นี่คือวิธีการจัดการ
ความเป็นส่วนตัวของคุณ

เราทำงานอย่างหนักเพื่อออกแบบเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณ
รักษา
ความเป็นส่วนตัวได้อยู่เสมอ ต่อไปนี้คือวิธีดูแลอุปกรณ์ ข้อมูล
และ Apple ID
ของคุณให้ปลอดภัย ตลอดจนวิธีป้องกันการหลอกลวง
แบบฟิชชิ่ง
และวิธีควบคุมว่าคุณจะแชร์อะไรและแชร์กับใคร

ปกป้องอุปกรณ์ของคุณให้ปลอดภัย

หากต้องการปกป้องข้อมูล iCloud และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ให้ปลอดภัยนั้น Mac, Apple Watch
และอุปกรณ์ iOS ของคุณก็จะต้องปลอดภัยด้วยเช่นกัน ต่อไปนี้เป็นวิธีที่จะช่วยป้องกัน
ไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากคุณใช้งานอุปกรณ์และเข้าถึงข้อมูลของคุณได้

ใช้รหัสบนอุปกรณ์ของคุณ
ยิ่งซับซ้อนเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น

การตั้งค่ารหัสถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้อง
อุปกรณ์ของคุณ ซึ่งรหัสเริ่มต้นในอุปกรณ์ที่ใช้ Touch ID
หรือ Face ID นั้นได้รับการเปลี่ยนให้เป็นตัวเลขหกหลัก
แทนตัวเลขเดิมที่มีเพียงสี่หลักใน iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้า
เท่ากับว่าการจับคู่รหัสที่เป็นไปได้จะมีมากมายนับล้านชุด
ซึ่งจะทำให้การถอดรหัสผ่านของคุณยากขึ้นกว่าที่เคย
และเพียงเข้าไปที่ "การตั้งค่า" แล้วเปิดใช้งานคุณสมบัติ
"ลบข้อมูล" ทีนี้อุปกรณ์ของคุณก็จะล้างข้อมูล
ด้วยตัวเองหลังจากที่มีการเดารหัสผิดครบ 10 ครั้ง

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องอุปกรณ์ของคุณ
ด้วยรหัส

เปิดใช้งาน Touch ID และ Face ID

Touch ID และ Face ID เป็นวิธียืนยันตัวตนที่เรียบง่าย
และปลอดภัย เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสหรือเหลือบมอง
โดยข้อมูลลายนิ้วมือหรือใบหน้าของคุณจะถูกแปลงเป็น
รูปแบบสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะได้รับการเข้ารหัส
และใช้งานโดย Secure Enclave ใน Mac หรืออุปกรณ์
iOS ของคุณเท่านั้น และระบบปฏิบัติการหรือ
แอพพลิเคชั่นใดๆ ที่ทำงานบนอุปกรณ์นั้นก็จะไม่สามารถ
เข้าถึงข้อมูลนี้ได้ รวมถึงจะไม่มีการจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์
ของ Apple หรือสำรองข้อมูลไว้ใน iCloud
หรือที่อื่นๆ แต่อย่างใด

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของ Touch ID

ปลดล็อค Mac ของคุณ
โดยอัตโนมัติ

คุณสามารถใช้ Apple Watch เพื่อปลดล็อค Mac
ขณะที่คุณอยู่ใกล้ๆ ได้โดยอัตโนมัติ เพียงเปิด
การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยสำหรับ Apple ID
แล้วลงชื่อเข้าใช้ iCloud บนอุปกรณ์ทั้งคู่

