสอบในเดือนมีนาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone SE รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่าย
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA การทดสอบระยะเวลา
สนทนาทำบนเครือข่ายเสียง 3G การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น
ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย และการปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" ของ Wi-Fi

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2015 โดยใช้เครื่อง
iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA การทดสอบระยะเวลาสนทนาทำบนเครือข่ายเสียง 3G
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi
กับเครือข่าย และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย"
ของ Wi-Fi

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2014 โดยใช้เครื่อง
iPhone 6 และ iPhone 6 Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์
บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA
การทดสอบระยะเวลาสนทนาทำบนเครือข่ายเสียง 3G การตั้งค่า
ทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย
และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" ของ Wi-Fi

การทดสอบระยะเวลาสแตนด์บาย

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์
บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA การตั้งค่า
ทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย
และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi
ทั้งนี้ไม่มีการเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri" ระยะเวลาสแตนด์บายนาน
สูงสุด 9 วัน ใน iPhone 7 และนานสูงสุด 15 วัน ใน iPhone 7 Plus
เมื่อเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri"

Apple ทำการทดสอบในเดือนมีนาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone SE รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่าย
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA การตั้งค่าทั้งหมด
เป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย
และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi
ทั้งนี้ไม่มีการเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri" และเมื่อเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri" ระยะเวลาสแตนด์บายจะนานสูงสุด 10 วัน ใน iPhone SE

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2015 โดยใช้เครื่อง
iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อ
ระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วม
เครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi ทั้งนี้ไม่มีการเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri"
และเมื่อเปิดใช้งาน "หวัดดี Siri" ระยะเวลาสแตนด์บายจะนาน
สูงสุด 9 วันใน iPhone 6s และ 15 วัน ใน iPhone 6s Plus

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2014 โดยใช้เครื่อง iPhone 6 Plus และ iPhone 6 รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อม
ซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อ
ระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย และการปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วม
เครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi

การทดสอบการเล่นวิดีโอ

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2019 โดยใช้เครื่อง
iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max รุ่นก่อน
การผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์
ทั้งระบบ GSM และ CDMA การเล่นวิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์
ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้ง
ให้เล่นซ้ำ การเล่นวิดีโอ (ผ่านการสตรีม) ประกอบด้วยภาพยนตร์
ความยาว 3 ชั่วโมง 1 นาที ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi ปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ" และปิดการแสดงผลแบบ True Tone

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2018 โดยใช้เครื่อง
iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR รุ่นก่อนการผลิตจริง
พร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM
และ CDMA คอนเทนต์วิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว
2 ชั่วโมง 23 นาที ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi ปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ" และปิดการแสดงผลแบบ True Tone

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2017 โดยใช้เครื่อง
iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X รุ่นก่อนการผลิตจริง
พร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA คอนเทนต์วิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว 2 ชั่วโมง
23 นาทีที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi ปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ" และปิดการแสดงผลแบบ True Tone

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์
บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA
คอนเทนต์วิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที
ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ การตั้งค่าทั้งหมดเป็น
ค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ
Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย"
สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนมีนาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone SE รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่าย
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA คอนเทนต์วิดีโอ
ประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที ที่ซื้อจาก
iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ
"ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2015 โดยใช้เครื่อง
iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อม
ซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ ทั้งระบบ GSM
และ CDMA คอนเทนต์วิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว
2 ชั่วโมง 23 นาที ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้ เล่นซ้ำ
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi
กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย"
สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2014 โดยใช้เครื่อง iPhone 6 Plus และ iPhone 6 รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA คอนเทนต์วิดีโอประกอบด้วยภาพยนตร์ ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที ที่ซื้อจาก iTunes Store และถูกตั้งให้เล่นซ้ำ การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น
ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ
"ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

การทดสอบการเล่นเสียง

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2019 โดยใช้เครื่อง
iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max รุ่นก่อน
การผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์
ทั้งระบบ GSM และ CDMA เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์
ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps)
การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2018 โดยใช้เครื่อง
iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR รุ่นก่อนการผลิต
จริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ
GSM และ CDMA เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่
ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) การ
ตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง
การเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อ
เข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่าง
อัตโนมัติ

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2017 โดยใช้เครื่อง
iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X รุ่นก่อนการผลิตจริง
พร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก
iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) การตั้งค่าทั้งหมดเป็น
ค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ
Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย"
สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์
บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA
เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก
iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) การตั้งค่าทั้งหมดเป็น
ค่าเริ่มต้น ยกเว้นการจับคู่ Bluetooth กับหูฟัง การเชื่อมต่อระบบ
Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย"
สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนมีนาคม 2016 โดยใช้เครื่อง
iPhone SE รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่าย
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA เพลย์ลิสต์
ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store
(เข้ารหัส AAC 256 Kbps) การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ
"ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2015 โดยใช้เครื่อง
iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อม
ซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ
CDMA เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อ
จาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) การตั้งค่าทั้งหมด
เป็นค่าเริ่มต้น ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิด
คุณสมบัติ "ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และปิดคุณสมบัติ "ปรับความสว่างอัตโนมัติ"

Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2014 โดยใช้เครื่อง iPhone 6 Plus และ iPhone 6 รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ บนเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งระบบ GSM และ CDMA เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (ความละเอียดไฟล์ 256-Kbps AAC) การตั้งค่าทั้งหมดเป็นค่าเริ่มต้น
ยกเว้นการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi กับเครือข่าย การปิดคุณสมบัติ
"ถามเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย" สำหรับ Wi-Fi และ ปิดคุณสมบัติ
"ปรับความสว่างอัตโนมัติ"