ค้นหาอุปกรณ์
ที่หายไปของคุณ

การเปิดใช้แอพค้นหา iPhone,
iPad และ Mac ของฉัน
จะช่วยให้
คุณ
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคุณได้ตลอดเวลา
ไม่ว่าเครื่องจะถูกขโมยหรือสูญหาย เพียงลงชื่อเข้าใช้
iCloud ในอุปกรณ์เครื่องใหม่ แอพก็จะเปิดใช้งานโดย
อัตโนมัติ ให้คุณสามารถดูได้ว่าอุปกรณ์ของคุณอยู่ที่ไหน
บนแผนที่ หรือเคยอยู่ตรงไหน
มาบ้าง ดังนั้นโอกาสที่คุณ
จะได้เครื่องคืนจึงมีมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถ้าคุณ
ไม่สามารถ
ได้เครื่องคืนมา ก็ยังสามารถลบข้อมูลส่วนตัวออกจาก
เครื่องได้จากระยะไกล โดย Apple จะได้รับข้อมูล
ตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องนี้ก็ต่อเมื่อคุณค้นหาอุปกรณ์
เปิดโหมดสูญหาย หรือเปิดใช้งาน "ส่งตำแหน่งที่ตั้ง
ล่าสุด" เท่านั้น และที่สำคัญ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกเก็บ
ไว้เพียง 24 ชั่วโมง และถูกเข้ารหัสไว้กับรหัสผ่านของคุณ

ส่วนคุณสมบัติ "ล็อคการเข้าใช้เครื่อง" ซึ่งมาพร้อมกับ
แอพค้นหา iPhone ของฉัน และ Apple Watch
ก็จะช่วย
ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเปิดใช้งานอุปกรณ์ iOS หรือ watchOS
ของคุณ รวมทั้งนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าคุณจะ
สั่งลบข้อมูลในเครื่องจากระยะไกลไปแล้วก็ตาม ซึ่ง
วิธีนี้
จะช่วยลดแรงจูงใจในการขโมยเครื่องไปได้มาก

จัดการ Apple ID ของคุณ

Apple ID ของคุณก็คือบัญชีที่คุณใช้ในการเข้าถึงบริการทั้งหลายของ Apple รวมถึง iCloud, App Store,
iTunes Store และอีกมากมาย ดังนั้นการปกป้อง Apple ID ของคุณให้ปลอดภัยอยู่เสมอจึงเป็นเรื่อง
ที่สำคัญสำหรับข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน รายชื่อ อีเมล รูปภาพ หรือแม้แต่ไฟล์ข้อมูลสำรอง
จากอุปกรณ์ iOS ของคุณ ซึ่งการตรวจสอบและอัพเดทการตั้งค่าระบบความปลอดภัยเป็นประจำจึงเป็น
สิ่งที่ควรทำ เพื่อป้องกันการคุกคามความเป็นส่วนตัวของคุณ

เลือกรหัสผ่าน Apple ID
ที่เดายาก

อย่าใช้รหัสผ่านสำหรับ Apple ID ซ้ำกับรหัสผ่านที่คุณใช้
ในบัญชีอื่นๆ และเพื่อให้รหัสผ่านของคุณนั้นเดาได้ยาก
ก็ควรตั้งให้ยาวกว่า 8 ตัวอักษรและมีอักขระพิเศษ
รวมถึงอย่าตั้งรหัสผ่านจากข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ
ที่คนอื่นสามารถค้นหาได้ง่ายๆ ซึ่งรหัสผ่านใหม่สำหรับ
Apple ID จะต้องไม่ซ้ำกับรหัสผ่านที่คุณเคยใช้
ในปีที่ผ่านมา

หากรหัสผ่านสำหรับ Apple ID นั้นไม่ใช่ประเภทเดายาก
เป็นพิเศษ หรือหากเป็นรหัสผ่านเดียวกับที่ใช้สำหรับ
บัญชีออนไลน์อื่นๆ นั่นแปลว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้อง
เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ยิ่งถ้าคุณรู้สึกว่าคนอื่นเดารหัสผ่าน
ของคุณได้ คุณควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันที

ดูเกี่ยวกับการตั้งรหัสผ่านที่เดายาก

เปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับ Apple ID ของคุณ

ควบคุมข้อมูลด้วยตัวคุณเอง

เพื่อให้คุณควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้มากขึ้น เราได้เปิด
ให้ใช้ชุดเครื่องมือด้านการจัดการความเป็นส่วนตัว
โดยเฉพาะในหน้าบัญชี Apple ID
ของคุณ ซึ่งด้วย
ชุดเครื่องมือนี้
คุณจะสามารถคัดลอกข้อมูล ขอให้มี
การแก้ไขข้อมูล ปิดใช้งานบัญชี หรือลบบัญชีของคุณได้
โดยชุดเครื่องมือทั้งหมดสามารถใช้งานได้แล้วในกว่า
35 ประเทศ และจะพร้อมใช้งานได้
ในประเทศอื่นๆ
ภายในอีก
ไม่กี่เดือนข้างหน้า

ดูเพิ่มเติม

ไปที่หน้า Apple ID ของคุณ

เปิดใช้งานการ
ตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย

การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยเป็น
วิธีการที่ดีที่สุด
ในการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ
เนื่องจากเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Apple ID
อีกขั้น โดยการ
ตรวจสอบนี้ได้รับการออกแบบมา
เพื่อให้
คุณมั่นใจว่า ถึงคนอื่นจะรู้
รหัสผ่านของคุณก็ไม่สามารถ
ใช้งานบัญชีของคุณได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ รหัสการตรวจสอบยืนยันจะปรากฏโดยอัตโนมัติ
บนอุปกรณ์
ทุกเครื่องที่เชื่อถือได้ของคุณ ก่อนที่คุณจะ
สามารถลงชื่อเข้าใช้จากอุปกรณ์เครื่องใหม่หรือจากเว็บ
เพียงใส่รหัสดังกล่าวพร้อมกับรหัสผ่าน คุณก็จะเข้าสู่
ระบบได้ทันที ส่วนผู้ที่
ไม่สามารถใส่รหัสผ่านของคุณ
พร้อมกับรหัสยืนยันได้ ก็จะถูกกันออกไป

ดูวิธีการตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย

ใส่ใจต่อการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ Apple ID ของคุณ

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ใหม่
เป็นครั้งแรก อัพเดท
วิธีการชำระเงิน เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือทำการเปลี่ยนแปลง
อื่นๆ กับบัญชี คุณจะ
ได้รับการแจ้งเตือนจาก Apple
ผ่านทางอีเมล หรือการแจ้งเตือนแบบพุช ดังนั้นถ้าคุณ
ได้รับแจ้งเตือนจากเราเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่คุณ
ไม่ได้ทำ ย่อมอาจเป็นไปได้ว่ามีผู้อื่นลักลอบเข้าใช้บัญชี
ของคุณ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ให้ไปที่ "จัดการ
Apple ID ของคุณ" 
เพื่อเปลี่ยน
รหัสผ่านของคุณ
ทันที และหากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม
โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

เปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับ Apple ID ของคุณ

ติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือ Apple ID

ระวังการหลอกลวงแบบ
การฟิชชิ่ง

"ฟิชชิ่ง" หมายถึงความพยายามที่จะล่อลวงเอาข้อมูล
ส่วนตัวจากคุณ
ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านสำหรับ Apple ID
หรือข้อมูลบัตรเครดิต ซึ่งมักจะเป็นการล่อลวงผ่านทาง
อีเมล หรือการส่งข้อความ โดยคำขอนั้นจะดูเหมือนว่า
ส่งมาจากบริษัทหรือบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เลย การเปิดการตรวจสอบสิทธิ์สอง
ปัจจัยจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวคุณเองจากการ
หลอกลวงแบบฟิชชิ่งที่ออกแบบมาเพื่อหลอกล่อให้คุณ
เปิดเผยข้อมูลประจำตัวใน
บัญชี Apple ID ของคุณ
ระวังอย่าให้
รหัสผ่าน รหัสยืนยัน หรือข้อมูลบัญชีสำคัญ
อื่นๆ ผ่านทางอีเมล หรือข้อความตัวอักษร และหากคุณ
ได้รับอีเมลที่คิดว่าเป็นการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง
และอ้างว่าส่งมาจาก Apple โปรดส่งอีเมลนั้นมาที่
reportphishing@apple.com

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องตัวคุณจากการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง

ระวังสิ่งที่คุณแชร์

การแชร์ข้อมูลบางประเภทกับแอพและบริการต่างๆ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ทำงานได้ดียิ่งกว่าเดิม
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เลือกว่าจะแชร์ข้อมูลใด แชร์ที่ไหน และควรสำรอง
ข้อมูลเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญที่คุณควรทราบก็คือ การตั้งค่าของคุณถูกปรับแต่งไว้อย่างไรในปัจจุบัน
และคุณจะสามารถควบคุมการ
ตั้งค่าเหล่านั้นในแบบง่ายๆ ได้อย่างไร

รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล
และความเป็นส่วนตัว

เราได้นำเสนอรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับข้อมูลและ
ความเป็นส่วนตัวที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงวิธีที่ Apple
ใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ง่ายขึ้น โดยรายละเอียดนี้
จะปรากฏขึ้นก่อนที่คุณจะลงชื่อเข้าใช้หรือเริ่มใช้
คุณสมบัติใหม่ต่างๆ เมื่อคุณเห็นไอคอนข้อมูลและ
ความเป็นส่วนตัวนี้ คุณจะดูได้ว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่
Apple อาจแชร์ รวมถึงเรียนรู้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะนำไปช่วย
ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณอย่างไรได้บ้าง

ปรับแต่งการตั้งค่า iCloud ของคุณ

คุณสามารถควบคุมลักษณะการแชร์รูปภาพ
ข้อมูลสุขภาพ เอกสาร และข้อมูลอื่นๆ ระหว่าง
อุปกรณ์ของคุณและ iCloud และเลือกเปิดหรือ
ปิดบริการ iCloud แต่ละรายการได้ โดยคุณสามารถ
จัดการได้ในการตั้งค่า iCloud ใน iOS ส่วนบน Mac
ก็ให้ไปที่ iCloud ในการตั้งค่าระบบ หรือถ้าเป็น
Windows PC ให้เปิด iCloud Control Panel

จัดการกับข้อมูล
ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ

บางครั้งการรู้ถึงตำแหน่งที่คุณอยู่ก็เป็นประโยชน์
สำหรับอุปกรณ์ของคุณ อย่างเช่น เมื่อคุณกำหนด
การประชุมในปฏิทิน หรือขอดูเส้นทาง บริการ
หาตำแหน่ง
ที่ตั้งจะใช้ทั้ง GPS, Bluetooth และฮอตสปอต Wi-Fi
แบบ Crowd-sourced รวมทั้งเสาส่งสัญญาณเพื่อระบุ
ตำแหน่งของคุณ ทั้งนี้ Apple ให้คุณควบคุมการเก็บ
ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งและการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในอุปกรณ์ทุก
เครื่องด้วยตัวคุณเอง โดยคุณจะต้องเลือกว่าต้องการ
เปิดใช้งานบริการหาตำแหน่งที่ตั้งหรือไม่ ซึ่งตาม
ค่าเริ่มต้นจะปิดไว้ และเมื่อคุณเปิดใช้งานแล้ว คุณจะ
เปลี่ยนใจแล้วปิดเมื่อไหร่ก็ได้

คุณสมบัติ SOS
สำหรับกรณีฉุกเฉิน

เมื่อมีคุณสมบัติ SOS คุณก็
สามารถใช้ Apple Watch
เพื่อโทรหาบริการฉุกเฉินได้โดยสามารถเลือกให้แจ้งเตือน
รายชื่อ SOS ที่เลือกเอาไว้ผ่านข้อความที่ระบุได้ว่ามาจาก
คุณ พร้อมทั้งแชร์ตำแหน่งที่คุณอยู่ในปัจจุบันตามระยะ
เวลาที่กำหนดเอาไว้ได้อีกด้วย และคุณยังสามารถปิด
การแจ้งเตือนอื่นๆ ที่จะส่งไปยังรายชื่อ SOS ของคุณได้
ตลอดเวลา ซึ่งหากปิดใช้งานบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง
เอาไว้ บริการนี้จะถูกเปิดใช้งานชั่วคราวเพื่อแจ้งให้
คนในรายชื่อ SOS รับทราบถึงตำแหน่งที่คุณอยู่
โดยตำแหน่งที่ตั้งของคุณจะถูกส่งไปยังบริการฉุกเฉิน
ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ใช้บริการ Rapid SOS และข้อมูล
ทั้งหมดที่แชร์นั้นจะถูกลบทิ้งเมื่อผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมง

ควบคุมข้อมูลที่แชร์กับ
แอพต่างๆ

แอพจาก App Store อาจขออนุญาตใช้งานข้อมูล
อย่างเช่น ตำแหน่งที่คุณอยู่ รายชื่อ ปฏิทิน หรือรูปภาพ
ของคุณ โดยจะมีการแจ้งพร้อมคำอธิบายเมื่อแอพของ
บริษัทอื่นต้องการใช้ข้อมูลนี้เป็นครั้งแรก เพื่อให้คุณ
ตัดสินใจว่าจะอนุญาตหรือไม่ และถึงแม้จะอนุญาตไปแล้ว
ก็สามารถเข้าไปในการตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนแปลง
ในภายหลังได้เสมอ

จำกัดการแสดงโฆษณา
ตามความสนใจของ
กลุ่มเป้าหมาย

โฆษณาเป็นแหล่งรายได้ของนักพัฒนาแอพบางราย
เราจึงพัฒนาข้อมูลโฆษณาประจำตัว หรือ Advertising
Identifier ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้แบบชั่วคราวขึ้นมาเพื่อช่วย
ปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ เรากำหนดให้โฆษณา
ทั้งหมดในทุกๆ แอพต้องระบุอย่างชัดเจนว่านี่คือ
การโฆษณา และต้องให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่อธิบาย
ได้ว่าทำไมจึงเผยแพร่โฆษณาเหล่านั้นให้คุณเห็นในขณะนั้น
โดยผู้โฆษณาจะใช้ข้อมูลโฆษณาประจำตัวเพื่อควบคุม
จำนวนครั้งที่คุณเห็นโฆษณาตัวใดตัวหนึ่ง วัดผลของ
แคมเปญโฆษณา และปรับปรุงการแสดงโฆษณาให้ตรงกับ
ความสนใจของคุณมากขึ้นได้ เว้นแต่คุณจะเลือกปิด
การทำงานในส่วนนี้ ซึ่งเมื่อไรที่คุณเปิดคุณสมบัติ
"จำกัดการติดตามโฆษณา" แอพจากบริษัทอื่นก็จะ
ไม่สามารถใช้ข้อมูลโฆษณาประจำตัวของคุณ เพื่อแสดง
โฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งนี้บริการโฆษณาของ
Apple จะไม่แสดงโฆษณาตามความสนใจให้กับเด็กที่
มีอายุต่ำกว่า 13 ปี รวมทั้ง Apple ID ที่ได้รับการจัดการ

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกไม่รับโฆษณาตามความสนใจ

ท่องเว็บแบบส่วนตัว

เมื่อเปิดเลือกชมเว็บแบบส่วนตัว Safari ก็จะไม่เพิ่ม
เว็บไซต์ที่คุณเปิด
ลงในประวัติการเข้าชม ไม่จดจำสิ่งที่
คุณค้นหา หรือบันทึกข้อมูลใดๆ จากแบบฟอร์มออนไลน์
ที่คุณกรอก คุณสามารถใช้คุณสมบัติ "ตัวปิดกั้นเนื้อหา"
เพื่อควบคุมคอนเทนต์ที่เบราว์เซอร์โหลดขึ้นมา และ
ป้องกัน
ไม่ให้ใครพยายามติดตามกิจกรรม
การใช้งานของ
คุณบนเว็บไซต์หรือระหว่างเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งการรองรับ
คุณสมบัติ "ตัวปิดกั้นเนื้อหา" นั้น
ได้รับการออกแบบมา
เพื่อไม่ให้ส่งข้อมูลกลับไปยังนักพัฒนาเพื่อบอกว่า
คุณกำลังดูอะไรอยู่นั่นเอง

นอกจากนี้ Safari ยังเป็นเบราว์เซอร์ตัวแรกที่มี
DuckDuckGo เป็น
ตัวเลือกที่มาพร้อมเครื่อง ซึ่งสามารถ
กำหนดให้เป็นเสิร์ชเอนจิ้นเริ่มต้นได้ ทีนี้คุณก็สามารถ
ค้นหาเว็บโดยไม่ถูกติดตามอีกต่อไป เพียงไปที่การตั้งค่า
Safari ที่อยู่บน Mac แล้วเลือก "ค้นหา" จากนั้นเลือก
DuckDuckGo เป็นเสิร์ชเอนจิ้น ส่วนบนอุปกรณ์ iOS
ให้แตะที่ "การตั้งค่า" แล้วแตะ Safari จากนั้นแตะที่
"เครื่องมือค้นหา" แล้วเลือก DuckDuckGo

เรายังมีวิธีในการสร้างส่วนขยายที่ดาวน์โหลดได้สำหรับ
Safari ให้กับ
นักพัฒนา ซึ่งจะบล็อคคอนเทนต์ที่เป็น
อันตรายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรวบรวมที่อยู่ของไซต์
ที่คุณเข้าชม

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนขยาย Safari

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่า Safari บน iOS

ปกป้องความเป็นส่วนตัว
ของเด็กๆ

คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมสำหรับผู้ปกครองและ
จำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ Apple เพื่อกำหนดเว็บไซต์
ที่เด็กๆ เปิด ประเภทของภาพยนตร์และรายการทีวีที่ดู
การใช้งาน FaceTime และกล้อง หรือแม้แต่
การดาวน์โหลดแอพจากภายนอกมาใช้ และเนื่องจาก
การควบคุมสำหรับผู้ปกครองและการจำกัดการใช้งาน
นั้นเป็นการตั้งค่าเฉพาะอุปกรณ์ เราจึงขอแนะนำให้คุณ
ตั้งค่านี้ในอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่องที่ลูกๆ ของคุณใช้
เพียงเข้าไปที่ "การควบคุมโดยผู้ปกครอง" ใน
"การตั้งค่าระบบ" ที่อยู่บน Mac เพื่อดูตัวเลือกต่างๆ
สำหรับบนอุปกรณ์ iOS ให้แตะที่ "การตั้งค่า" เลือกแตะ
"ทั่วไป" แล้วแตะ "การจำกัด"

นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้คุณสมบัติ "เวลาหน้าจอ"
เพื่อทำความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นและตัดสินใจได้ว่าเด็กๆ
ควรใช้เวลามากน้อยเพียงใดกับแอพและเว็บไซต์ต่างๆ
และยังมีคุณสมบัติ "รายงานกิจกรรม" ที่จะแสดงข้อมูล
อย่างละเอียดเกี่ยวกับการใช้แอพ การแจ้งเตือน และการ
หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาใช้ ซึ่งผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้มีแต่
คุณเท่านั้น ไม่ใช่ Apple หรือบริษัทอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น
คุณยังสามารถกำหนดระยะเวลาที่เด็กๆ สามารถใช้แอพ
และเว็บไซต์ที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละวันได้

เมื่อมีคุณสมบัติ "การแชร์กันในครอบครัว" เด็กๆ
ก็สามารถมี Apple ID เป็นของตัวเองได้แล้ว และเราก็ได้
พัฒนาเครื่องมือ อย่างเช่น "ขออนุญาตซื้อ" ซึ่งอนุญาต
ให้พ่อแม่เป็นผู้อนุมัติการซื้อแอพหรือการซื้อภายในแอพ
เพื่อให้พ่อแม่สามารถควบคุมการสั่งซื้อที่มาจาก
Apple ID ของลูกๆ ได้ โดยเราจะขอความยินยอมอย่างถูกต้องจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองก่อนสร้าง Apple ID
สำหรับเด็ก และเปิดให้บัญชีของผู้ใหญ่สามารถมองเห็น
การใช้งานและคอนเทนต์ของเด็กๆ ได้

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติ
"การแชร์กันในครอบครัว"

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติ "เวลาหน้าจอ"